วันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2556

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน 2013


สวัสดีครับพี่น้องที่รัก
            ในบรรดาพระวรสารทั้งหมดที่ถ่ายทอดเรื่องราวของพระเยซูเจ้าให้เราได้เข้าถึงข่าวดีของพระองค์นั้น พระวรสารนักบุญลูกา ได้สื่อถึงความมีใจอ่อนหวานของพระเยซูได้ดีที่สุด ตัวอย่างของเรื่องราวในพระวรสารวันนี้ แสดงให้เราเห็นอย่างชัดเจนถึงความเห็นอกเห็นใจที่พระเยซูทรงแสดงออก ด้วยการทำอัศจรรย์ปลุกลูกชายเพียงคนเดียวของหญิงหม้ายผู้หนึ่งที่เสียชีวิตลงให้กลับคืนชีพ สำหรับชาวยิวแล้ว พวกเขาถือว่าหญิงหม้าย ลูกกำพร้า เป็นบุคคลที่สมควรได้รับการค้ำจุนสนับสนุนมากที่สุด น่าสงสารที่สุด  สิ่งที่เราได้เห็นในวันนี้คือ อิริยาบทอันงดงามของพระเยซูที่ได้นำพาเด็กหนุ่มผู้นั้นที่ฟื้นคืนชีพแล้วกลับคืนสู่อ้อมอกของแม่  อัศจรรย์นี้เองทำให้ผู้คนพากันกล่าวขวัญว่า "พระเจ้าเสด็จมาเยี่ยมประชากรของพระองค์แล้ว"
            พี่น้องที่รัก พระเจ้าทรงปรารถนาที่จะเสด็จมาเยี่ยมประชากรของพระองค์ โดยผ่านทางกิจเมตตาที่เราทุกคนจะแสดงออกกับเพื่อนพี่น้องของเรา  ตัวอย่างที่พ่ออยากนำมาชี้ให้เห็นชัดๆคือ สิ่งที่บุญราศี คุณแม่เทเรซา แห่ง กัลกัตตา และสมาชิกคณะซิสเตอร์มิสชันนารีแห่งชาริตี้ ได้กระทำ ด้วยการช่วยเหลือผู้ยากจน ผู้หิวโหยอดอยากได้รับการแจกจ่ายอาหารเพื่อบรรเทาความหิว ทำให้ผู้คนทั่วโลก ซึ่งหมายรวมถึงผู้ที่ไม่ได้นับถือศาสนาคาทอลิกด้วย สามารถสัมผัสได้ว่า "พระเจ้าเสด็จมาเยี่ยมประชากรของพระองค์แล้ว" กิจเมตตาเช่นนี้ทำให้ผู้คนเกิดความประทับใจมากกว่าเนื้อหาคำสอนที่เป็นข้อความในหนังสือที่บรรยายอย่างซาบซึ้งหรือแม้แต่ความงดงามของพิธีกรรมใดๆที่เราประกอบขึ้นเสียอีก ด้วยเหตุนี้ กิจเมตตาที่ออกมาจากความรักที่ไม่เห็นแก่ตัวของเรา ต่อบรรดาผู้ที่ขัดสน จึงเป็นสิ่งที่มีความหมายมากจริงๆ สัปดาห์นี้ขอให้เราภาวนาเพื่อ ให้ภารกิจแห่งการบำบัดรักษาของพระเยซูยังคงดำเนินต่อไปโดยผ่านทางเราทุกๆคนด้วยเถิด

คุณพ่อสุพจน์
...........................................................................................................................................................
เราเชื่ออะไร
ศีลเจิมผู้ป่วยมีผลอย่างไร

พระเยซูเจ้าเสด็จมาเพื่อแสดงความรักของพระเจ้า พระองค์ทรงกระทำสิ่งนี้บ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่พระองค์เห็นมนุษย์อ่อนแอเพราะความเจ็บป่วย ทรงแสดงแก่เราว่า เมื่อเรามีความทุกข์ทรมาน สวรรค์ก็ทุกข์ทรมานไปกับเราด้วย พระเจ้าทรงปรารถนาให้เราพบพระองค์ในบรรดา “พี่น้องที่ต่ำต้อยที่สุดของเรา” (มธ 25: 40) ด้วยเหตุนี้ พระเยซูเจ้าจึงทรงกำหนดให้การเอาใจใส่ดูแลคนเจ็บป่วย เป็นงานสำคัญของบรรดาศิษย์ พระองค์ทรงสัญญาจะมอบอำนาจของพระองค์แก่พวกเขาในการขับไล่ปีศาจ และรักษาโรคภัยไข้เจ็บ เหตุนี้ คาทอลิกทุกคนที่สุขภาพของเขาอยู่ในสถานะวิกฤต ก็สามารถขอรับศีลเจิมผู้ป่วยได้
พิธีกรรมที่จำเป็นในการโปรดศีลเจิมผู้ป่วยนั้น ประกอบด้วยการเจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์บนหน้าผาก และที่มือทั้งสองข้าง พร้อมกับคำภาวนาของพระสงฆ์ ผลของศีลเจิมจะทำให้ผู้ป่วยได้รับความบรรเทาใจ ความสงบ และพละกำลัง อีกทั้งเป็นโอกาสให้เขาร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสตเจ้าอย่างลึกซึ้ง ศีลเจิมผู้ป่วยยังทำให้ผู้คนจำนวนมากได้รับสุขภาพที่ดีกลับคืนมา ดังนั้น บุคคลหนึ่งก็สามารถรับศีลเจิมผู้ป่วยได้หลายครั้งในชีวิต บางครั้งอาจเป็นคนหนุ่มสาวที่ขอรับศีลศักดิ์สิทธิ์ประการนี้ ซึ่งมีเหตุผลสมควร เช่น เมื่อต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ ในสถานการณ์เช่นนี้ คริสตชนหลายคนขอสารภาพบาปพร้อมกับรับศีลเจิมผู้ป่วย เพราะเขาปรารถนาไปพบพระเจ้าด้วยมโนธรรมที่บริสุทธิ์ ในกรณีที่การผ่าตัดอาจล้มเหลว
ผู้ป่วยจำนวนมากมีความกลัวศีลเจิมผู้ป่วย และผัดผ่อนไปจนนาทีสุดท้าย เพราะพวกเขาคิดว่าอาจเป็นเหมือนคำตัดสินให้ต้องถึงแก่ความตาย แต่ความจริงนั้นตรงกันข้าม ศีลเจิมผู้ป่วยเป็นดังพละกำลังที่ช่วยให้ร่างกาย และจิตใจของผู้ป่วยมีความเข้มแข็งขึ้น และเป็นเหมือนการประกันชีวิต หากเมื่อการเดินทางครั้งสุดท้ายมาถึง ในทุกกรณี ศีลเจิมผู้ป่วยมีผลในการให้อภัยบาปด้วย คริสตชนที่ดูแลผู้ป่วย ควรบรรเทาใจให้เขาหายจากความกลัวผิดๆ นี้ ผู้คนส่วนใหญ่ที่อยู่ในอันตรายร้ายแรง มักรู้สึกสังหรณ์ใจว่า ไม่มีสิ่งใดสำคัญสำหรับพวกเขามากไปกว่าช่วงขณะที่เขาได้รับพระพรของพระเยซูเจ้า โดยทันที และปราศจากเงื่อนไขใดๆ
  “การเอาใจใส่ดูแลผู้ป่วยต้องมีความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด พวกเขาควรได้รับการปรนนิบัติ ประหนึ่งว่าเป็นองค์พระคริสตเจ้าอย่างแท้จริง”
St. Benedict of Nursia




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น