วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน 2015

พี่น้องที่รัก
            สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์รองสุดท้ายของปีพิธีกรรมแล้ว พระคัมภีร์ในพิธีกรรมสัปดาห์นี้เชิญชวนสมาชิกพระศาสนจักรให้หันมาพิจารณาเป็นพิเศษเกี่ยวกับวาระสุดท้ายของโลก สิ่งที่จะเกิดขึ้นในเวลาสิ้นยุค หรือ ความตายของเรามนุษย์ และ ชีวิตหลังความตาย การพิพากษา การได้รับรางวัล หรือ การลงโทษ พระคัมภีร์สอนเราว่า วันเวลาของโลกนี้จะผ่านพ้นไป เมื่อถึงเวลาสุดท้ายนั้นพระเจ้าจะทรงสถาปนาสิ่งใหม่ขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
            ระหว่างสัปดาห์ที่ผ่านไป พ่อได้รับเชิญไปโปรดศีลล้างบาปให้กับผู้ป่วยชายสูงอายุผู้หนึ่ง เขามีภรรยาเป็นคาทอลิก เขาป่วยหนักถึงขนาดต้องได้รับการรักษาพยาบาลในห้องไอซียู ตัวเขาเองไม่ได้เป็นคาทอลิก กำลังป่วยหนัก สมาชิกในครอบครัวทุกคนเป็นคาทอลิกอยากให้เขาผู้ป่วยผู้นี้ซึ่งเป็นบิดาของครอบครัวได้มาเป็นหนึ่งเดียวในความเชื่อในพระเจ้าเดียวกัน  เผื่อว่าวันหนึ่งที่ป๊าเป็นอะไรไป จะได้สามารถทำบุญกุศลอุทิศให้กับป๊าได้ พ่อจึงขอให้ลูกๆได้สอบถามกับผู้ป่วยผู้นี้ว่าถ้าป๊าประสงค์ที่จะมาเป็นคาทอลิกจริงๆ พ่อจะไปโปรดศีลล้างบาปให้ ลูกๆก็สอบถามบิดาของเขาว่าพร้อมจริงไหมที่จะมาเป็นคริสตชน ผู้ป่วยยินดีน้อมรับการเข้ามาเป็นลูกของพระเจ้า วันรุ่งขึ้นพ่อจึงเดินทางไปที่โรงพยาบาล พบกับผู้ป่วยผู้นี้ และแจ้งจุดประสงค์ว่าพ่อมาตามความประสงค์ของผู้ป่วยที่ต้องการจะเข้ามาเป็นคาทอลิก และพ่อจะโปรดศีลล้างบาปให้ และเขาจะได้เป็นลูกของพระเจ้าโดยสมบูรณ์ เขาจะได้รับการล้างมลทินบาปในชีวิตของเขาจนสะอาดบริสุทธิ์ เขาจะมีส่วนได้รับมรดกซึ่งพระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้สำหรับลูกของพระเจ้าทุกคนนั่นคือสวรรค์นิรันดร ตลอดเวลาของการประกอบพิธี ผู้ป่วยผู้นี้พนมมือด้วยความตั้งใจ แม้ว่าเสียงของเขาจะแหบแห้ง แต่พ่อก็จับความได้ว่าเขามีความสุขใจที่เขาได้ตัดสินใจมาเป็นหนึ่งเดียวกับครอบครัวโดยสมบูรณ์ เข้ามาเป็นลูกของพระเจ้าในที่สุด พ่อได้แต่ภาวนาขอให้ผู้ป่วยผู้นี้หายจากอาการเจ็บป่วยโดยเร็ว และหวังว่าน่าจะเป็นเช่นนั้นได้ แต่สิ่งที่น่ายินดีไปกว่านั้นคือ พระเจ้าทรงจัดการให้ครอบครัวนี้มีพบกับความสันติสุขในใจแม้ว่าจะต้องเผชิญกับความทุกข์ใจ กังวลใจ เพราะสมาชิกของครอบครัวต้องล้มป่วยลง ความสุขใจของครอบครัวนี้คือ การที่ทุกคนได้มาเป็นหนึ่งเดียวกันในองค์พระเจ้า และคาดหวังว่าสักวันหนึ่งทุกคนโดยไม่เว้นใครเลยจะมาพบกันอีกในชีวิตหน้าในองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยความรักและความเมตตา
            พระเจ้าทรงมีหนทางของพระองค์ที่จะสอนใจเราให้เข้าใจว่า วันเวลาในโลกนี้ของเราเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆที่เราแต่ละคนจะมีโอกาสเรียนรู้จักพระองค์ และ ดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระองค์ ดังนั้นขอให้พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้สอนใจเราให้รู้ถึงสัจธรรมที่ว่า ชีวิตของเราในโลกนี้จะผ่านพ้นไป และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราทุกคนสมควรที่จะแสวงหาและไขว่คว้ามาครอบครองให้ได้คือ ชีวิตนิรันดรในสวรรค์

คพ.สุพจน์
........................................................................................

