วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560

สารวัดวันอาทิตย์ 24 กันยายน 2017

พี่น้องที่รัก
       ขอขอบคุณในธารน้ำใจช่วยเหลือศูนย์แม่ปอนและการฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วมเขตอัครสังฆมณฑลท่าแร่สกลนคร
                เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว การประชุมสภาภิบาลวัดได้ทบทวนปฏิทินงานของวัด 3 เดือนคือตุลาคมจนถึงสิ้นปีนี้ 2017 พ่อจึงขอแจ้งให้พี่น้องทราบเพื่อจะได้ติดตามและให้ความสำคัญในกิจกรรมของวัดกับการวางแผนงานของตนเอง
                เดือนตุลาคม สวดสายประคำหลังมิสซาตอนเย็นเวลา 17.30 น.ทุกวัน เริ่มตั้งแต่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไปวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม วัดในเขตหนึ่งสวดสายประคำพร้อมเพรียงกันที่วัดพระกุมารเยซู กม.8 ตั้งแต่ 8.00 – 15.00 น.วัดเซนต์หลุยส์นำสวดสายประคำกับวัดนักบุญยอแซฟ ตรอกจันทน์ เวลา 10.30 น.-11.00 น.วัดจัดรถบัสขนาด 35 ที่นั่ง ใครลงทะเบียนพร้อมบำรุงค่าเดินทาง 200 บาท จ่ายก่อนได้ที่นั่งก่อนนะ รับจำกัด ทางวัดพระกุมารเยซูมีบริการอาหารว่างและเที่ยงโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย วันศุกร์ที่ 13 ตุลาคมเพิ่มมิสซารอบพิเศษเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในหลวงรัชกาลที่ 9 เวลา 19.00 น. หลังจากมิสซาเย็นตามปกติเวลา 17.30 น.สวดสายประคำและรับพระคุณการุณย์ และมิสซาส่งท้ายเดือนแม่พระวันอังคารที่ 31 ตุลาคมเวลา 17.30 น.หลังมิสซาแล้วมีแห่แม่พระรอบวัด
                เดือนพฤศจิกายนวันพฤหัสบดีที่ 2 มีมิสซา 3 รอบ เวลาปกติคือ 06.00 น.ตามพระประสงค์ของพระสันตะปาปา และ 17.30 น.ตามรายการมิสซาที่ขอ และเพิ่มรอบพิเศษคือ 19.00 น.เพื่อวิญญาณของญาติพี่น้องของตนเอง โปรดนำรูปภาพของผู้ล่วงลับมาด้วยเพื่อตั้งไว้บริเวณหน้าพระแท่นวันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน มิสซารอบ 10.00 น.ศีลมหาสนิทครั้งแรกของเด็กนักเรียนที่เตรียมพร้อมของโรงเรียนและวัด
                เดือนธันวาคม มิสซาคริสต์มาสตรงกับกลางคืนวันอาทิตย์ที่ 24 เวลา 22.00 น.รายการสนุกสนานค่ำคืนคริสต์มาส(รอสักครู่) แต่มิสซาวันอาทิตย์มีตามปกติคือ 06.00/08.00/10.00/12.00 และ 17.30 น. วันรุ่งขึ้นจันทร์ที่ 25 ธันวาคม มิสซา 10.00 น.และ 17.30 น.วันส่งท้ายปี 2017 ตรงกับวันอาทิตย์ 31 ธันวาคม มิสซา รอบ 17.30 น.หลังมิสซามีแห่รูปนักบุญหลุยส์รอบวัด (มิสซาวันอาทิตย์รอบ 06.00/08.00/10.00 และ 12.00 มีตามปกติ)
                วันจันทร์ที่ 1 มกราคม 2018 วันปีใหม่ มิสซาสมโภชพระชนนีพระเป็นเจ้า 09.00 น. และ 17.30 น.
      

พ่อเจ้าวัด
......................................................................................................................


