วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2015

พี่น้องที่รัก
            เดือนพฤศจิกายน เป็นเดือนที่เราคริสตชนรำลึกถึงดวงวิญญาณในไฟชำระเป็นพิเศษ พระศาสนจักรเน้นเราให้ภาวนาอุทิศให้กับสมาชิกของพระศาสนจักรที่ผ่านวันเวลาในโลกนี้ไปแล้ว แต่ยังไม่บรรลุถึงความยินดีในเมืองสวรรค์ นักบุญเปาโลเตือนเราว่า เราต้องไม่ตกอยู่ในความเขลาในเรื่องของผู้ล่วงลับ หรือ มัวแต่จมอยู่ในความเศร้าโศก เหมือนคนสิ้นหวัง เพราะพระคริสตเจ้าเองจะเสด็จมาจากสวรรค์ และ ผู้ล่วงลับที่อยู่ในองค์พระคริสตเจ้าจะกลับคืนชีพ
            พระศาสนจักรสอนเราให้ภาวนาอุทิศแด่ผู้ล่วงลับเสมอ แม้แต่ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมยังกล่าวถึงเรื่องการภาวนา และ การบริจาคเพื่ออุทิศให้กับดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับ เป็นการถือปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักศาสนาโดยคำนึงถึงความหวังถึงการกลับคืนชีพ  และมีความเชื่อว่า ผู้ล่วงลับตกอยู่ในภวังค์แห่งการหลับใหลที่ยังมีจิตมั่นคงในองค์พระเจ้านั้น เขามีพระพรยิ่งใหญ่คอยปกป้องเขาอยู่ ดวงวิญญาณของเขาจึงยังไม่สูญเสียความหวังที่จะได้เข้าสู่สวรรค์ไป ดังนั้นความคิดที่จะภาวนาเพื่อผู้ล่วงลับถือเป็นความคิดที่ศักดิ์สิทธิ์ และเหมาะสม เพื่ออานิสงส์สำหรับดวงวิญญาณที่จะได้รับการอภัยจากบาปโทษที่เขาได้ก่อขึ้น
            ไฟชำระเป็นช่วงเวลาเพียงชั่วคราว จะสั้นจะยาวก็แตกต่างกันไปตามการพิพากษาของพระเจ้าสำหรับแต่ละดวงวิญญาณ  ช่วงเวลานี้อาจยาวนานนับศตวรรษสำหรับดวงวิญญาณที่มีมลทินต้องชำระมากมาย ดวงวิญญาณเหล่านี้รอการชำระให้สะอาดจากมลทินบาป และเมื่อเวลาสุดท้ายหรือ อวสานตกาลมาถึง พระเจ้าจะทรงประทานความบริสุทธิ์ให้กับสมาชิกของพระศาสนจักรเหล่านั้น วันเวลาของไฟชำระจะสิ้นสุดลง ดวงวิญญาณทุกดวงจะได้รับการพิพากษาประมวลพร้อม ผู้ศรัทธาที่ยึดมั่นในคำสอนของพระเจ้าก็จะได้รับรางวัลในสวรรค์ ส่วนผู้ที่ปฏิเสธจะดำรงชีวิตตามคำสอนของพระเจ้าจะถูกลงโทษในนรก ซึ่งคำพิพากษานี้ถือเป็นการสิ้นสุดและมีผลทันที
            จากคำสอนเรื่องไฟชำระ และ การชำระมลทินอันเนื่องมาจากบาปของผู้ล่วงลับ ทำให้เราเห็นถึงความจำเป็นที่ว่า เราคริสตชนซึ่งยังมีชีวิตอยู่ในโลกสมควรที่จะภาวนาอุทิศให้กับผู้ล่วงลับเป็นประจำ เพราะเราต่างสามารถที่จะแสดงความเกื้อกูลต่อกันได้โดยอาศัย การสวดภาวนา การประกอบคุณงามความดี การบริจาคทาน การขอมิสซาอุทิศให้ เพื่อว่าเมื่อวิญญาณในไฟชำระดวงใดได้รับอานิสงส์แห่งพระเมตตาของพระเจ้าได้บรรลุถึงเมืองสวรรค์แล้ว จะวิงวอนพระเจ้าเพื่อโปรดประทานพระพรให้กับเราในโลกด้วย และ นี่แหละคือความหมายของคำว่า "ความเป็นหนึ่งเดียวกันของผู้ศักดิ์สิทธิ์" ในบทข้าพเจ้าเชื่อถึงพระเป็นเจ้าที่เราสวดเป็นประจำนั่นเอง

คพ.สุพจน์
......................................................................................................

ข้างบัลลังก์นักบุญหลุยส์ : ให้เท่าไหร่ ก็ได้ไปเท่านั้น

เวลาเป็นเด็กเด็กจำได้ว่า
เมื่อมีซองบุญ  ซองผ้าป่า  ซองกฐินมาเวียน
เวียนในห้องเรียน  ให้พวกเรานักเรียนได้ทำบุญ

จะมีประโยคคลาสสิกคุ้นหูจากคุณครู
ไล่มาเป็นหลายคำรบทีเดียวว่า
ทำเท่าที่ทำได้นะลูก  อย่าทำจนตัวเราลำบาก
อย่าทำจนไม่มีเงินทานข้าวนะลูก
ทำบุญได้  แต่อย่าให้ตัวเราเดือดร้อนนะลูก

วันนี้  พระวาจาของพระบอก
แต่บอกต่างออกไปจากที่เคยได้ยินมาตั้งแต่วัยเด็ก

ดูหญิงคนนั้นทำทาน
แม้เธอขัดสนอยู่แล้ว  เธอยังนำเงินทั้งหมด
นำทุกอย่างที่มีอยู่สำหรับเลี้ยงชีวิตมาทำทาน

เธอให้หมดแบบไม่กลัวเจ็บตัว
เธอให้หมดแบบไม่กลัวว่าตัวจะลำบาก
เธอให้หมดแบบไม่กลัวว่าจะเดือดร้อน

พระเรียกร้องมากไปหรือเปล่า???
เปล่าเลย สำหรับผู้มีความเชื่อ ไม่มากไป ไม่มีเกินเลย และจริงแท้ที่พระสอน

เพราะสำหรับเธอผู้มีความเชื่ออย่างหมดหัวใจในพระเจ้า
เธอมั่นใจว่า  พระเจ้าจะทรงเลี้ยงดู พระเจ้าจะทรงดูแล พระเจ้าจะทรงรักษา

กลับกันต่างหาก  บทเรียนของเธอสอนเราในวันนี้ว่า
อย่ากั๊ก  อย่าให้แต่ของเหลือ  อย่างกับพระ
แต่จำเป็นต้องทุ่มเททั้งหมดให้กับพระ
แต่จำเป็นต้องให้พระมาก่อน
แต่จำเป็นต้องให้พระซึ่งทั้งหมดที่เรามีและเป็น
วางทุกอย่างในชีวิตไว้กับพระ แล้วพระองค์จะทรงดูแลเรา

#ไม่ร้อนนอนแอร์

เรื่องและภาพ :SHUTTER  LOVER

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น