ข้างบัลลังก์นักบุญหลุยส์ : มีวันของเวลา มีเวลาของวัน

เราอยากรู้หลายสิ่ง
เราอยากรู้หลายอย่าง
เราค้น  เราคว้า  เราหาความหมาย
เราทำความเข้าใจ  เราไขปริศนา
ของหลายสิ่ง  ของหลายอย่าง

เราเพียรจะรู้ทุกสิ่ง  เราเพียรจะรู้ทุกอย่าง
แต่แล้วเราล้วนรู้ว่า
สิ่งที่เราอยาก  สิ่งที่เราเพียร
ด้วยสมอง  เราหาได้รู้ทุกสิ่งทุกอย่างไม่

เราจำกัดด้วยเวลาและสถานที่
#SPACEandTIME


เรารู้ของจำกัดนี้  แต่เรายังอยาก  เรายังเพียร
มนุษย์เอย  มนุษย์น้อย  ไยไม่รับรู้ความเป็นตัวของเจ้า

คำพระวันนี้บอก  เรื่องของวันและเวลา  เป็นเรื่องของพระเจ้า
ไม่มีใครรู้  แม้บรรดาทูตสวรรค์  หรือแม้แต่พระบุตร

เราอยากรู้หลายสิ่ง
เราอยากรู้หลายอย่าง

บางอย่างยังประโยชน์  ควรรู้
บางอย่างไร้ประโยชน์  ไยจึงอยากใคร่รู้

รู้แต่ควรรู้  รู้แต่จำต้องรู้  รู้แต่สิ่งที่ยังให้มีชีวิต จึงยังประโยชน์กว่า
บางอย่างรู้แล้ว  แต่ไม่ทำ ละการปฏิบัติ  รู้อย่างนี้  ไม่รู้ยังประโยชน์กว่า

ที่รู้ควรรู้ กลับไม่รู้ -ที่ไม่ควรรู้  ดันอยากรู้
เฮ้อ!!  นี่หนอคือมนุษย์

#ไม่ร้อนนอนแอร์



เรื่องและภาพ :SHUTTER  LOVER

วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2015

พี่น้องที่รัก
            เดือนพฤศจิกายน เป็นเดือนที่เราคริสตชนรำลึกถึงดวงวิญญาณในไฟชำระเป็นพิเศษ พระศาสนจักรเน้นเราให้ภาวนาอุทิศให้กับสมาชิกของพระศาสนจักรที่ผ่านวันเวลาในโลกนี้ไปแล้ว แต่ยังไม่บรรลุถึงความยินดีในเมืองสวรรค์ นักบุญเปาโลเตือนเราว่า เราต้องไม่ตกอยู่ในความเขลาในเรื่องของผู้ล่วงลับ หรือ มัวแต่จมอยู่ในความเศร้าโศก เหมือนคนสิ้นหวัง เพราะพระคริสตเจ้าเองจะเสด็จมาจากสวรรค์ และ ผู้ล่วงลับที่อยู่ในองค์พระคริสตเจ้าจะกลับคืนชีพ
            พระศาสนจักรสอนเราให้ภาวนาอุทิศแด่ผู้ล่วงลับเสมอ แม้แต่ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมยังกล่าวถึงเรื่องการภาวนา และ การบริจาคเพื่ออุทิศให้กับดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับ เป็นการถือปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักศาสนาโดยคำนึงถึงความหวังถึงการกลับคืนชีพ  และมีความเชื่อว่า ผู้ล่วงลับตกอยู่ในภวังค์แห่งการหลับใหลที่ยังมีจิตมั่นคงในองค์พระเจ้านั้น เขามีพระพรยิ่งใหญ่คอยปกป้องเขาอยู่ ดวงวิญญาณของเขาจึงยังไม่สูญเสียความหวังที่จะได้เข้าสู่สวรรค์ไป ดังนั้นความคิดที่จะภาวนาเพื่อผู้ล่วงลับถือเป็นความคิดที่ศักดิ์สิทธิ์ และเหมาะสม เพื่ออานิสงส์สำหรับดวงวิญญาณที่จะได้รับการอภัยจากบาปโทษที่เขาได้ก่อขึ้น
            ไฟชำระเป็นช่วงเวลาเพียงชั่วคราว จะสั้นจะยาวก็แตกต่างกันไปตามการพิพากษาของพระเจ้าสำหรับแต่ละดวงวิญญาณ  ช่วงเวลานี้อาจยาวนานนับศตวรรษสำหรับดวงวิญญาณที่มีมลทินต้องชำระมากมาย ดวงวิญญาณเหล่านี้รอการชำระให้สะอาดจากมลทินบาป และเมื่อเวลาสุดท้ายหรือ อวสานตกาลมาถึง พระเจ้าจะทรงประทานความบริสุทธิ์ให้กับสมาชิกของพระศาสนจักรเหล่านั้น วันเวลาของไฟชำระจะสิ้นสุดลง ดวงวิญญาณทุกดวงจะได้รับการพิพากษาประมวลพร้อม ผู้ศรัทธาที่ยึดมั่นในคำสอนของพระเจ้าก็จะได้รับรางวัลในสวรรค์ ส่วนผู้ที่ปฏิเสธจะดำรงชีวิตตามคำสอนของพระเจ้าจะถูกลงโทษในนรก ซึ่งคำพิพากษานี้ถือเป็นการสิ้นสุดและมีผลทันที
            จากคำสอนเรื่องไฟชำระ และ การชำระมลทินอันเนื่องมาจากบาปของผู้ล่วงลับ ทำให้เราเห็นถึงความจำเป็นที่ว่า เราคริสตชนซึ่งยังมีชีวิตอยู่ในโลกสมควรที่จะภาวนาอุทิศให้กับผู้ล่วงลับเป็นประจำ เพราะเราต่างสามารถที่จะแสดงความเกื้อกูลต่อกันได้โดยอาศัย การสวดภาวนา การประกอบคุณงามความดี การบริจาคทาน การขอมิสซาอุทิศให้ เพื่อว่าเมื่อวิญญาณในไฟชำระดวงใดได้รับอานิสงส์แห่งพระเมตตาของพระเจ้าได้บรรลุถึงเมืองสวรรค์แล้ว จะวิงวอนพระเจ้าเพื่อโปรดประทานพระพรให้กับเราในโลกด้วย และ นี่แหละคือความหมายของคำว่า "ความเป็นหนึ่งเดียวกันของผู้ศักดิ์สิทธิ์" ในบทข้าพเจ้าเชื่อถึงพระเป็นเจ้าที่เราสวดเป็นประจำนั่นเอง