สวัสดีครับพี่น้อง
            ตัวอย่างเปรียบเทียบเรื่องคนงานในสวนองุ่น รายละเอียดในนิทานเปรียบเทียบ ล้วนเป็นเรื่องจริงที่พบเห็นได้ในชีวิตประจำวันของชาวยิว ประมาณปลายเดือนกันยายน ผลองุ่นจะสุกพร้อมให้เก็บเกี่ยว ซึ่งต้องกระทำแข่งกับเวลา หาไม่แล้วจะถูกฝนเดือนตุลาคม จะทำลายจนไม่มีอะไรเหลือให้เก็บ  ตลอดช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้ เจ้าของสวนต้องการคนงานทุกคน แม้ทำได้ชั่วโมงเดียวก็เอาค่าจ้างหนึ่งเหรียญในสมัยนั้น เพียงพอแค่ประทังชีวิตสมาชิกครอบครัวขนาดเล็กหนึ่งวันเท่านั้น ไม่มีเหลือเก็บไว้ใช้ยามเจ็บป่วย หรือตกงานเลย ลูกจ้างรายวัน จึงมีสถานภาพทางเศรษฐกิจย่ำแย่กว่าทาสเสียอีก เพราะทาสยังมีสังกัด โชคชะตาของทาสขึ้นกับโชคชะตาของครอบครัวที่เขาอาศัยอยู่ ซึ่งในยามปกติแล้วคงยากที่จะอดตาย  แตกต่างจากบรรดาลูกจ้างรายวันซึ่งโชคชะตาอิงอยู่กับโอกาสได้งานทำวันใดไม่มีคนจ้างงานวันนั้นย่อมเป็นหายนะของพวกเขาโดยแท้ เพราะนั่นหมายถึงลูกและภรรยาที่บ้านจะไม่มีอะไรกิน  ชีวิตของพวกเขาจึงแขวนอยู่บนเส้นด้ายที่แบ่งระหว่างการมีชีวิตอยู่รอดกับการอดตายจริง ๆ
                พระองค์ปรารถนาจะสอนพวกเขาว่า พวกท่านได้รับอภิสิทธิ์เป็นสมาชิกของพระศาสนจักร ก่อนผู้อื่นก็จริง แต่พวกท่านจะอ้างสิทธิพิเศษ เหนือสมาชิกที่มาภายหลังไม่ได้  เพราะไม่ว่าใครจะเข้าหาพระเจ้าเมื่อใด ล้วนมีคุณค่าเท่าเทียมกันในสายพระเนตรของพระองค์น่าเสียดายที่ทุกวันนี้ ยังมีสัตบุรุษบางคน ซึ่งเป็นลูกวัดเก่าแก่ และเคยมีบทบาทสำคัญจนหลงคิดว่าวัดนี้เป็นของตน และตนมีสิทธิพิเศษเหนือผู้อื่น  พวกเขาแค่ยอมรับพระสงฆ์ที่มาใหม่หรือลูกวัดสายพันธุ์ใหม่ที่คิดต่างไปจากตนไม่ได้  ขอให้สัตบุรุษกลุ่มนี้ระลึกอยู่เสมอว่าตามความคิดของพระเยซูเจ้าอาวุโสไม่ได้หมายถึงการมีเกียรติ หรือมีอภิสิทธิ์เหนือผู้อื่นเสมอไป
                พระเยซูเจ้าทรงเตือนชาวยิว พวกเขาทะนงตนว่า เป็นชนชาติที่พระเจ้าทรงเลือกสรร จึงรังเกียจและดูหมิ่นดูแคลนคนต่างศาสนา  บางคนถึงกับแช่งให้คนต่างศาสนาถูกทำลายไปก็มี โชคร้ายที่ทัศนคติเช่นนี้ ได้สืบทอดต่อมาในพระศาสนจักรของเรา แม้แต่คนต่างศาสนา ที่กลับใจเป็นคริสตชนแล้วก็ยังไม่วาย ถูกดูแคลนว่าเป็นเสมือน คริสตังชั้นสอง ?” อย่าลืมว่า ตามแผนการแห่งความรอดของพระเจ้า ไม่มีชนชาติใดอยู่เหนือชนชาติอื่น   และไม่มีคริสตชนคนใดมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่น แม้เขาจะล้างบาปก่อนก็ตาม เราไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าคริสตังใหม่หลายคน ดีกว่าคริสตังเก่าเสียอีก พระเจ้าคือองค์ความบรรเทา  ไม่ว่าเราจะล้างบาป กลับใจ หรือศรัทธาต่อพระเจ้าอย่างลึกซึ้งตั้งแต่วัยเด็ก หรือเมื่อเข้าสู่วัยกลางคน หรือแม้ในยามบั้นปลายของชีวิตก็ตาม พระเยซูเจ้าทรงรักเราเท่ากันเสมอ !บางคนอาจเสียชีวิตในยามแก่เฒ่าพร้อมกับทิ้งผลงานอันมีค่าไว้มากมาย  ในขณะที่บางคนอาจเสียชีวิตตั้งแต่เยาว์วัยโดยยังไม่มีผลงานหรือความสำเร็จใด ๆ ในชีวิตเลย  กระนั้นก็ตาม พระเจ้าทรงต้อนรับทุกคนที่รักพระองค์ ทัดเทียมกันหมดนี่คือความหวังและความบรรเทาใจสำหรับเรา คนบาปโดยแท้ !
                พระเจ้าคือองค์ความเมตตา  ไม่มีอะไรเลวร้ายเท่าลูกจ้างรายวันที่ไม่มีงานทำ พวกเขาเฝ้ารออยู่ที่ลานของหมู่บ้านจนเกือบค่ำมืดเพราะไม่มีใครจ้างงานพวกเขา แต่พระเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยความเมตตาไม่อาจทนเห็นพวกเขาว่างงานได้ ยิ่งไปกว่านั้น หากยึดเอาความยุติธรรมอย่างเคร่งครัด เป็นที่ตั้ง ผู้ที่ทำงานน้อยชั่วโมงกว่าควรได้รับค่าจ้างน้อยกว่า  แต่พระเจ้าทรงล่วงรู้ดีว่าลำพังค่าแรงงานหนึ่งวันก็แทบไม่พอยาไส้สมาชิกในครอบครัวอยู่แล้ว  หากคนงานรับค่าจ้างน้อยไปกว่านี้ พวกเขาต้องอดอยากและหิวโหยเป็นแน่  พระองค์ทรงเมตตากว้างไกลไปกว่าข้อเรียกร้องของความยุติธรรม และทรงประทานค่าจ้างมากกว่าที่พวกเขาสมควรจะได้รับ ก็เพราะพระเจ้าทรงพระทัยดี

 คพ.พงษ์เกษม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น