วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2562

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2019


สารวัดวันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม2019
สัปดาห์ที่สี่ในเทศกาลมหาพรต
พี่น้องที่รัก...
        เราเข้าสู่มหาพรตอย่างเข้มข้น สีสันของเสื้อพระสงฆ์เป็นสีชมพูกุหลาบ สื่อถึงความหมายการเตรียมจิตใจผ่านคึ่งทางแล้ว การรอคอยด้วยความชื่นชมยินดีเป็นการเดินทางมหาพรตที่เปี่ยมล้นด้วยความหวังถึงการมีชีวิตใหม่ เหมือนงานเลี้ยงที่พระเป็นเจ้าจัดเตรียมรอคอยพวกเราทุกคนในวันอาทิตย์ปัสกา เหมือนเรื่องเล่าในพระวรสารวันนี้ ลูกที่ผ่านชีวิตเก่าคือบาป บัดนี้ได้มีชีวิตใหม่ นำความชื่นชมมาสู่ชาวเราอีกครั้งหนึ่ง
        ตั้งแต่เย็นวันศุกร์ที่ 5 เมษายน เวลา 17.00 น.จนถึงเย็นวันเสาร์ที่ 6 เมษายน เวลา 17.00 น. เป็นเวลา 24 ชั่วโมงเพื่อพระคริสตเจ้า “อาศัยพระคริสตเจ้า พร้อมกับพระคริสตเจ้า และในพระคริสตเจ้า”ตื่นเฝ้า ณ วัดพระจิตเจ้า รพ.เซนต์หลุยส์ ใช้เวลาเพื่อ “อยู่ที่นี่กับพระอาจารย์” เพื่อเข้าเงียบสร้างพลับพลาใจให้กับพระเยซูเจ้า แต่ละชั่วโมงศักดิ์สิทธิ์มีเพื่อนพี่น้องสามารถเปลี่ยนเวรยามเฝ้าศีลแบบส่วนตัวและกลุ่มเพื่อนหมู่คณะ แต่จะไม่มีพิธีกรหรือการส่งเสียงรบกวนใด เว้นแต่ตอนทำวัตรและสวดสายประคำเท่านั้น
        นอกจากนี้มีโปรดศีลอภัยบาปโดยสงฆ์แห่งเมตตาธรรมในคืนวันศุกร์ต้นเดือนที่วัดเซนต์หลุยส์ ตั้งแต่เวลา 19.00 จนถึง 21.00 น. พี่น้องสามารถเชิญชวนเพื่อนพี่น้องที่ห่างเหินไป นำพามาเพื่อการคืนดีกับพระเจ้าและพระศาสนจักรในมหาพรตและปัสกาปีนี้ จะทำให้เราปฏิบัติกิจเมตตาทั้งฝ่ายการและจิตใจอย่างดี
        พ่อขอเชิญชวนทุกคนจัดเวลาพิเศษเพื่อเตรียมตัวเดินหน้าเข้าสู่ปัสกาอย่างดี

        ศุกร์ที่ 5 เมษายน 2019
        17.00 น.  ตั้งศีลมหาสนิทที่วัดพระจิตเจ้า(เริ่มการตื่นเฝ้า 24 ชั่วโมง)
        17.30 น.  มิสซาศุกร์ต้นเดือน พระแท่นใหญ่วัดเซนต์หลุยส์
        18.00 น.  เดินรูป 14 ภาค วัดเซนต์หลุยส์
        19.00 น.  วจนพิธีกรรมศีลอภัยบาป พระสงฆ์เมตตาธรรมฟังแก้บาปที่วัดเซนต์หลุยส์ถึงสามทุ่ม
                (มีกลุ่มคณะสลับเฝ้าศีลสลับเปลี่ยนครั้งละ 1 ชั่วโมงตลอดคืน รักษาความเงียบและสงบ)
        เสาร์ 6 เมษายน 2019
        05.00 น.  ทำวัตรเช้าต่อหน้าศีลมหาสนิทวัดพระจิตเจ้า
        06.00 น.  มิสซาประจำวัน พระแท่นใหญ่วัดเซนต์หลุยส์
                (วัดพระจิตเจ้า ยังคงทำการตื่นเฝ้าต่อไปจนถึงเวลา 17.00 น.)
        10.00 น.  ทำวัตรสายต่อหน้าศีลมหาสนิทวัดพระจิตเจ้า
        15.00 น.  ทำวัตรเย็นต่อหน้าศีลมหาสนิทวัดพระจิตเจ้า
        16.00 น.  สวดสายประคำต่อหน้าศีลมหาสนิทวัดพระจิตเจ้า
        17.00 น.  อวยพรศีลมหาสนิทปิดพิธีตื่นเฝ้า 24 ชั่วโมงวัดพระจิตเจ้า
        17.30 น.  มิสซาประจำวันอาทิตย์ที่ 5 มหาพรตวัดเวนต์หลุยส์
        พระเยซูเจ้าเชื้อเชิญ...อยู่กับพระองค์ “ที่นี่น่าอยู่จริงๆ....”

