วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2556

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม 2013

พี่น้องที่รัก
            วันคริสต์มาสก็ผ่านไปหลายวันแล้ว แต่ความรู้สึกแห่งความชื่นชมยินดียังมิจางหาย เพราะเทศกาลนี้คือเทศกาลแห่งความสุข บรรยากาศ แสงไฟประดับ กล่องของขวัญ เสียงเพลงไพเราะ คำอวยพร ช่างผสมกลมกลืนเข้ากันอย่างลงตัว นำพาให้หัวใจพองโต เพิ่มพลังให้กับชีวิตพร้อมจะก้าวไปข้างหน้าอีกปีหนึ่ง ระหว่างช่วงคริสต์มาส พ่อกับคุณพ่อปลัดทั้งสอง ซิสเตอร์ มาเซอร์และ บรรดานักขับร้อง พลมารี ได้มีโอกาส นำพระกุมารออกไปอวยพรและ ร้องเพลงคริสต์มาสแครอล ตามบ้านสัตบุรุษที่อยู่ไม่ไกลจากวัด พ่อสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความเชื่อ ผสมผสานกับความชื่นชมยินดีของเจ้าบ้านที่มีโอกาสได้รับพรจากพระกุมาร เป็นประดุจของขวัญที่มีค่าที่สุด ยากจะหาสิ่งใดมาเทียบเคียงได้ เพราะ พระเยซูกุมาร เจ้าชายแห่งสันติ นำสันติสุข ความยินดี ความรัก และแสงสว่างจากพระเจ้ามาประทานให้ เทศกาลนี้ เราแต่ละคนคงได้รับของขวัญ จากเพื่อนฝูง ญาติสนิท มิตรสหายบ้าง ตามสมควร แต่พ่อมั่นใจว่า ของขวัญที่ประเสริฐสุดที่พระเจ้าประทานให้กับเรามนุษย์ คือ องค์พระกุมารเยซูที่มาบังเกิดท่ามกลางชาวเรา เพราะพระองค์ไม่ได้ให้สิ่งของที่จะเสื่อมสลายไปได้ แต่พระองค์ประทานชีวิตที่ไม่รู้จักตายให้กับเรา เป็นชีวิตที่จีรังยั่งยืน เป็นนิรันดร สำหรับเราทุกคน นี่แหละคือของขวัญล้ำค่าที่สุดของเรา
            อีกไม่กี่วันก็จะถึงปีหน้าฟ้าใหม่แล้ว แต่ละปีก็ผ่านไปรวดเร็ว ถ้าเราหันมาทบทวนดูช่วงเวลาตลอด 1 ปีที่ผ่านมาอย่างพินิจพิเคราะห์ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า พระเจ้าประทานพระพรให้กับเรา และ ครอบครัวของเรามากมาย เราจึงมีเหตุผลเพียงพอที่จะต้องขอบพระคุณพระเจ้าเสมอมิได้ขาด รวมทั้งวอนขอพระพรสำหรับวันเวลาที่จะมาถึงในช่วงปีใหม่อีกด้วยครับ พ่อขอถือโอกาสนี้ ส่งความสุข ความปรารถนาดีในปีใหม่นี้มายังพี่น้องทุกท่านด้วย ขอให้พี่น้อง ได้รับพรที่พี่น้องปรารถนา มีอายุมั่นขวัญยืน สุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคภัยเบียดเบียน คิดหวังสิ่งใดให้สมปรารถนาทุกประการเทอญ
            สวัสดีปีใหม่ พ.. 2557 ครับ


คุณพ่อ สุพจน์
..........................................................................................................
เราเชื่ออะไร
ทำไมเรียกพระนางมารีย์ว่า “มารดาพระเจ้า”

แม้ว่าจะมีการค้นพบเอกสารอันเก่าแก่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 3 ซึ่งในนั้นบันทึกบทภาวนา “โอ้พระชนนีของพระเจ้า” เอาไว้ แต่ดูเหมือนว่าคำสอนเรื่องความเป็นพระเจ้าแท้ของพระเยซูเจ้านั้นเป็นที่ถกเถียงกันในพระศาสนจักรยุคแรกอย่างมาก โดยเฉพาะในศตวรรษที่ 3-4 ที่มีปัญหา และมีการต่อสู้กันอย่างหนักเพื่อจะรักษาความเชื่อเกี่ยวกับรหัสธรรมแห่งพระบุคคลของพระเยซู คริสตเจ้าไว้ว่าพระองค์มีความเป็นพระเจ้าแท้จริง เหมือนและเท่าเสมอกับพระบิดาของพระองค์ และทรงเป็นมนุษย์แท้ในเวลาเดียวกันด้วย
หนึ่งในบุคคลที่ถือว่ามีบทบาทสำคัญคนหนึ่งที่ออกมาปกป้องคำสอนเรื่องนี้ก็คือ นักบุญ ซีริล แห่งเมืองอเล็กซานเดรีย ท่านไม่พอใจที่มีผู้มาสอนว่า พระนางมารีย์สามารถเป็นมารดาของพระเยซูในฐานะที่เป็นมนุษย์เท่านั้น แต่ไม่อาจเป็นมารดาของพระองค์ในฐานะเป็นพระเจ้าได้ ที่สุดในปี 431 เพื่อยุติข้อโต้แย้ง และคำสอนที่ผิดหลงนี้ นำมาซึ่งสังคายนาแห่งเมืองเอเฟซัส เพื่อยืนยันว่า พระนางมารีย์ทรงถือเป็นดังพระมารดาของพระเจ้า (Theotokos) พระนางมิได้เพียงแค่ให้กำเนิดชายผู้หนึ่ง ซึ่งภายหลังการเกิดได้กลายเป็นพระเจ้า แต่ พระเยซูนั้นทรงเป็นพระบุตรแท้ของพระเจ้าตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของพระนางแล้ว
แน่นอนว่าพระนางมารีย์ทรงเป็นมนุษย์ และเป็นดังลูกหลานของอาดัม เอวา พระนางจึงเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่ต้องการความรอดของการไถ่กู้จากองค์พระคริสตเจ้าด้วย พระนางจึงถือเป็นสมาชิกคนหนึ่ง และเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดของพระศาสนจักร จึงสมควรที่พระศาสนจักรจะได้ให้เกียรติ์แด่พระนางในฐานะทรงเป็นมารดาที่น่ารักยิ่งของสมาชิกทุกคน และได้กำหนดให้ทุกวันที่ 1 มกราคมของทุกปี เป็นวันฉลองพระนางมารีย์ พระชนนีพระเจ้า เพื่อยืนยันความเป็นพระเจ้าแท้ มนุษย์แท้ของพระเยซูเจ้า
“ผู้ใดก็ตามที่เรียกพระนางมารีย์ว่าเป็นมารดาพระเจ้า เขาก็ยืนยันว่าพระบุตรของพระนางเป็นพระเจ้าด้วย”
                                           นักบุญซีริล แห่งอเล็กซานเดรีย (370-444

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น