วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม 2014

พี่น้องที่รัก
                พ่อขอถือโอกาสนี้แจ้งให้ทราบกำหนดการต้อนรับพระธาตุนักบุญพระสันตะปาปา ยอห์น ที่ 23 และ พระธาตุนักบุญพระสันตะปาปา ยอห์นปอล ที่ 2 ที่วัดเซนต์หลุยส์ของเรา จะมีในวันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม นะครับ ดังนั้นขอเชิญชวนพี่น้องทุกท่านมาสักการะพระธาตุของนักบุญพระสันตะปาปาทั้งสอง ในทุกรอบมิสซาครับ ทั้งนี้ในคืนวันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม 2557 พ่อและตัวแทนกรรมการสภาภิบาลบางท่านจะเดินทางไปรับพระธาตุ จากวัดพระกุมารเยซู กิโลเมตร 8 บางนาตราด มายังวัดเซนต์หลุยส์ของเรา และเราจะมีการแห่พระธาตุเข้ามาในวัดของเราในเช้าวันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม ก่อนมิสซารอบ 6.00 . และ ประดิษฐานพระธาตุไว้ในวัดของเราตลอดวัน จนถึงมิสซารอบเย็น 17.30 . ครับ

พ่อสุพจน์

ความมหัศจรรย์ของพิธีบูชาขอบพระคุณ
(ต่อจากคราวที่แล้ว)
บทที่ 2
พิธีบูชาขอบพระคุณคืออะไร?

