วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2018


พี่น้องที่รัก
“มหาพรตเป็นการเดินทางร่วมกับพระคริสตเจ้าผู้ทรงสิ้นพระชนม์และกลับคืนชีพ”
หากจะใช้การเดินทางเป็นก้าวๆ จะได้ 40 ก้าวที่ยิ่งใหญ่ เพราะเส้นทางมีพระคริสตเจ้าอยู่กับเรา  พระองค์ทรงรับทรมาน สิ้นพระชนม์และทรงกลับคืนชีพ เป็นทั้งชีวิตที่เป็นอดีต ปัจจุบันและอนาคต พระองค์เป็นการเริ่มต้นและอวสานของทุกสิ่ง มนุษย์คือสิ่งสร้างที่พระองค์ประทานและปรารถนาให้เรากลับไปหาพระองค์
การสร้างแบบฝึกหัดชีวิตบนโลกนี้ด้วยไม้กางเขน คือน้อมรับความยากลำบากในชีวิตบ้าง ปัญหาและภารกิจประจำวัน ขอให้เป็นไม้กางเขนที่แบกร่วมกับพระองค์ และติดตามพระองค์ไปจนถึงปลายทาง ดั่งพระวาจาเชิญชวน “เสียสละตนเอง แบกไม้กางเขนและติดตามพระองค์”
ในวันศุกร์ที่ 9 และและเสาร์ที่ 10 มีนาคม ก่อนสัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต พระสันตะปาปาเชิญชวนให้เรามีเวลา 24 ชั่วโมงเพื่อพระคริสตเจ้า ด้วยการนมัสการศีลมหาสนิทและการกลับใจ สภาวัดเซนต์หลุยส์ได้เห็นชอบด้วยกับข้อเสนอของพ่อเพื่อทำตามพระประสงค์ในเรื่องการเฝ้าศีลมหาสนิท 24 ชั่วโมง โดยใช้วัดพระจิตของโรงพยาบาลเป็นสถานที่ตั้งศีลมหาสนิท และเฝ้าเงียบกับมีสวดทำวัตรและสายประคำตามเวลาที่กำหนด ส่วนวัดเซนต์หลุยส์จะถวายมิสซาประจำวัน เดินรูป 14 ภาค     และวจนพิธีกรรมศีลอภัยบาป 2 รอบเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสัตบุรุษทั้งกลางคืนและกลางวัน  รายละเอียดให้ดูกำหนดเวลา
การมีเวลา 24 ชั่วโมง จะเป็นการนมัสการและกลับใจ คงไม่ใช่มานอน มาคุย หรือสนทนา วัดจะกำหนดเวลา สามารถมาเฝ้าเดี่ยวแบบบุคคลหรือหมู่คณะหรือชวนกันมาก็ทำได้ เพียงแต่เน้นการนมัสการแบบสงบ เงียบและตื่นเฝ้าอย่างจริงจัง โดยให้ลงชื่อเพื่อจะได้สลับเปลี่ยนเวรกันในแต่ละชั่วโมง เริ่มตั้งแต่ 17.00 น.ของวันศุกร์ที่ 9 และจบเวลา17.00 น.ของวันเสาร์ที่ 10 ถัดไป เรื่องความปลอดภัยคงสบายใจได้เพราะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งของวัดและโรงพยาบาลดูแล รถยนต์ให้นำมาจอดในบริเวณวัดได้
เช่นเดียวกัน ในปีนี้วันพฤหัสบดีศักดิ์สิทธิ์จะมีการแห่ศีลมหาสนิทอัญเชิญไว้ในวัดพระจิตของโรงพยาบาล  เพื่อให้มีบรรยากาศเฝ้าศีลอย่างจริงจังแบบ “ตื่นเฝ้ากับพระองค์” โดยเป็นสลับเวรหมู่คณะและบุคคล
การนมัสการไม้กางเขนในวันศุกร์ จะใช้ไม้กางเขนใหญ่และอันเดียวเท่านั้นตามพิธีการนมัสการ ซึ่งมีคำแนะนำหากมีสัตบุรุษมากให้ทำโดยมีการนมัสการด้วยความสำรวมพร้อมกัน และเงียบสักครู่ใหญ่ ส่วนผู้ที่ต้องการจูบไม้กางเขนหรือการนมัสการสามารถทำได้หลังจากจบพิธีเรียบร้อยแล้ว
จึงขอประชาสัมพันธ์แต่เนิ่นๆ เพื่อเตรียมใจและให้เวลากับตรีวารปัสกาในปีนี้
สุดท้าย ช่วยกันแบ่งปันน้ำใจปัจจัยเพื่อผู้ยากไร้ ผ่านทางซองรณรงค์มหาพรตของวัดด้วยครับ

