วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2014

พี่น้องที่รัก
                สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แรกของเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า ซึ่งจะยาวต่อเนื่องกันไปตลอดสี่สัปดาห์ เป็นช่วงเวลาที่พระศาสนจักรจัดให้เราเตรียมจิตใจของเราสำหรับการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส ดังนั้นตลอดระยะเวลาในเทศกาลนี้ ให้เราแต่ละคนมุ่งมั่นที่จะฟังพระวาจาของพระเจ้าอย่างเกิดผล และ ชำระดวงใจของเราให้ใสบริสุทธิ์เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเฉลิมฉลองการมาบังเกิดขององค์พระผู้ไถ่
                ในวันที่ 3 ธันวาคมที่จะถึงนี้ เป็นวันฉลองนักบุญฟรังซิสเซเวียร์ ซึ่งเป็นวันฉลองนามนักบุญองค์อุปถัมภ์ของพระคุณเจ้าเกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ประมุขของสังฆมณฑลของเรา ให้เราร่วมใจกันภาวนาเป็นพิเศษเพื่อพระคุณเจ้า จะมีพละกำลังที่เข้มแข็งทั้งกายและใจ ในการปฏิบัติหน้าที่นำพาสังฆมณฑลของเราไปสู่เป้าหมายที่ดีงาม ตามพระประสงค์ของพระเจ้าได้อย่างดี

พ่อสุพจน์

ความมหัศจรรย์ของพิธีบูชาขอบพระคุณ
(ต่อจากคราวที่แล้ว)
บทที่ 5
คุณประโยชน์ของพิธีบูชาขอบพระคุณ

                นักบุญโทมัส นักเทววิทยาผู้ยิ่งใหญ่ เคยเขียนเกี่ยวกับเรื่องพิธีบูชาขอบพระคุณไว้อย่างงดงามว่า "พิธีบูชาขอบพระคุณ ประทานพระพรแห่งการคืนดี ให้กับคนบาปที่จมอยู่ในบ่วงบาศของบาปหนัก  ประทานพระพรชำระล้างบาปเบาและอภัยโทษที่สืบเนื่องมาจากบาปนั้น นอกจากนี้ยังเพิ่มพระหรรษทาน และ พระพรมากมายที่จำเป็นสำหรับแต่ละคน"
                ครั้งหนึ่ง นักบุญพอล ฤาษี ยืนอยู่ที่หน้าประตูวัด ในระหว่างที่ผู้คนกำลังหลั่งไหลเข้ามาในวัด ท่านเห็นวิญญาณของชายหนุ่มที่จมปลักอยู่ในบาปคนหนึ่ง สิ่งที่ปรากฏแก่ตาของท่านคือสภาพของชายหนุ่มผู้นี้อยู่ในสภาวะที่มัวหมองอย่างน่าสมเพช ยิ่งไปกว่านั้นท่านยังเห็นปีศาจตนหนึ่งยืนอยู่ข้างชายหนุ่มคนนี้ที่ตกอยู่ภายใต้การบงการของมัน แต่เมื่อพิธีบูชาขอบพระคุณจบแล้วทุกคนกำลังเดินออกจากวัด ท่านเห็นชายหนุ่มคนเดิมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ท่านจึงเรียกชายหนุ่มผู้นี้มาสอบถามเป็นการส่วนตัวว่า เขาได้เสียใจในบาปที่เขาได้ทำมาแล้วใช่ไหม ชายผู้น่าสงสารผู้นั้นสารภาพว่า เขาได้ทำบาปหนักผิดต่อพระเจ้ามากมาย แต่ในระหว่างพิธีบูชาขอบพระคุณ เขาได้อ่านในหนังสือคู่มือภาวนาของเขามีข้อความเขียนไว้ว่า "ถ้าบาปของเจ้านั้นมีสีแดงเข้ม เราจะชำระให้กลายเป็นสีขาวราวกับหิมะผมจึงถือโอกาสนี้ขอโทษพระเจ้าแสดงความเสียใจในบาปที่ผมได้กระทำและวอนขอพระองค์โปรดอภัยให้กับผม แล้วนั้นผมก็เกิดความตั้งใจที่จะไปสารภาพบาปในทันที"
                นักบุญพอล มีความเห็นว่า ที่ชายผู้นั้นได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งอันเนื่องมาจากบาปที่เขาได้กระทำนั้น เป็นผลมาจากพระพรมากมายที่พิธีบูชาขอบพระคุณประทานให้กับเขา แล้วที่สุดเขาก็ได้รับการอภัยบาปทั้งหลายที่เขาได้กระทำมานั่นเอง


 ................................................................................................................................................

สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

ขอสวัสดีปีใหม่ของพระศาสนจักรแด่พี่น้องทุกท่าน เพราะวันนี้เป็นวันที่เราเริ่มต้นปีพิธีกรรมใหม่ของพระศาสนจักรคาทอลิก นั่นคือ เราเข้าสู่สัปดาห์ที่ 1 ในเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

พระศาสนจักรเชื้อเชิญเราให้พร้อมที่จะต้อนรับองค์พระเยซูเจ้าที่กำลังจะเสด็จมา ดังนั้น น่าจะเป็นความหมายที่สำคัญสำหรับเราคริสตชนทุกคนก็คือ เราจำเป็นต้องเตรียมตัว เตรียมพร้อม เปิดหัวใจของเราต้อนรับองค์พระผู้ไถ่ที่กำลังจะเสด็จมา ให้การฉลองคริสต์มาสได้เป็นเวลาแห่งพระพรสำหรับเรามนุษย์ทุกคน
บอกได้เลยว่าบรรยากาศช่วงนี้น่าจะเป็นบรรยากาศแห่งความชื่นชมยินดี ที่เราควรทำให้เป็นช่วงเวลาที่มีความหมาย ทำให้เรามีความสุขครับ ทั้งความสุขฝ่ายกายและความสุขฝ่ายจิตใจ  ขออย่าให้ความวุ่นวายฝ่ายโลกได้มาทำให้เราไกลห่างจากพระ หรือ ทำให้เราปิดประตูหัวใจไม่เปิดรับพระ  เพราะเทศกาลแห่งความชื่นชมยินดีใกล้เข้ามาแล้ว ขอให้เราได้รู้จักเตรียมตัวของเราดีดี
ดังนั้น โอกาสนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาที่เรามารื้อฟื้น ความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า
·        สิ่งที่เราต้องเตรียมคงไม่ใช่แค่สิ่งภายนอก
·        แต่ต้องเป็น  ชีวิตของเรา  ที่เราจะต้องเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น
o   เราสวดภาวนาบ้างหรือไม่  ในวันๆ หนึ่งของเรา
o   เราเข้าวัดสม่ำเสมอหรือไม่
o   เราไม่ได้แก้บาปรับศีลนานแล้วหรือไม่
o   เราได้ทำกิจการดีดีบ้างหรือไม่ เป็นต้น ช่วยเหลือผู้อื่น  ทำบุญ  ทำกิจเมตตา

เพราะความหมายในเทศกาลนี้ คือ การเตรียมตัวต้อนรับองค์พระคริสตเจ้า  ความหมายของเทศกาลนี้คือ ความรักถ้ารักก็ต้องให้ และให้ด้วยความจริงใจ

เพราะ ความรักจะเกิดขึ้นได้  ถ้าเราเริ้มต้นที่จะให้

คพ.วิทยา

วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สารวัดวันอาิทตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2014