                1. ในพิธีบูชาขอบพระคุณ พระบุตรของพระเจ้า มารับสภาพมนุษย์อีกครั้ง ในพิธีบูชาขอบพระคุณ พระธรรมล้ำลึกแห่งการมาบังเกิดของพระเยซู ได้กลับมาเป็นจริงอีกครั้ง เหมือนกับว่าครั้งแรกที่พระบุตรของพระเจ้าได้มารับเอากายมาจุติในพระครรภ์ของพระนางมารีย์พรมจารีย์ ซึ่งนำพระพรมากมายหลั่งไหลมาสู่เรามิรู้สิ้นสุด
                นักบุญออกัสตินกล่าวว่า “พระสงฆ์ช่างมีเกียรติศักดิ์ศรีสูงส่งยิ่งนัก เพราะมือของท่านได้โอบอุ้มพระคริสตเจ้าที่ได้มารับสภาพเป็นมนุษย์อีกครั้งหนึ่ง”
                2. พิธีบูชาขอบพระคุณคือการบังเกิดของพระเยซูคริสต์  เพราะพระองค์ได้บังเกิดมาจริงบนพระแท่นบูชาทุกครั้งที่มีการประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณ เหมือนกับที่พระองค์ได้บังเกิดมาที่เบธเลเฮมในครั้งกระโน้น
                นักบุญ ยอห์น ดามาซีน กล่าวว่า “ถ้ามีใครอยากทราบว่า แผ่นปังได้รับการแปรเปลี่ยนไปเป็นพระกายของพระเยซูคริสต์ได้อย่างไร ข้าพเจ้าจะบอกกับเขาว่า ฤทธิ์อำนาจของพระจิตของพระเจ้าได้ทอแสงลงมายังพระสงฆ์ เหมือนกับที่พระองค์ได้ทรงกระทำต่อพระนางพรหมจารีย์มารีย์นั่นเอง”
                นักบุญโบนาเวนตูรา กล่าวว่า “เมื่อพระเจ้าลงมาประทับยังพระแท่นบูชา พระองค์ทรงพระฤทธานุภาพเท่าเทียมกันกับที่พระองค์ได้ลงมาประทับครั้งแรกในพระครรภ์ของพระนางพรหมจารีย์มารีย์นั่นแหละ”
                3. พิธีบูชาขอบพระคุณนั้นเท่าเทียมกับการถวายองค์สิ้นพระชนม์เป็นบูชาบนไม้กางเขนที่เขากัลวารีโอที่พระองค์ได้สิ้นพระชนม์ในวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ การบูชาที่กัลวารีโอมีคุณค่าสูงส่งเกินกว่าจะประมาณค่าได้ฉันใด พิธีบูชาขอบพระคุณมีพระพรที่มีคุณค่าเหลือล้นฉันนั้น
                พิธีบูชาขอบพระคุณ ไม่ใช่เป็นการทำพิธีเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ที่เขากัลวารีโอ แต่โดยเนื้อแท้แล้วถือเป็นบูชาเดียวกันเลย ดังนั้นในพิธีบูชาขอบพระคุณทุกครั้ง พระเยซูเจ้าทรงหลั่งโลหิตเพื่อเราเสมอ
                นักบุญออกัสตินกล่าวว่า "ในทุกพิธีบูชาขอบพระคุณ พระเยซูเจ้าทรงหลั่งพระโลหิตใหม่อีกครั้งเพื่อคนบาป"
                4. ไม่มีอะไรบนแผ่นดินนี้ หรือแม้แต่ในสวรรค์ ที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้สูงส่งและประทานพระคุณมากมายให้กับเราเท่ากับพิธีบูชามิสซาขอบพระคุณแม้เพียงการประกอบพิธีเพียงครั้งเดียว
                5. โดยทางพิธีบูชาขอบพระคุณเท่านั้น ที่พระเจ้าทรงมีพระประสงค์จะได้รับการสรรเสริญสูงสุด และ พระเกียรติมงคลสูงสุด และโดยพิธีนี้เองที่เรามนุษย์สามารถแสดงออกถึงการขอบพระคุณได้อย่างสมบูรณ์สูงสุดสำหรับพระพรมากมายที่พระองค์โปรดประทานแก่เรา นอกจากนี้โดยพิธีนี้เองเท่านั้นที่ช่วยให้เรามนุษย์สามารถวิงวอนขออภัยโทษต่อบาปโทษของเราได้ดียิ่งกว่าการใช้โทษบาปแบบใดๆทั้งสิ้น
                6. ไม่มีอะไรที่สามารถช่วยวิงวอนขอเพื่อการกลับใจของคนบาปได้ดีไปกว่า การขอคำภาวนาผ่านทางพิธีบูชาขอบพระคุณเพื่อพวกเขา (ขอมิสซาถ้าผู้เป็นแม่รู้ว่าเธอสามารถขอคำภาวนาผ่านทางการประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณเพื่อลูกๆที่ใจเมินเฉย ปล่อยตนในความมัวเมาในบาป หรือ ผู้เป็นแม่บ้านทราบว่าถ้าเขาต้องการภาวนาเพื่อสามีของตน ผ่านทางการประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณได้ พวกเขาจะมีความยินดีเป็นอย่างมาก
                7. ไม่มีคำภาวนาใดๆ แม้ว่าบ่อยแค่ไหน จะสามารถช่วยเหลือดวงวิญญาณของมนุษย์ได้เท่ากับพิธีบูชาขอบพระคุณ ดังนั้นให้เราเผื่อแผ่อุทิศบุญกุศลเพื่อดวงวิญญาณในไฟชำระด้วยการประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณเถิด อาจเป็นไปได้ว่า ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงของเรายังคงอยู่ในไฟชำระก็ได้ และเราสามารถที่จะช่วยบรรเทาเขาได้โดยวิธีง่ายๆก็คือ การภาวนาผ่านทางการประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณเผื่อแผ่บุญกุศลไปถึงเขาเหล่านั้นนั่นเอง(ยังมีต่อ)
..............................................................................................................................................
วันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา
อุปมาเรื่องขุมทรัพย์และเรื่องไข่มุก
อาณาจักรสวรรค์เปรียบได้กับขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ในทุ่งนา คนที่พบก็ฝังซ่อนสมบัตินั้น และยินดีกลับไปขายทุกสิ่งที่มี นำเงินมาซื้อนาแปลงนั้น
อาณาจักรสวรรค์ยังเปรียบได้อีกกับพ่อค้าที่แสวงหาไข่มุกเม็ดงาม  เมื่อได้พบไข่มุกที่มีค่าสูง เขาจะไปขายทุกสิ่งที่มี นำเงินมาซื้อไข่มุกเม็ดนั้น