คุณพ่อชาญชัย  ทิวไผ่งาม


                                                                                                                       
ความรัก คือ การให้ชีวิต และความยินดีที่ได้ให้ชีวิต (การให้อภัย)
            ลูกชายคนเล็ก ​รู้​สำนึก​และ​คิด​ว่า ‘​คน​รับ​ใช้​ของ​พ่อ​ฉัน​มี​อาหาร​กิน​อุดมสมบูรณ์ส่วน​ฉัน​อยู่​ที่นี่หิว​จะ​ตาย​อยู่​แล้วฉัน​จะ​กลับไป​หา​พ่อพูด​กับ​พ่อ​ว่า ‘​พ่อ​ครับลูก​ทำ​บาป​ผิด​ต่อ​สวรรค์​และ​ต่อ​พ่อลูก​ไม่​สมควร​ได้​ชื่อ​ว่า​เป็น​ลูก​ของพ่อ​อีกโปรด​นับว่า​ลูก​เป็น​ผู้รับ​ใช้​คน​หนึ่ง​ของ​พ่อ​เถิด” เขา​ก็​กลับไป​หา​พ่อขณะที่​เขา​ยัง​อยู่​ไกลพ่อ​มองเห็น​เขารู้สึก​สงสารจึง​วิ่ง​ไป​สวมกอด​และ​จูบ​เขา.....พ่อ​พูดกับลูกชายคนพี่​ว่า “​ลูก​เอ๋ยลูก​อยู่​กับ​พ่อ​เสมอ​มาทุก​สิ่ง​ที่​พ่อ​มีก็​เป็น​ของ​ลูกแต่​จำเป็นต้อง​เลี้ยง​ฉลอง​และ​ชื่น​ชม​ยินดีเพราะ​น้องชาย​คน​นี้​ของ​ลูก​ตาย​ไป​แล้วกลับ​มี​ชีวิต​อีกหายไป​แล้วได้​พบ​กัน​อีก”​' (ลก 15:17-20,31-32)
มองดูผู้เป็นพ่อ เราเห็นภาพความรักของพระบิดา  พ่อมองอยู่ตลอดเวลา พ่อตั้งใจเสมอไม่เคยลืมลูก พ่อทุ่มเทและไม่ได้เพียงแค่ทำพอผ่านผ่าน พ่อมองไปไกลไกลด้วยรู้ว่าจะต้องทุ่มเทเพื่อจะได้ลูกกลับมา  เวลาพบแล้วพบลูกที่ผิดพลาดหนักมาก ความรักมองข้ามความอ่อนแอ ความรักมีแต่มองดูลูกเห็นลูกกำลังเผชิญหน้ากับความเลวร้ายสิ้นหวังและเจ็บปวด ความรักจึงผลักดันความเมตตาสงสารออกมา  ภาพของความรักเมตตาจึงแสดงอาการเข้าสวมกอดทำทุกอย่างเท่าที่สามารถเพื่อปลอบโยนดวงใจที่กำลังเจ็บปวดเจ็บช้ำ
ความรักของพ่อ ยังส่งต่อให้กับลูกชายคนโต ส่งต่อชีวิตที่มีความสุขมีความหมายแท้จริง ให้กับลูกชายที่ตนรักไม่แพ้กัน เพราะบางทีด้วยความไม่เข้า มองมุมอื่นๆที่ไม่เข้าใจมุมของพ่อ อาจเกิดอาการน้อยใจ อาจคิดนึกว่าพ่อไม่รักตน รักตนน้อยกว่า รักอีกคนหนึ่งมากกว่า
“เพราะ​เห็น​แก่​เรา พระ​เจ้าทรง​ทำ​ให้​พระองค์​ผู้​ไม่​รู้จัก​บาป​เป็น​ผู้รับ​บาป เพื่อ​ว่า​ใน​พระองค์​เรา​จะ​ได้​กลายเป็น​ผู้​ชอบ​ธรรม​ของ​พระ​เจ้า.....​ทรง​ทำ​ให้​โลก​คืน​ดี​กับ​พระองค์​ใน​องค์​พระ​คริสต​เจ้า พระองค์​มิได้​ทรง​เอา​ผิด​กับ​มนุษย์ แต่​ทรง​มอบ​ให้​เรา​ประกาศ​สาร​แห่ง​การ​คืน​ดี​นี้”(เทียบ 2คร 5:19,20)
พ่อหวังให้ลูกชายทั้งสองมีความสุขแท้ที่แท้จริง  สำหรับลูกชายคนเล็ก พ่อหวังให้ปล่อยวางความผิดพลาด นำความพลาดและผิดที่มีนำมาใช้เป็นบทเรียนสำหรับชีวิตของตน  นำมาใช้เป็นบรรทัดฐานเพื่อจะได้เข้าใจเพื่อนพี่น้องคนอื่นที่ก็มีความบกพร่องพลาดผิดเช่นกัน จะได้สามารถมอบความรักให้กัน อภัยกันได้  พ่อหวังให้ความรักของพ่อเป็นแบบชีวิตสำหรับลูกน้อย
สำหรับลูกชายคนโต สุขแท้มิใช่อยู่แค่มีมากน้อยมีเท่าไหร่  แต่สุขแท้อยู่ที่ “ได้ให้ชีวิต...มีความชื่นชมยินดีที่ตนได้มีส่วนให้ชีวิตแก่คนอื่น”  เช่นกันพ่อหวังให้พี่ชายจะได้เดินตามแบบอย่างความรักเมตตา เมตตาด้วยใจกว้าง  พ่อหวังให้ลูกชายจะได้มีความสุขที่แท้จริง เป็นความสุขที่ได้จากการให้ ให้ชีวิตกับผู้คนรอบข้าง เป็นต้นคนในครอบครัวนั่นเอง.

                                         นกขุนทอง.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น