วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2558

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2015

พี่น้องที่รัก
            วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี พสกนิกรชาวไทยต่างมีความยินดีเพราะเป็นวันเฉลิมพระชนม์พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงเป็นที่รักและเทิดทูนของพี่น้องชาวไทยทุกคน แล้ว เรายังมีความยินดีเป็นพิเศษอีกประการ คือวันนี้เป็นวันพ่อแห่งชาติอีกด้วย ดังนั้นเราจะรำลึกถึงพระคุณของพ่อของทุก ๆ คนในวันนี้เป็นพิเศษ
            แน่นอนผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อ ย่อมมีบทบาทพิเศษในครอบครัว นอกเหนือจากการเป็นผู้นำครอบครัวแล้ว ยังมีหน้าที่หาเลี้ยงครอบครัวให้ทุกคนมีอาหารรับประทาน มีการศึกษาที่ดี มีความมั่นคงในชีวิต และ ที่สำคัญที่สุดคือมีความเป็นผู้มีคุณธรรมประจำจิตใจ ในพจนานุกรมมีกล่าวถึงความหมายของ ลูก หลาน เหลน โหลน หรือ ทายาทสืบสายโลหิต คือ ผู้สืบสันดาน ฟังดูแล้วการให้ความหมายตามพจนานุกรมนั้น มันชัดเจนและเข้าถึงก้นบึ้งของหัวใจดีเหลือเกิน โดยรวมแล้ว พ่อจึงมีบทบาทสำคัญในการวางแบบอย่างของความประพฤติ หรือ สันดาน ตามความหมายของพจนานุกรมนั้น ให้กับทายาททางสายโลหิตที่จะเจริญรอยตามนั่นเอง
            ดังนี้ถ้าพ่อดี ลูกก็น่าจะมีสันดานที่ดีตาม ในทางตรงข้าม ถ้าลูกมีสันดานไม่ดี ก็คงต้องมองย้อนกลับไปว่าแล้วผู้วางแบบอย่างความประพฤติที่เป็นพ่อนั้นเป็นคนอย่างไร คงเข้าทำนองตามภาษิตที่ว่า ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น นั่นเอง ถ้าจะประยุกต์ไปถึงสมาชิกคนอื่น ๆ ที่เป็นหลักในครอบครัวก็คงไม่พ้นผู้เป็นแม่ด้วยเหมือนกัน เพราะมีภาษิตที่กล่าวไว้ในทำนองเดียวกันว่า ดูช้าง ให้ดูที่หาง ดูนาง ให้ดูที่แม่
            พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้กล่าวถึง บุคคลหนึ่งที่มีบุคลิกโดดเด่นเป็นพิเศษในพระวรสารคือ ท่านยอห์นแบปติสต์ ท่านเป็นประกาศกของพระเจ้าที่ออกมาเทศน์เตือนใจชาวยิวให้เตรียมตัวต้อนรับการเสด็จมาขององค์พระผู้ไถ่ ด้วยบุคลิกพิเศษของท่านที่เป็นคนสมถะ กินง่ายอยู่ง่าย นิยมสันโดษ แต่มีมโนธรรมเที่ยงตรง ซื่อตรงต่อกรอบชีวิตที่ท่านเลือก ท่านจึงเป็นที่เคารพนับถือของผู้คนในสมัยของท่าน สิ่งที่ท่านพูด ท่านเตือนสอน ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนเปิดใจน้อมรับไปปฏิบัติ หรืออย่างน้อยก็ไม่ปล่อยตนถลำลึกไปกว่าเก่า สิ่งที่อยากชี้ให้เห็นก็คือว่า ท่านยอห์นแบปติสต์ เป็นบุตรของ เศคาริยาห์ และ นางเอลิซาเบธ ซึ่งเป็นญาติของพระนางมารีย์ ตามที่พระคัมภีร์ได้กล่าวถึงความเป็นมาของชีวิตของท่านยอห์นแบปติสต์ ทำให้เราได้มองเห็นถึงบุคคลสำคัญสองคนซึ่งเป็นบิดาและมารดาของท่านยอห์นแบปติสต์คือ เศคาริยาห์ และ นางเอลิซาเบธ ทั้งสองท่านนี้ได้เป็นผู้อบรมสั่งสอน ปลูกฝังความเชื่อ และให้แบบอย่างที่ดีกับยอห์นแบปติสต์ในวัยเด็ก ซึ่งแน่นอนว่าวิถีชีวิตและแบบอย่างที่ดีงามย่อมส่งผลถึงชีวิตของ ลูก หรือ ผู้สืบสันดาน ในทางที่ดีเป็นแน่แท้ จนทำให้ท่านยอห์นแบปติสต์ เป็นประกาศกที่ได้รับการเอ่ยปากชมเชยจากพระเยซูเจ้าด้วยพระองค์เอง และ เป็นผู้ที่มีบทบาทอย่างมากต่อการแนะนำพระเยซูเจ้าให้กับประชาชนชาวยิว โดยเฉพาะศิษย์ของท่านได้รู้จักองค์พระผู้ไถ่
            วันนี้จึงอยากสรุปว่า พ่อแม่ ไม่ได้มีความรับผิดชอบต่อการเลี้ยงดูปากท้องของลูกๆเท่านั้น แต่ยังเป็นต้นแบบของการดำเนินชีวิตที่อยู่ในกรอบของศีลธรรมที่ถูกต้องอีกด้วย รวมถึงการปลูกฝังความเชื่อให้กับลูกและเป็นผู้นำในการปฏิบัติศาสนกิจให้กับลูกๆได้สืบทอดมรดกแห่งความดีนี้ในตัวเขาสืบไปอีกด้วย

คพ.สุพจน์
.......................................................................................