พี่น้องครับ พระวาจาของพระเจ้าอาทิตย์นี้ พูดถึง อาณาจักรสวรรค์ ซึ่งพระองค์สอนเราเป็นคำอุปมาเรื่อง ขุมทรัพย์ และ ไข่มุก ความหมายน่าจะตรงตัวและเข้าใจง่ายครับ คือ อาณาจักรสวรรค์ คือ ขุมทรัพย์ และ ไข่มุกที่เลอค่า ที่เราต้องแสวงหา เพื่อเราจะได้พบกับสมบัติที่ล้ำค่าแท้จริง
พี่น้องคงจำได้ ที่มีข่าวว่า มีพื้นที่ว่างซึ่งเป็นแปลงนา ที่พบกับทองคำเต็มไปหมด ชาวบ้านจากทุกสารทิศต่างมาขุด เพื่อค้นหาทอง ใครพบก็โชคดี ใครที่ยังไม่พบก็พยายามออกแรงเต็มที่เพื่อให้พบกับทองหรือสมบัติบางสิ่ง และนี่คือสิ่งที่สะท้อนชีวิตเรา
ถ้าเรารู้ว่ามีของบางสิ่งที่มีคุณค่า เราคงจะพยายามทำทุกสิ่งเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมา เช่นเดียวกัน พระวาจาวันนี้พระองค์บอกกับเราว่าอาณาจักรสวรรค์ เปรียบได้กับขุมทรัพย์และไข่มุกที่เรารู้ว่ามีคุณค่า เราจึงต้องทำอย่างไรก็ได้เพื่อที่จะได้มาเป็นเจ้าของ ดังนั้นจึงอยากเปรียบเทียบว่า พระเยซูเจ้า คือ ลายแทงไปสู่ขุมทรัพย์หรือไข่มุกที่แท้จริง ผ่านทางพระเยซูเจ้าเราได้พบกับอาณาจักรสวรรค์ เราต้องยอมขายทุกสิ่งที่มี เพื่อเป็นเจ้าของขุมทรัพย์หรือไข่มุกชิ้นนี้ให้ได้ สละทิ้งทุกอย่างที่มันถ่วงเรา ใช้พละกำลังทั้งหมด  สติปัญญาปรีชาญาณทั้งหมด เพื่อจะได้ขุมทรัพย์หรือไข่มุกนี้มาเป็นกรรมสิทธิ์ นั่นคือดำเนินชีวิตให้ดีเพื่อที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งในอาณาจักรสวรรค์ ขอให้เราได้มีลายแทงสมบัติที่ชัดเจนเพื่อจะได้มุ่งหน้าตามหาอาณาจักรสวรรค์ในชีวิตของเรา โดยผ่านทางองค์พระเยซูเจ้าและในพระวาจาของพระองค์

คพ.วิทยา


วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม 2014

พี่น้องที่รัก
                พี่น้องครับพิธีฉลองวัดประจำปี ค.. 2014 จะมาถึงในวันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคมนี้ ดังนั้นเราเหลือเวลาอีกเพียงเดือนเดียวสำหรับการจัดเตรียมงานฉลองวัดประจำปีของเราครับ ในปีนี้พ่อได้เรียนเชิญพระคุณเจ้าฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวานิช มาเป็นประธานในพิธีฉลองวัดของเรา และตามที่เราเคยปฏิบัติกันมา ก่อนการฉลองวัดเราจะเชิญพระสงฆ์มาเทศน์เตรียมจิตใจพี่น้องสัตบุรุษล่วงหน้าก่อน 3 สัปดาห์นั้น ในปีนี้พ่อได้เชิญ คุณพ่ออนุรัตน์ ณ สงขลา มาเทศน์ในวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม  และ คุณพ่อประเสริฐ ตรรกเวศม์ มาเทศน์ในวันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม และ คุณพ่อสานิจ สถะวีรวงส์ มาเทศน์ในวันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม เพียงแต่ปีนี้คุณพ่อทั้งสามจะมาเป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณและเทศน์ในพิธีมิสซารอบ 10.00 นาฬิกาเท่านั้นครับ
                สำหรับการฉลองภายในของวัดเซนต์หลุยส์ของเรา จะมีในวันที่ 23 สิงหาคม เวลา 17.30 ประธานในพิธีคือ คุณพ่อสุรชัย ชุ่มศรีพันธุ์ หลังพิธีมีการแห่พระรูปนักบุญหลุยส์

