วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม 2019


สารวัดวันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม2019
สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

พี่น้องที่รัก...
        หากเราพูดกัน แนะนำกันบ้างและช่วยบอกต่อ
        1.การรับศีลมหาสนิทเฉพาะคาทอลิก หากเป็นศาสนิกชนอื่นๆ บอกให้นั่งอยู่อย่างสงบ
        2.ผู้จะรับศีลต้องอยู่ในสถานะพระหรรษทานของพระปราศจากบาปหนักและข้อขัดขวาง
        3.ห้ามบิปังหรือแบ่งศีลมหาสนิทผู้อื่นเว้นไว้แต่พระสงฆ์หรือศาสนบริกรผู้อัญเชิญศีลได้เท่านั้น
        4.ต้องรับศีลมหาสนิทต่อหน้าพระสงฆ์เพื่อความเหมาะสมและปกป้องการทำทุรจาร
        5.ขณะร่วมพิธีมิสซาแต่งกายสุภาพชนและงดใช้เครื่องมือสื่อสาร เป็นท่าทีของการแสดงคารวกิจ
        พ่อใช้ข้อความจากสารวัดฉบับที่แล้วมาเริ่มอีกครั้งเพื่อเตือนความจำ ทำให้เป็นกิจวัตร และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเป็นเจ้าและกับทุกๆคน การร่วมพิธีการใดๆไม่ว่ามักจะมีการบอกเล่าเก้าสิบเพื่อให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน และเมื่อพิธีการเหล่านั้นต้องอยู่ในพิธีกรรมเรื่องที่เล่าต้องเอาใจใส่กันและกัน
        พิธีกรรมเป็นการแสดงออกในหมู่ประชากรของพระเพื่อประกอบการคารวะกิจองค์พระเป็นเจ้าในการประทับอยู่ของพระองค์ โดยเฉพาะพิธีมิสซา เป็นการขอบพระคุณพระเจ้า สรรเสริญพระองค์และนมัสการพระองค์อย่างพร้อมเพรียงกันในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ พิธีการต่างๆทั้งวาจา กายและจิตใจจึงต้องเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างศักดิ์สิทธิ์  การเตรียมพร้อมจึงถูกจัดเตรียมมาอย่างดีและมีระเบียบ
        วาจา ซึ่งมีทั้งบทภาวนา บทเพลง การตอบรับและที่สำคัญคือการอ่านพระวาจาของพระเจ้า
        กาย คือการแสดงออกมาโดยความสำรวม ท่าทีของการยืน นั่งและคุกเข่า การเปล่งเสียงออกมาทั้งสวดหรือภาวนา ขับร้องเพลงจึงต้องพร้อมเพรียงและสง่างามเรียบร้อยอย่างกลมกลืนเหมือนกัน พร้อมทั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ในพิธีและอาภรณ์สวมใส่ ทั้งของพระสงฆ์ ผู้ช่วยพิธี และบรรดาสัตบุรุษผู้มาร่วมพิธีต้องได้รับการเอาใจใส่ คำว่า “สุภาพชนหรือการให้เกียรติ” ล้วนเป็นการแสดงออกมาอย่างเหมาะสมและชอบยิ่งนัก  ในที่ประชุมสำคัญ สถานที่สำคัญของราชการและเอกชน แม้แต่โรงแรมที่มีระดับหลายดาว และที่กำลังเป็นข่าวในรัฐสภาฯ การแสดงออกที่เหมาะสมและชอบยิ่งนักต่อพระพักตร์พระเจ้าจึงต้องมากกว่าทั้งภายในและภายนอกคือกายและจิตใจที่ดีงาม
        จิตใจ จึงเป็นสิ่งสำคัญ การอยู่ในสถานะพระหรรษทานของพระ ที่พระเยซูเจ้าปรารถนาให้ภาพพจน์ใหม่คือการไม่มีมลทิน ปราศจากบาปหรือการทำตามใจตนเอง  เมื่อภายในจิตใจดี ภาพปรากฏภายนอกจึงควบคู่ออกมาอย่างเหมือนกัน  ไม่ได้ขัดแย้งกัน
        กาย วาจา และใจ จึงประกอบเข้าด้วยกัน กลายเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่ประชากรของพระเจ้าประกอบคารวะกิจต่อพระเจ้าในวันของพระองค์อย่างสมพระเกียรติ จึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมและชอบยิ่งนักที่เราทุกคนควรเอาใจใส่กันและกัน
        แม้แต่ชาวสมาริตันยังเอาใจใส่ ผู้อยู่ในสถานะ “ปราศจาก” หรือ “ขาด” หรือ “ไม่มี” ให้ความช่วยเหลือเติมเต็ม ดังนั้นสิ่งที่เราทุกคนควรแสดงออกต่อพระเจ้าด้วยความครบถ้วนกายใจและกิจการเช่นกัน