คพ.สุพจน์
......................................................................................................

ข้างบัลลังก์นักบุญหลุยส์ : ให้เท่าไหร่ ก็ได้ไปเท่านั้น

เวลาเป็นเด็กเด็กจำได้ว่า
เมื่อมีซองบุญ  ซองผ้าป่า  ซองกฐินมาเวียน
เวียนในห้องเรียน  ให้พวกเรานักเรียนได้ทำบุญ

จะมีประโยคคลาสสิกคุ้นหูจากคุณครู
ไล่มาเป็นหลายคำรบทีเดียวว่า
ทำเท่าที่ทำได้นะลูก  อย่าทำจนตัวเราลำบาก
อย่าทำจนไม่มีเงินทานข้าวนะลูก
ทำบุญได้  แต่อย่าให้ตัวเราเดือดร้อนนะลูก

วันนี้  พระวาจาของพระบอก
แต่บอกต่างออกไปจากที่เคยได้ยินมาตั้งแต่วัยเด็ก

ดูหญิงคนนั้นทำทาน
แม้เธอขัดสนอยู่แล้ว  เธอยังนำเงินทั้งหมด
นำทุกอย่างที่มีอยู่สำหรับเลี้ยงชีวิตมาทำทาน

เธอให้หมดแบบไม่กลัวเจ็บตัว
เธอให้หมดแบบไม่กลัวว่าตัวจะลำบาก
เธอให้หมดแบบไม่กลัวว่าจะเดือดร้อน

พระเรียกร้องมากไปหรือเปล่า???
เปล่าเลย สำหรับผู้มีความเชื่อ ไม่มากไป ไม่มีเกินเลย และจริงแท้ที่พระสอน

เพราะสำหรับเธอผู้มีความเชื่ออย่างหมดหัวใจในพระเจ้า
เธอมั่นใจว่า  พระเจ้าจะทรงเลี้ยงดู พระเจ้าจะทรงดูแล พระเจ้าจะทรงรักษา

กลับกันต่างหาก  บทเรียนของเธอสอนเราในวันนี้ว่า
อย่ากั๊ก  อย่าให้แต่ของเหลือ  อย่างกับพระ
แต่จำเป็นต้องทุ่มเททั้งหมดให้กับพระ
แต่จำเป็นต้องให้พระมาก่อน
แต่จำเป็นต้องให้พระซึ่งทั้งหมดที่เรามีและเป็น
วางทุกอย่างในชีวิตไว้กับพระ แล้วพระองค์จะทรงดูแลเรา

#ไม่ร้อนนอนแอร์

เรื่องและภาพ :SHUTTER  LOVER