พ่อสุพจน์
ความมหัศจรรย์ของพิธีบูชาขอบพระคุณ
(ต่อจากคราวที่แล้ว)
เทวดากับดอกกุหลาบ
                มีชาวนาผู้จนยากคนหนึ่ง ตั้งใจว่าจะไปร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณทุกวันตลอดชีวิตของเขา  เช้าวันหนึ่งขณะที่เขากำลังเดินข้ามทุ่งนาที่เต็มไปด้วยหิมะที่ขาวโพลนไปทุกแห่งหน เพื่อมุ่งไปยังวัด เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่อยู่เบื้องหลังเขา เขาจึงเหลียวกลับไปมอง เขาเห็นเทวดารักษาตัวถือตะกร้าที่มีดอกกุหลาบวางอยู่เต็มตะกร้า ส่งกลิ่นหอมอบอวล "เห็นไหม" เทวดากล่าว "ดอกกุหลาบเหล่านี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกๆฝีก้าวของท่านที่เดินมุ่งหน้าไปยังวัดเพื่อร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณ ดอกกุหลาบแต่ละดอกนี้แสดงถึงรางวัลแห่งสิริมงคลที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้สำหรับท่านในสวรรค์ แต่อย่างไรก็ดีพระพรที่ท่านได้รับจากการไปร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณนั้นมากมายมากกว่ายิ่งนัก"

ทำอย่างไรถึงจะทำให้ธุรกิจของเราเจริญก้าวหน้าเกิดผลงอกงาม
                เพื่อนนักธุรกิจสองคนอาศัยอยู่ในเขตเมืองเดียวกันในประเทศฝรั่งเศส ทั้งสองทำธุรกิจชนิดเดียวกัน ในขณะที่คนหนึ่งประสบความสำเร็จร่ำรวยมั่งคั่ง ส่วนอีกคนธุรกิจฝืดเคืองแทบจะชักหน้าไม่ถึงหลัง แม้ว่าเขาจะทำงานหนักกว่าและตื่นเช้ากว่าเพื่อนของเขา
                หลังจากมาพบปะสนทนากันในเรื่องราวต่างๆแล้ว เพื่อนคนที่ธุรกิจฝืดเคืองตัดสินใจปรึกษาขอคำแนะนำจากเพื่อนอีกคนที่ทำธุรกิจเจริญรุ่งเรืองกว่าเพื่อหวังจะขอเคล็ดลับแห่งความสำเร็จ
                "เพื่อนรักเอ๋ย" นักธุรกิจที่มั่งคั่งกล่าว "ฉันไม่มีเคล็ดลับอะไร ฉันทำงานเท่าๆกันกับที่ท่านทำ แต่ถ้าจะมีอะไรที่แตกต่างกันไปบ้าง ก็มีเพียงแต่ว่า ฉันไปร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณทุกวัน ส่วนเธอไม่ได้ไป ฉะนั้นเธอจงทำตามคำแนะนำของฉันเถิด ไปร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณทุกๆเช้า และ ฉันมั่นใจว่าพระเจ้าจะอำนวยพระพรกิจการงานของท่าน"