พี่น้องที่รัก
                อาทิตย์นี้ วัดเซนต์หลุยส์ของเรามีโอกาสได้ต้อนรับ พระคุณเจ้า ปัญญา กฤษเจริญ เนื่องในโอกาสที่พระคุณเจ้ามาเป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณ วันกระแสเรียก โดยการจัดงานของมูลนิธิกระแสเรียก ซึ่งรวบรวมเงินบริจาคจากพี่น้องสำหรับสนับสนุนเป็นทุนการศึกษาสำหรับสามเณรในบ้านเณรต่างๆ
                กระแสเรียกการเป็นพระสงฆ์ นักบวชชายหญิง นับวันยิ่งหายากขึ้นทุกวัน ในสภาพสังคมปัจจุบันที่ครอบครัวมีลูกน้อย และ กระแสนิยมของโลกวัตถุนิยม บริโภคนิยม เป็นปัจจัยที่ทำให้เด็กเยาวชน คนหนุ่ม คนสาว ฟุ้งเฟ้อ เห่อเหิมไปกับโลกของวัตถุ จนไม่สามารถมีเวลาที่จะพิจารณาเรื่องเสียงเรียกของพระเจ้าที่ คอยเรียกหาผู้อุทิศตนที่จะทำงานเพื่อชีวิตฝ่ายวิญญาณของหมู่มวลสัตบุรุษ ประชากรของพระเจ้า ดังนั้น วันนี้ให้เราสวดภาวนาเป็นพิเศษเพื่อพระกระแสเรียกของพระเจ้าจะได้รับการตอบรับจาก เยาวชน คนรุ่นใหม่ที่จะมาทำงานในท้องนาของพระเจ้ามากยิ่งขึ้น และให้เราร่วมใจกันสนับสนุนทุกวิถีทางที่จะให้ผู้ที่สมัครตนเป็นผู้ฝึกฝนชีวิตเพื่อทำงานในท้องนาของพระองค์แล้วจะได้มีความมั่นคง และได้รับการพัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถเพื่อจะทำงานให้กับพระเจ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

พ่อสุพจน์

ความมหัศจรรย์ของพิธีบูชาขอบพระคุณ
(ต่อจากคราวที่แล้ว)
บทที่ 4
คุณพ่อ MATEO CRAWLEY

                คุณพ่อ Mateo Crawley เป็นมิสชันนารีที่มีความสุภาพถ่อมตน ท่านปฏิบัติต่อทุกคนด้วยความใจดี และ มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แต่กระนั้นท่านเคยเล่าเรื่องที่น่าเศร้าใจที่ค้างคาอยู่ในใจของท่านเป็นเวลานานมาแล้ว เราได้ยินเรื่องนี้จากปากของท่านเอง ท่านบอกว่า "บิดาของข้าพเจ้าเคยเป็นโปรแตสตันท์มาก่อน ท่านเป็นคนดีที่ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา ส่วนมารดาของข้าพเจ้าเป็นคาทอลิก คุณแม่จัดการให้ลูกๆทุกคนได้รับศีลล้างบาปเป็นคาทอลิก จิตใจส่วนลึกของคุณแม่นั้นอยากเห็นคุณพ่อได้มานับถือแบบคาทอลิกเหมือนกับสมาชิกคนอื่นๆในครอบครัว เธอพยายามด้วยความสุขุมรอบคอบ เธอวางความหวังของเธอไว้ในคำภาวนาและการถือปฏิบัติเป็นตัวอย่างที่ดี เพื่อชักจูงจิตใจของพ่อ ทีละเล็กทีละน้อยเธอพบหนทางที่จะทำให้พ่อได้รู้ถึงความจริงในศาสนาคาทอลิกโดยที่คุณพ่อไม่รู้สึกอึดอัดใจอย่างใดเลย"
                “ในที่สุด ความหวังของเธอก็ใกล้จะบรรลุความสำเร็จ เพราะคุณพ่อสัญญาว่าจะไปร่วมในพิธีบูชาขอบพระคุณพร้อมกับครอบครัว และคุณพ่อก็ไปจริง โชคร้ายตรงที่พระสงฆ์ผู้ประกอบพิธี ทำด้วยความเร่งรีบ และขาดความศรัทธา ทำให้คุณพ่อกลับมาบ้านด้วยความผิดหวัง และกล่าวว่าจะไม่คิดมาเป็นคาทอลิกอีกต่อไป"
                “ทุกคนในบ้านผิดหวังมาก เพราะนับแต่นั้นมาคุณพ่อปฏิเสธที่จะรับฟังเรื่องราวอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อในแบบคาทอลิก เวลาผ่านไปหลายปี เรายังคงสวดภาวนาเสมอมา"
                “เย็นวันหนึ่ง พระสงฆ์มิสชันนารีในคณะ Passionist Order มาที่บ้านของเรา คุณพ่อของเราซึ่งเป็นคนชอบต้อนรับผู้มาเยือน เอ่ยปากเชิญชวนให้ท่านเข้ามาสนทนาในบ้าน จะด้วยพระญาณสอดส่องหรือย่างไรก็ไม่สามารถอธิบายได้ การสนทนานั้นประทับใจคุณพ่อมาก ท่านถึงกับแสดงความปรารถนาที่จะร่วมในพิธีบูชาขอบพระคุณที่พระสงฆ์มิสชันนารีผู้นั้นเป็นผู้ประกอบพิธี"
                “พระสงฆ์มิสชันนารีผู้นั้นประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณ อย่างเรียบง่าย แต่เปี่ยมด้วยความเชื่อศรัทธา  ครอบครัวของเราต้องขอบพระคุณพระเจ้าจากใจของเรา เพราะภายหลังจากนั้นไม่นานคุณพ่อก็ขอเรียนคำสอนและเข้ามาเป็นสมาชิกของพระศาสนจักรคาทอลิกในที่สุด"
.................................................................................................................