พ่อเจ้าวัดเซนต์หลุยส์
............................................................................
                    
บอกกล่าว เล่าเรื่อง
คำถามชีวิต
เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะร่วมภาวนาให้กับผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นมาเซอร์ผู้สูงอายุท่านหนึ่ง ในคณะเซนต์ปอล เดอชาร์ต ที่วัดเซนต์หลุยส์ของเราได้อ่านบทรำพึงในหนังสือวจนพิธีกรรมที่นำมาใช้ภาวนาในวันนั้น ซึ่งเป็นบทความสั้นๆมีลักษณะเป็นคำถามสั้นๆ แต่ชวนคิดเป็นต้นในช่วงเวลา มหาพรต เป็นคำถามที่พวกเราน่าจะตอบเป็นพิเศษในเทศกาลมหาพรตนี้ ซึ่งพ่อขอยกมาเพื่อแบ่งปันเป็นพิเศษในโอกาสนี้
พระเจ้าไม่ถามว่าคุณขับรถอะไร พระองค์จะถามว่าคุณขับรถช่วยเหลือผู้อื่นกี่คน
พระเจ้าไม่ถามว่าบ้านคุณใหญ่โตแค่ไหน พระองค์จะถามว่าคุณต้อนรับคนเข้ามาในบ้านของคุณกี่คน
พระเจ้าไม่ถามว่าคุณมีตำแหน่งอะไร มีฐานะอย่างไร แต่พระเจ้าจะถามคุณว่าคุณได้ใช้สิ่งที่คุณมีเพื่อคนอื่นมากแค่ไหน
พระเจ้าไม่ถามว่าคุณมีเสื้อผ้าในตู้กี่ชุด แต่พระเจ้าจะถามว่าคุณช่วยให้คนอื่นมีเสื้อผ้าใส่กี่คน
พระเจ้าไม่ถามว่าคุณทำงานอะไร แต่จะถามว่าคุณทำงานสุดความสามารถหรือยัง
พระเจ้าไม่ถามว่าคุณมีเพื่อนกี่คน แต่จะถามว่าคุณเป็นมิตรและจริงใจกับเพื่อนเพียงใด
พระเจ้าไม่ถามว่าเพื่อนบ้านของคุณมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร แต่จะถามว่าคุณได้ช่วยเหลือเพื่อนบ้านอย่างไรเพื่อให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น(นิรนาม)
ชีวิตของเรานี่แหละเป็นคำตอบของคำถามเหล่านี้ มหาพรตเป็นช่วงเวลาที่เราจะตอบคำถามเหล่านี้อย่างดีเป็นพิเศษ มหาพรตเป็นช่วงเวลาพิเศษที่ชวนให้เราได้คิดถึงชีวิตของเราต่อหน้าพระ และชีวิตของเรากับเพื่อนพี่น้องมากขึ้นเป็นพิเศษ พ่อคิดว่ามหาพรตน่าจะเป็นช่วงเวลาที่เราจะตอบคำถามเหล่านี้ ในชีวิตของเรา และคำตอบที่ดีที่สุดคงไม่มีใครจะตอบได้ดีเท่ากับตัวของเราแต่ละคนเอง

ปลัดวัดสาทร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น