                แล้วเพื่อนนักธุรกิจที่จนกว่าก็ทำตามคำแนะนำที่ได้รับ และไม่นานหลังจากนั้น ปัญหาอุปสรรคที่เขาเผชิญอยู่ก็จบลงโดยไม่ทราบสาเหตุ และ ธุรกิจของเขาก็เจริญเติบโตมั่งคั่งเกินกว่าความคาดหมายของเขาเสียอีก
.................................................................................................................
วันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา
อาณาจักรสวรรค์เปรียบได้กับชายคนหนึ่งที่หว่านข้าวพันธุ์ดีในนาของตน  ขณะที่ทุกคนนอนหลับ ศัตรูก็มาหว่านข้าวละมานทับลงบนข้าวสาลีแล้วจากไป  เมื่อต้นข้าวงอกขึ้นจนออกรวง ข้าวละมานก็ปรากฏแซมอยู่ด้วย  บรรดาผู้รับใช้จึงไปหานายถามว่า นายครับ นายหว่านข้าวพันธุ์ดีในนามิใช่หรือ แล้วข้าวละมานมาจากที่ใดเล่า นายตอบว่า ศัตรูมาหว่านไว้ ผู้รับใช้จึงถามว่า นายต้องการให้เราไปถอนมันไหม  นายตอบว่า อย่าเลย เกรงว่าเมื่อท่านถอนข้าวละมาน ท่านจะถอนข้าวสาลีติดมาด้วย  จงปล่อยให้ข้าวสองชนิดงอกงามขึ้นด้วยกันจนถึงฤดูเก็บเกี่ยว แล้วฉันจะบอกคนเก็บเกี่ยวว่า จงเก็บข้าวละมานก่อน มัดเป็นฟ่อน เผาไฟเสีย ส่วนข้าวสาลีนั้น จงเก็บเข้ายุ้งของฉัน’”

พี่น้องครับ พระวาจาของพระเจ้าอาทิตย์นี้ พูดถึงความแตกต่างของ ข้าวละมาน กับ ข้าวสาลี  ข้าวละมานเป็นข้าวพันธุ์ไม่ดี ส่วนข้าวสาลีเป็นข้าวพันธุ์ดี
ข้าวละมาน น่าจะหมายถึง สิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายที่ปะปนกันอยู่ในสังคมของเรา หากถ้าจะนึกถึงชีวิตของเราแต่ละคน ก็น่าจะหมายถึง ความบกพร่อง ความไม่ดีต่างๆ  ส่วนข้าวสาลี น่าจะหมายถึง สิ่งที่ดีๆ ทั้งหลายที่เราได้กระทำให้บังเกิดขึ้นในชีวิตของเรา
ซึ่งจากพระวาจาตอนนี้น่าจะเป็นข้อคิดให้กับเราว่า

·       ในชีวิตของเราและในสังคมของเรามีทั้งสิ่งดี และ สิ่งไม่ดีปะปนกัน
·       พระเจ้าทรงอดทน และรอคอย ให้คนที่ไม่ดีมีเวลาเปลี่ยนแปลงตนเอง และมีเวลากลับใจเสมอ
·       ศัตรูของเรา คือ ปีศาจ มันพยายามจะทำให้ความชั่ว ชนะความดี พยายามทำให้เราซึ่งเป็นลูกของพระทำในสิ่งที่ไม่ดี และพยายามทำให้เราหลงทางอยู่เสมอ

                ดังนั้น ขอให้เราเสริมสร้างความดีให้เกิดขึ้น ขจัดความไม่ดีต่างๆ ด้วยความดี นั่นคือแสดงออกมาด้วยความรักให้ปรากฏแก่ทุกคน  และพยายามไม่ตัดสินกันและกันด้วยความคิด หรือ อคติของเรา แต่ขอให้เราได้มองคนอื่นด้วยใจกว้าง ไม่ตัดสินคนอื่นด้วยเบาความ แต่ขอให้เราให้โอกาสแก่ผู้ที่ทำผิดได้ปรับปรุงแก้ไข บนพื้นฐานแห่งความรักและการให้อภัย และที่สุดขอเพียงเราเจริญชีวิตตามแบบอย่างของพระเยซูเจ้า ทำสิ่งดีดีให้เกิดขึ้น โดยการนำความรักไปสู่ผู้อื่นในสังคม ชีวิตเราก็จะมีแต่ความสุข สังคมก็จะน่าอยู่เสมอไป
คพ.วิทยา