คุณพ่อชาญชัย  ทิวไผ่งาม

ความสำคัญ ของความรักเล็กน้อย
พระองค์​ทรง​เป็น​ภาพลักษณ์​ของ​พระ​เจ้า​ที่​เรา​มอง​ไม่​เห็น..... ด้วย​พระ​โลหิต​ที่​ทรง​หลั่ง​บน​ไม้​กางเขน​ของ​พระองค์ พระคริสต์เจ้าทรงทำให้สรรพสิ่งคืนดีกับพระเจ้า  (เทียบ คส 1:15,20)
          ครั้งหนึ่งมีเด็กคนหนึ่งเคยเดินเข้ามาขอบคุณ ที่ช่วยเขาจากการจมน้ำตาย  ยอมรับเลยว่า จำไม่ได้จริงๆ  เมื่อพูดคุยทบทวนจึงจำได้ถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น  ที่จริงแล้วมันก็เป็นเพียงน้ำทะเลซัด แล้วเขายืนไม่ถึง สำลักน้ำ  เราแค่เข้าไปพยุง แล้วเขาก็รอดจากสำลักน้ำ
          น้ำใจจากความรักภายในอันเล็กน้อยของเรา เป็นความทรงจําล้ำค่าสำหรับผู้รับเสมอ  และที่สำคัญสุด การกระทำเช่นนี้ ทำให้ผู้คนรอบข้างเรา ได้พบพระเมตตารัก ได้พบ "ภาพลักษณ์ของพระเจ้าที่เรามองไม่เห็น" จากชีวิตของเรา
“​ผู้ที่​รัก​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า ​สุด​จิตใจ สุด​วิญญาณ สุดกำลัง และ​สุด​สติปัญญา​ และรัก​เพื่อน​มนุษย์​เหมือน​รัก​ตนเอง...ทุกคนที่​แสดง​ความ​เมตตา​ต่อพี่น้อง...​เขา​จะ​ได้​ชีวิต​” (เทียบ ลก 10:27)
          ความรักเมตตาเล็กน้อยสม่ำเสมอที่มอบให้กัน  ทำให้เห็นว่าเรารักเพื่อนพี่น้องของเราแท้จริง  และความรักต่อพี่น้องที่มอบให้ แสดงออกแม้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่ทำให้เห็นว่าเรารักพระจริงใจ

                                                                                                                                    นกขุนทอง

วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2019


สารวัดวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม2019
สัปดาห์ที่ 14 เทศกาลธรรมดา