สมโภชพระเยซูเจ้ากษัตริย์แห่งสากลจักรวาล
เราเข้าสู่อาทิตย์สุดท้าย ในปีพิธีกรรมของพระศาสนจักร  พระวาจาของพระเจ้าได้พูดถึงพระเยซูเจ้าทรงเป็นกษัตริย์ แห่งกษัตริย์ทั้งหลาย
ความเป็นกษัตริย์ของพระเยซูเจ้า  มีความหมายแตกต่างจากบรรดากษัตริย์ทั้งหลาย ทั้งปวง คือ
o   พระองค์ไม่มีพระราชวัง
o   พระองค์ไม่มีข้าทาสบริวาร
o   พระองค์ไม่มีไม้คฑา หรือ ตราประจำสัญลักษณ์ใดๆ ทั้งสิ้น
·     พระองค์มีแต่มงกุฎ และเป็นมงกุฎหนาม
·     พระองค์ถูกทอดทิ้งให้อยู่โดดเดี่ยว บรรดาศิษย์ก็ปฏิเสธ ลูกศิษย์ก็หายกันไปหมด
·     และสุดท้ายพระองค์ก็ต้องตายบนไม้กางเขน อย่างกับนักโทษที่ทำผิดมหันต์

ความหมายที่แท้จริงในวันสมโภชวันนี้ คือ การที่องค์พระเยซูเจ้าให้บทสอนเราถึง การเป็นกษัตริย์แห่งผู้รับใช้ เพราะ อาณาจักรของพระองค์ คือ อาณาจักรแห่งความรัก การรับใช้  และการให้อภัย
o   อำนาจในการปกครอง ของพระองค์ คือ ความรัก
o   และเป็นความรักที่พร้อมจะให้อภัยเราทุกคนที่เป็นมนุษย์ผู้อ่อนแอ
·     พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่สอนเราถึง ความรัก. รักแม้กระทั่งศัตรู
·     พระองค์สอนเราถึงการให้อภัย. ให้อภัยแม้กระทั่งคนที่กำจัดพระองค์
·     และพระองค์ทรงสอนให้เรารับใช้กันและกัน. เหมือนดังที่พระองค์ทรงรับใช้เราทุกคน

  ดังนั้น ขอให้เราทุกคนมีความรัก ความเมตตา และให้อภัยกันและกัน ต่อเพื่อนพี่น้องของเรา เหมือนดังที่พระเจ้าทรงรัก เมตตา และให้อภัยเราทุกคน