สวัสดีพี่น้องที่รัก
สิ่งที่จะทำให้ฝันนั้นเป็นจริง ดังที่อาดัม เอวา บิดามารดาเดิมของเรา  ตัวเราด้วย ต้องต่อสู้ในชีวิตของเราเอง กับความตรึงเครียดระหว่างการแบ่งปันความฝันของพระเจ้า กับการทำตามทางของเรา นี่เป็นเหตุผลที่เราต้องฟังเสียงของนักบุญยอห์นบัปติสต์ อีกครั้งหนึ่ง ดังที่พระวรสารเตือนใจเราให้ เตรียมทางขององค์พระผู้เป็นเจ้าแต่เพื่อจะทำสิ่งนี้ เราต้องมีประสบการณ์แรก คือ การเปลี่ยนใจ พูดอีกแบบหนึ่ง คือ จงกลับใจเถิด อาณาจักรสวรรค์อยู่ใกล้แล้ว ฟังเสียงร้องที่เตือนชีวิตที่โลดโผนทโมน กระโดกกระเดก ไม่อยู่ในร่องในรอย ให้เป็นชีวิตที่เรียบร้อย ชีวิตที่ขรุขระด้วยบาปหรือใจที่คดเคี้ยว ให้เป็นใจที่เที่ยงตรง
พระเจ้าทรงรักโลกมากเกินไปจนยอมให้เราทำบาป แยกตัวออกจากพระองค์และออกจากกันและกัน   พระเจ้าได้ทรงผลิกฟื้นฟูโลกและฟื้นฟูมนุษย์ ให้กลับมีสภาพแบบต้นกำเนิดที่เป็นหนึ่งเดียวกันและมีศักดิ์ศรี จึงได้ทรงส่งพระเยซูเจ้าเป็นพระผู้ไถ่ของเรา เป็นความฝันที่ไม่มีวันตาย ไม่สิ้นสุด เมื่อพระเยซูเจ้าได้เสด็จสู่สวรรค์หาพระบิดา หลังจากทรงสิ้นพระชนม์และกลับคืนพระชนมชีพ ชีวิตก็ยังคงมีต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เพราะพระเจ้าทรงฝันต่อ โดยให้เรารับผิดชอบไปสู่ทางแห่งพระอาณาจักรของพระองค์ วันนี้พระองค์เชื้อเชิญเราให้ถอดเสื้อไว้ทุกข์ออก สวมใส่ความชอบธรรมและสันติที่มาจากพระเจ้า รู้จักยำเกรงพระเจ้า เพราะยำเกรงพระเจ้าทอแสงแห่งความรุ่งโรจน์มายังเราทุกคน แผ่เงาความยินดีและความรักมั่นคงของพระเจ้าปกคลุมชีวิตของเรา
ไม่ว่าพี่น้องจะฝันอะไร   เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า เป็นช่วงเวลาระลึกถึงความฝันของพระเจ้าสำหรับมนุษยชาติด้วย ดังที่เราเตรียมฉลองวันเกิดของพระเยซูคริสตเจ้า ฐานะพระวจนาตถ์ทรงรับสภาพมนุษย์ เราจึงคิดถึงเหตุผลของเทศกาลนี้ว่าเราเป็นเหตุผลที่พระเจ้าได้ทรงส่งพระบุตรแต่องค์เดียวมารับสภาพมนุษย์ และประทับอยู่ท่ามกลางเรา ตราบที่พระเจ้าทรงรักและฝันให้มีโลก เรามนุษย์ก็ขายฝันของพระเจ้ามายึดฝันของเราเอง และเราได้ไปตามทางของตน ลืมภาพลักษณ์และความเหมือนพระเจ้าซึ่งพระองค์ได้ทรงสร้างทำลายผลแห่งความบริบูรณ์เสียสิ้น จึงต้องเป็นเทศกาลแห่งการภาวนา ตื่นเฝ้าและร่วมกิจการดีในการเป็นบุตรพระเจ้า เพราะไม่มีสิ่งใดที่งดงามเท่ากับวิญญาณของเราที่สะอาดเตรียมพร้อมให้เป็นที่ประทับขององค์พระเจ้า พระเจ้าทรงอยู่ในตัวเราด้วยการไตร่ตรอง (Attending)  วิถีการดำเนินชีวิตตามพระประสงค์และกระแสเรียกของตน (Discerning)    ตั้งวิสัยทัศน์ใหม่ในชีวิต (Vision) ทำสิ่งที่เราต้องทำ ตามที่เราต้องการให้สำเร็จ (Engaging)ให้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลที่อยู่รอบข้าง ที่พระเจ้าทรงประทานให้เราแบ่งปันก้าวเดินในชีวิต หล่อเลี้ยงความสัมพันธ์กับพระเจ้าด้วยการภาวนา และรับศีลศักดิ์สิทธิ์บ่อย ๆ (Nurturing) ขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งที่พระองค์ประทานพระพรแก่เรามากมายด้วยความกตัญญูรู้คุณ (Thanking)     
                                                                                                                    ขอพระเจ้าอวยพรพี่น้อง

พ่อพงษ์เกษม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น