พี่น้องที่รัก...
        ขอขอบคุณที่ส่งความสุขวันฉลองนักบุญศาสนนามทั้งนักบุญยอห์นบัปติสต์และนักบุญเปโตรให้กับพ่อและพ่อสมภพ ท่านทั้งสองล้วนเป็นผู้นำพระวาจาพระเจ้าสู่ชาวชนทั้งก่อนเวลาและหลังพระเยซูเจ้าประกาศข่าวดี เหมือนเป็นบุคคลที่กำลังอยู่ในเวลาปัจจุบันนี้ที่ประกาศพระวาจาอย่างทันสมัยเหมาะกับชาวเราทุกคนที่กำลังเฉลิมฉลอง 350 ปีมิสซังสยามพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
        ในวันอาทิตย์หน้า 14 กรกฎาคม มิสซารอบ 10.00 และ 12.00 น.พระสงฆ์ใหม่ของนครสวรรค์และจันทบุรีมาถวายมิสซาและอวยพรที่วัดเซนต์หลุยส์ ทั้งสองเคยมาฝึกงานที่วัดเรา
        เดือนกรกฎาคมล้อมรอบแท่นพระบ้านใกล้เรือนเคียงชุมชนวัดเซนต์หลุยส์จะช่วยกันแบ่งปันพระวาจาหลังจากร่วมพิธีมิสซาแล้ว การเยี่ยมเยียนเพื่อนบ้าน สนทนากันและสวดภาวนาหน้าแท่นพระ ทำให้บรรยากาศความเป็นครอบครัวใหญ่และพูดคุยกันภาษาพระบ้าง เพราะบางครั้งพูดภาษามนุษย์ก็มีแต่งานและความวุ่นวาย หากใช้เวลาพูดภาษาพระสวดภาวนาด้วยกันก็ทำให้จิตใจสงบลงได้
        สองสัปดาห์แล้วที่วัดเซนต์หลุยส์รณรงค์การรับศีลมหาสนิทและการร่วมพิธีกรรม หากมองเป็นเรื่องเคร่งครัดก็ให้ถือว่าเป็นเรื่องการเอาใจใส่กันและกัน เรื่องถูกกลายเป็นเรื่องผิดใจ และเรื่องผิดกลายเป็นเรื่องถูกใจ ซึ่งมักจะเกิดกับทุกองค์กรที่ปล่อยปละละเลยสิ่งที่ต้องบอกกลับเงียบ ปล่อยให้กลายเป็นเรื่องพูดกันไปสองไพเบี้ยนิ่งเสียตำลึงทอง
        การรับศีลมหาสนิท เป็นพระเยซูเจ้าตรัสไว้ในวันอาหารค่ำมื้อสุดท้ายก่อนสิ้นพระชนม์หรือมิสซาขอบพระคุณในวันพระเจ้าเมื่อพระสงฆ์กล่าวว่า “พระกายพระคริสตเจ้า” เรารับว่า “อาเมน” เป็นการยืนยันว่าพระองค์คืออาหารศักดิ์สิทธิ์ที่มอบให้กับชาวเราผู้เตรียมตัวมาอย่างเหมาะสม ทั้งภายในคือปราศจากบาปหนักและภายนอกคือความพร้อมทั้งการเริ่มต้น ขณะและจบลง ดังอากัปกริยาการแต่งกายจึงควรได้รับการเอาใจใส่อย่างดี หากเป็นเด็ก เป็นหน้าที่ที่พ่อแม่ต้องเตรียมพร้อมให้ลูก หากเป็นผู้ใหญ่หรือโตแล้ว ต้องเตรียมเองจากที่บ้านหรือตั้งใจตั้งตัวมาก่อนนอกจากบ้านอีก
        ดังนั้น หากเราพูดกัน แนะนำกันบ้างและช่วยบอกต่อ
        1.การรับศีลมหาสนิทเฉพาะคาทอลิก หากเป็นศาสนิกชนอื่นๆ บอกให้นั่งอยู่อย่างสงบ
        2.ผู้จะรับศีลต้องอยู่ในสถานะพระหรรษทานของพระปราศจากบาปหนักและข้อขัดขวาง
        3.ห้ามบิปังหรือแบ่งศีลมหาสนิทผู้อื่นเว้นไว้แต่พระสงฆ์หรือศาสนบริกรผู้อัญเชิญศีลได้เท่านั้น
        4.ต้องรับศีลมหาสนิทต่อหน้าพระสงฆ์เพื่อความเหมาะสมและปกป้องการทำทุรจาร
        5.ขณะร่วมพิธีมิสซาแต่งกายสุภาพชนและงดใช้เครื่องมือสื่อสาร เป็นท่าทีของการแสดงคารวกิจ