คพ.วิทยา

วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2014

พี่น้องที่รัก
                สัปดาห์นี้วัดเซนต์หลุยส์ของเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีโอกาสได้ต้อนรับ พระอัครสังฆราช ซาวีโอ ฮอน ไต ไฟ เลขาธิการสมณกระทรวงเผยแผ่ข่าวดีสู่ปวงชน  และ  บรรดาพระสังฆราชจากสังฆมณฑลต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยของเรา รวมไปถึงตัวแทนคณะนักบวชชายหญิง และ องค์กรฆราวาส ที่มาร่วมกันในพิธีบูชาขอบพระคุณพระเจ้าในรอบ 10.00 . ของวันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน
                พ่อในนามของสภาภิบาล และ พี่น้องสัตบุรุษวัดเซนต์หลุยส์ขอต้อนรับบรรดาพระคุณเจ้า พระสงฆ์ นักบวชชายหญิง และพี่น้องสัตบุรุษจากองค์กรฆราวาสทุกท่านด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะวันนี้เป็นวันที่เราทุกคนได้มีโอกาสหวนกลับมารำลึกถึงบทบาทหน้าที่ที่สำคัญที่พระเยซูได้ทรงมอบให้ไว้กับศิษย์ของพระองค์ทุกคนนั่นก็คือ การประกาศข่าวดีของพระเจ้าไปทั่วทุกแห่งหน ทุกมุมโลก ภารกิจสำคัญประการนี้พระอาจารย์เจ้าของเราทรงมอบให้กับศิษย์ของพระองค์ทุกคนไม่เว้นใครเลย ดังนั้นการมาร่วมชุมนุมกันภาวนาในพิธีบูชาขอบพระคุณครั้งนี้จึงเป็นการแสดงออกถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของเราทุกคนที่เป็นสมาชิกของพระศาสนจักรท้องถิ่น พร้อมใจกันประสานร่วมมือกันกับพระศาสนจักรส่วนกลางในการเผยแผ่ข่าวดีของพระเจ้าในทุกมิติ และทุกโอกาส เพื่อพระนามของพระเจ้าจะได้เป็นที่รู้จักแพร่หลายไปทุกหนทุกแห่ง

พ่อสุพจน์

ความมหัศจรรย์ของพิธีบูชาขอบพระคุณ
(ต่อจากคราวที่แล้ว)
บทที่ 4
โปรแตสแตนท์คนหนึ่งกลับใจเพราะพิธีบูชาขอบพระคุณ

                มีเรื่องเล่าว่า มีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นโปรแตสแตนท์ทั้งหมด เดินทางมาเที่ยวชมอาสนวิหารแห่งเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ซึ่งตอนนั้นในอาสนวิหารพิธีบูชาขอบพระคุณกำลังดำเนินอยู่ พระสงฆ์ผู้ประกอบพิธีประกอบพิธีด้วยความตั้งใจเปี่ยมด้วยความศรัทธา โดยที่ไม่ทันได้รู้ตัวว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาของกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ เวลาผ่านไปสักครู่นักท่องเที่ยวบางคนเริ่มหันเหความสนใจไปดูการตกแต่งทางด้านสถาปัตยกรรม จึงเดินออกจากบริเวณพระแท่นไปยังมุมอื่นๆของวิหาร มีเพียงคนเดียวที่ยังคงสนใจสังเกต อากัปกิริยาทุกท่วงท่าของพระสงฆ์ผู้ประกอบพิธี จนกระทั่งพิธีบูชาขอบพระคุณจบลง
                นักท่องเที่ยวผู้นี้ประทับใจอย่างลึกซึ้งกับอากัปกิริยาที่เปี่ยมด้วยความเชื่อและความชื่นบานที่ปรากฏบนใบหน้าของพระสงฆ์ผู้นั้น ที่เขาสังเกตเห็นในขณะที่พระสงฆ์ผู้นั้นเดินจากพระแท่นบูชากลับไปยังห้องแต่งอาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อนักท่องเที่ยวผู้นี้เดินทางกลับไปยังประเทศอังกฤษ เขาไปขอเรียนคำสอนและกลับใจมาเป็นคาทอลิกที่ศรัทธา
                ในยามที่พี่น้องต่างความเชื่อศรัทธา ต่างจารีตนิกาย ได้มีโอกาสเข้ามาในวัดและร่วมอยู่ในพิธีบูชาขอบพระคุณที่ถวายด้วยความศรัทธาอย่างเต็มเปี่ยมของพระสงฆ์ผู้ประกอบพิธี เราเชื่อมั่นว่า คงมีหลายคนทีเดียวที่มีความประทับใจเหมือนกับความประทับใจที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษผู้นั้นที่เรากล่าวถึงข้างต้น (ยังมีต่อ)
...............................................................................................................................................

วันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา
เงินตะลันต์  >  “พระพร พรสวรรค์”
                       
               
“อาณาจักรสวรรค์เปรียบได้กับบุรุษผู้หนึ่งกำลังจะเดินทางไกล เรียกผู้รับใช้มามอบทรัพย์สินให้  ให้คนที่หนึ่งห้าตะลันต์ ให้คนที่สองสองตะลันต์ ให้คนที่สามหนึ่งตะลันต์ ตามความสามารถของแต่ละคน แล้วจึงออกเดินทางไป”

พี่น้องครับพระวาจาของพระเจ้าวันนี้พูดถึง เงินตะลันต์  ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตัวละครเอกในอุปมาเรื่องนี้อยู่ที่ ผู้รับใช้ที่ไร้ประโยชน์ ซึ่งพระเยซูเจ้าต้องการหมายถึง บรรดาธรรมาจารย์และฟาริสี    ธรรมาจารย์และฟาริสี นำบัญญัติที่พระเจ้าประทานให้โดยผ่านทางโมเสส และนำคำสอนของพระองค์ที่ทรงสอนผ่านทางบรรดาประกาศกไปฝังดินไว้  โดยหวังว่าจะนำทั้งบัญญัติและคำสอนของพระเจ้าส่งคืนพระองค์ในสภาพเหมือนเดิม ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงพยายามป้องกันบัญญัติและคำสอนต่างๆ ด้วยการห้ามเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือพัฒนาปรับปรุงใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้น ประชาชนจึงถูกปิดกั้น ไม่รู้จักพระเจ้าและความรักของพระองค์

ดังนั้น อุปมาเรื่องนี้พระเยซูเจ้าต้องการสอนเราว่า  พระเจ้าประทานพระพรแก่เราแตกต่างกัน  บางคนอาจได้ห้าตะลันต์ บางคนสองตะลันต์ บางคนหนึ่งตะลันต์ แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญครับ เพราะประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า เราได้ใช้ตะลันต์ หรือ พระพร หรือ พรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานให้กับเราอย่างไร “ใช้อย่างไร ไม่ใช่ ได้เท่าไร
เพราะพระเจ้าไม่เคยเรียกร้องให้เราทำสิ่งที่เราไม่มีความสามารถ  แต่สิ่งใดที่เรามีความสามารถ พระองค์ต้องการให้เราทำและใช้ความสามารถนั้นอย่างเต็มที่เพื่อรับใช้พระเจ้าและเพื่อนมนุษย์  ดังนั้น เราอาจมีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน แต่สิ่งที่เรามีนั้น เราได้ใช้มันออกมาเต็มความสามารถของเราหรือไม่ นั่นแหละที่สำคัญครับ

“จงใช้..ในสิ่งที่เรามีและเป็น.. อย่ามองว่าคนอื่นมีดีกว่าเรา รวยกว่าเรา เก่งกว่าเรา
แต่จงมองว่าเราได้ใช้ในสิ่งที่เรามีและเป็น..เต็มที่แล้วหรือยัง”


คพ.วิทยา

วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2014

พี่น้องที่รัก
                ลมหนาวเริ่มพัดโชยมาบ้างแล้ว แต่ฤดูฝนก็ยังคงอ้อยอิ่งไม่อยากจากพวกเราไป ฝนยังคงตกอยู่เรื่อยๆ ราวกับว่าฟ้าและผืนดินกระหายหาความชุ่มชื้นอยู่เสมอ เหลือเวลาอีกสองสัปดาห์เราก็จะฉลองพระคริสตเจ้ากษัตริย์แห่งสากลจักรวาลแล้ว ซึ่งหมายความว่าเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้ากำลังจะเริ่มขึ้น และ เทศกาลคริสต์มาสก็คืบคลานใกล้เราเข้ามาเรื่อยๆ
                วันเวลาผ่านไปรวดเร็ว ถ้าเราไม่หลงลืมไปว่า วันเวลาในโลกของเรามีจำกัด สิ่งใดที่เป็นคุณงามความดีเราต้องเร่งกระทำ อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะเวลาที่ผ่านไปแล้วจะไม่หวลกลับมาหาเราอีก