คุณพ่อชาญชัย  ทิวไผ่งาม

                                   
"พระเมตตารักจากดวงตาที่เปี่ยมเมตตา"
            "มารดา​ปลอบโยน​บุตร​ฉัน​ใด เรา​ก็​จะ​ปลอบโยน​ท่าน​ทั้งหลาย​ฉัน​นั้น ท่าน​จะ​ได้รับ​การ​ปลอบโยน​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม  ท่าน​ทั้งหลาย​จะ​เห็น และ​ใจ​ของ​ท่าน​จะ​โลด​เต้น​ยินดี กระดูก​ของ​ท่าน​จะ​สด​ชื่น​ขึ้น​เหมือน​หญ้า​อ่อน องค์พระผู้เป็นเจ้าจะ​ทรง​แสดง​พระ​อานุภาพ​แก่​ผู้รับ​ใช้​ของ​พระองค์ แต่​จะ​ทรง​พระ​พิโรธ​ต่อ​บรรดา​ศัตรู" (อสย 66:13-14)
          ทุกครั้งที่เราได้เห็นหญ้าเขียวสดชื่น  ทำให้เรามั่นใจได้เลยว่า มีน้ำมีอากาศที่ดีที่ดูแลดินให้ชุ่มชื้นและส่งผลต่อต้นหญ้าให้เขียวสดชื่นด้วยเช่นกัน  ภาพที่เราได้พบเห็น ประชากรของพระเจ้า ในหนังสือประกาศกอิสยาห์  เราพบเห็นพวกเขาได้รับการกอบกู้ ได้รับความเอาใจใส่ ได้รับความรักความคุ้มครอง
          แน่นอน ทำให้เราได้พบเห็นความรักของพระเป็นเจ้า พระเมตตารักของพระองค์ที่มีต่อเราเสมอ "ส่วน​ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า​ไม่​โอ้​อวด​สิ่ง​ใด​นอกจาก​เรื่อง​ไม้​กางเขนของ​พระ​เยซู​คริสต์ องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้าของ​เรา อาศัย​ไม้​กางเขน​นี้ โลก?ถูก​ตรึง​ตาย​ไป​จาก​ข้าพเจ้า และ​ข้าพเจ้า​ก็​ถูก​ตรึง​ตาย​ไป​จาก​โลก​แล้ว  นับ​แต่​บัดนี้ อย่า​ให้​ใคร​มา​รบกวน​ข้าพเจ้า เพราะ​ข้าพเจ้า​มี​รอย​ประทับตรา​ของ​พระ​เยซู​เจ้า​อยู่​ใน​ร่างกาย​ของ​ข้าพเจ้า​แล้ว" (กท 6:14,17)
          สำหรับนักบุญเปาโล ท่านได้บอกกับเราถึงความรู้สึกนึกคิดในช่วงท้ายของชีวิตของท่าน  สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับท่านก็คือ ท่านใดพบเห็นพระเมตตารักของพระเจ้าท่านเห็นว่าความรักของพระเยซูคริสต์เจ้า  สิ่งเหล่านี้สำคัญที่สุดสำหรับท่าน  และท่านจะยึดเหนี่ยวไปจนตลอดชีวิต  ไม่มีอะไรที่ท่านจะโอ้อวด จะพูดถึง จะชื่นชม  มากไปกว่าพระเมตตารักที่พระมีต่อท่าน
ต่อจากนั้น​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ทรง​แต่งตั้ง​ศิษย์​อีก​เจ็ด​สิบ​สอง​คน และ​ทรง​ส่ง​เขา​ล่วงหน้า​พระองค์ เป็น​คู่ๆ ไป​ทุก​ตำบล​ทุก​เมือง​ที่​พระองค์​จะ​เสด็จพระองค์​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “​ข้าว​ที่​จะ​เกี่ยว​มี​มาก แต่​คนงาน​มี​น้อย จง​วอน​ขอ​เจ้าของ​นา​ให้​ส่ง​คนงานมาเก็บเกี่ยวข้าวของพระองค์เถิด  จงไปเถิด เราส่งท่านทั้งหลายไปดุจลูกแกะในฝูงสุนัขป่า  อย่านำถุงเงิน ย่ามหรือรองเท้าไปด้วย อย่าเสียเวลาทักทายผู้ใดตามทาง..... อย่าชื่นชมยินดีที่ปีศาจอ่อนน้อมต่อท่าน แต่จงชื่นชมยินดีมากกว่าที่ชื่อของท่านจารึกไว้ในสวรรค์แล้ว” (ลก 10:1-4,20)
          พระเยซูคริสตเจ้าพระองค์บอกเรา  ยังมีพี่น้องอีกมากมายในโลก ในสังคม รอบชีวิตของเราที่ยังต้องการเพื่อนแท้ ต้องการการเอาใจใส่ ต้องการความรักและเมตตาจากพระผ่านทางชีวิตของเรา  พระองค์ทรงส่งเราไปเป็นเครื่องมือของพระองค์ เป็นหัวใจของพระองค์ เป็นดวงตาของพระองค์ เป็นเท้าของพระองค์ เป็นมือของพระองค์ ที่จะสามารถยื่นพระเมตตารักของพระที่จะดูแลเพื่อนพี่น้องรอบข้างเรา
          เราจึงกล้าก้าวเดินออกจากชีวิตอันอบอุ่นปลอดภัยของเรา เดินไปเถอะแบ่งปันพระเมตตารักของพระให้กับพวกเขา และจงชื่นชมยินดีเถิด เพราะชื่อของเราได้รับการจารึกไว้ในสวรรค์แล้ว เพราะชีวิตของเราได้รับการต้อนรับจากพระเป็นเจ้าเข้าสู่พระอาณาจักรสวรรค์บ้านของพระแล้ว.

                                                                                นกขุนทอง.