พ่อสุพจน์
ความมหัศจรรย์ของพิธีบูชาขอบพระคุณ
(ต่อจากคราวที่แล้ว)
บทที่ 4
พิธีบูชาขอบพระคุณโดยพระสันตะปาปาเลโอที่13

                พระสงฆ์ท่านหนึ่งบันทึกประสบการณ์การร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณที่พระสันตะปาปาเลโอที่13 เป็นผู้ถวายเอาไว้ว่า "ข้าพเจ้าได้มีโอกาสร่วมในพิธีบูชาขอบพระคุณที่พระสันตะปาปาเลโอที่13 เป็นผู้ถวาย ข้าพเจ้ารู้สึกซาบซึ้งใจในพิธีอันงดงาม อย่างที่ไม่มีหนังสือบำรุงความศรัทธา หรือ บทเทศน์ใดๆทำให้รู้สึกซาบซึ้งได้มากขนาดนี้ แม้ว่าเวลาจะผ่านล่วงเลยมาแล้วถึง 50 ปี แต่ข้าพเจ้าไม่เคยลืมวันวันนั้นเลย พระสันตะปาปาเวลานั้นมีอายุได้ 85 ปีแล้ว แม้ว่าภายนอกดูเหมือนจะเชื่องช้าแต่ก็เปี่ยมด้วยความสุขุมคัมภีรภาพ ในยามที่พระองค์ก้าวเข้ามาในวัดน้อย และ เดินตรงไปยังพระแท่น พระองค์ดูเต็มเปี่ยมไปด้วยความกระชุ่มกระชวย และ สดใส พระองค์เริ่มพิธีศักดิ์สิทธิ์ ด้วยท่าทางที่สง่างาม อิริยาบทของพระองค์ค่อยเป็นค่อยไป ทุกคำพูดที่พระองค์กล่าวออกมาแสดงให้เห็นชัดว่า พระองค์ตระหนักว่าพระองค์อยู่ต่อหน้าพระเจ้า ในช่วงของการเสกศีล พระองค์เงยหน้าขึ้นมองไปยังแสงที่ส่องลงมาจากเบื้องบน สายตาของพระองค์สื่อออกถึงความประทับใจของบุคคลที่ได้ยลความยิ่งใหญ่ของพระอานุภาพของพระเจ้า
                พระองค์ประคองแผ่นศีลไว้ในมือของพระองค์ด้วยความเคารพอย่างสูงส่ง และ ค่อย ๆ เปล่งคำภาวนาบทเสกศีล ด้วยน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมด้วยความเข้าใจถึงกิจการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่พระองค์กำลังประกอบพิธีอยู่นั้น แล้วพระองค์ก็ย่อเข่าลง ราวกับว่าพระองค์อยู่ต่อหน้าพระบัลลังก์ของพระเจ้าในสวรรค์ และพระองค์ก็ชูแผ่นศีลขึ้นสูง พร้อมกับสายตาที่จดจ้องอยู่กับการประทับอยู่นั้น แล้วค่อยๆวางแผ่นศีลลงในจานรองศีลนั้น จากนั้นพระองค์ก็ทำเช่นเดียวกันกับถ้วยพระโลหิตที่บรรจุอยู่ในถ้วยกาลิกส์นั้นด้วยความเชื่อที่มีชีวิตชีวา ทุกอากัปกิริยานั้นช่างน่าประทับใจ ในช่วงของการกล่าวบทลูกแกะพระเจ้านั้น พระองค์เปล่งคำภาวนาออกมาด้วยความตระหนักรู้ว่าพระองค์อยู่ต่อหน้าองค์พระเจ้าเอง สุดท้าย ข้าพเจ้าเองไม่สามารถบรรยายถึงรายละเอียดของอากัปกิริยาว่าพระองค์รับพระกายและพระโลหิตศักดิ์สิทธิ์นั้นด้วยความรักอย่างสุดซึ้งนั้นมีลักษณะอย่างไร พิธีทั้งหมดไม่ได้ใช้เวลานานมากนัก และ ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย แต่น่าประทับใจที่สุด เหตุการณ์ครั้งนั้นข้าพเจ้ายังจดจำได้ดีแม้เวลาจะผ่านไปถึง 50 ปีแล้วก็ตาม (ยังมีต่อ)
............................................................................................................

               
เกร็ดความรู้ - วันอาทิตย์
วันนี้เราฉลองวันครบรอบการถวายพระวิหารลาเตรัน  โอกาสนี้จึงอยากจะฝากความรู้เล็กๆน้อยๆ ว่าทำไมจึงเรียกวัดบางแห่งว่ามหาวิหาร (Basilica)

ในยุคแรกเริ่มของพระศาสนจักร บรรดาคริสตชนมาชุมนุมกันเพื่อสวดภาวนาและถวายบูชามิสซาในห้องธรรมดาๆ เหมือนใน ห้องชั้นบน ที่ซึ่งหลังจากพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์แล้ว บรรดาสาวกและผู้ติดตามทั้งชายและหญิง และพร้อมกับแม่พระ ทุกคนร่วมอธิษฐานภาวนาสม่ำเสมอเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน (กจ 1:12-14)
จากนั้น หลังจากพระจักรพรรดิคอนสแตนติน ได้ฟื้นฟูให้เสรีภาพทางศาสนาแก่บรรดาคริสตชน จึงสามารถจัดชุมนุมถวายนมัสการพระเจ้าได้อย่างเปิดเผยในที่สาธารณะ ดังนั้นบรรดาคริสตชนจึงเริ่มจัดหาอาคารเพื่อถวายนมัสการพระเจ้าซึ่งเรียกว่า บ้านแห่งการภาวนา โบสถ์น้อยประจำอารามหรือวัด จึงใช้กันมากขึ้น และในต้นศตวรรรษที่ 4 คำว่ามหาวิหารจึงได้เริ่มเรียกสำหรับวัดบางแห่ง
มหาวิหารเป็นชื่อเรียกหอประชุมใหญ่ของชาวโรมันที่สร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์ทางโลก เป็นต้น การถ่ายโอนธุรกิจหรือการจัดศาลยุติธรรม และเมื่อจักรพรรดิคอนสแตนตินได้ให้เสรีภาพในการถือศาสนา และทางรัฐก็ให้ความคุ้มครองบรรดาคริสตชน มหาวิหารบางแห่งจึงถูกสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ของทางราชการโดยให้คริสตชนดูแล และได้เปลี่ยนเป็นสถานที่ให้คริสตชนถวายนมัสการพระเจ้า แต่คำว่ามหาวิหารนั้นยังคงไว้เหมือนเดิม เช่น มหาวิหารนักบุญยอห์น ลาเตรัน วัดที่เป็นอาสนวิหารของพระสังฆราชแห่งโรม
คำว่า “มหาวิหาร” จึงถือว่าเป็นเกียรติพิเศษ และได้เริ่มใช้เรียกวัดต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างโดดเด่น ทรงเกียรติ มหาวิหารที่ใหญ่โต และเป็นที่รู้จักอย่างดีในกรุงโรม คือ
o    มหาวิหารนักบุญยอห์น ลาเตรัน   
o    มหาวิหารนักบุญเปโตร   
o    มหาวิหารนักบุญเปาโล นอกกำแพงเมือง             และอื่นๆ
ทุกวันนี้พระศาสนจักรคาทอลิกยังคงใช้คำว่ามหาวิหาร เรียกชื่อวัดในที่ต่างๆ ของคาทอลิกด้วยเหตุผล เพราะเป็นสักการสถานที่มีชื่อเสียง มีความสำคัญ และเพื่อให้วัดเป็นสถานที่บรรดาสัตบุรุษมาร่วมแสดงความเชื่อ ความศรัทธาและสำหรับการนมัสการพระเจ้า


คพ.วิทยา