วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สารวัดอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2012


สวัสดีครับพี่น้อง
ประเพณีการฉลองวัด ถือเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติสืบเนื่องกันมาแต่โบร่ำโบราณ นับแต่อดีตสืบมาจนปัจจุบัน สามารถกล่าวได้ว่า วันฉลองวัดเป็นวันสำคัญวันหนึ่งในรอบปีของชุมชนแห่งความเชื่อนั้นๆ ประการแรก วันฉลองวัดเป็นการให้ความสำคัญกับวัดในฐานะที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมนุมผู้มีความเชื่อในพระเจ้าแห่งนั้นๆ ซึ่งถือเป็นการเฉลิมฉลองประจำปีของหมู่บ้าน หรือ ของเมือง หรือ สถานที่ที่วัดนั้นๆตั้งอยู่ วัดจะไม่มีความสำคัญใดๆเลย ถ้าปราศจากสัตบุรุษที่มาร่วมกันสวดภาวนา ยกจิตใจขึ้นหาพระเจ้า ดังนั้นการฉลองวัดจึงเป็นเสมือนการฉลองความเป็นหนึ่งเดียวกันของหมู่มวลสัตบุรุษอันได้แก่จิตใจของเราที่เปิดให้พระเจ้าเข้ามาครอบครองนั่นเอง  ประการที่สอง การฉลองวัดเป็นโอกาสให้เราได้รำลึกถึงแบบอย่างของนักบุญองค์อุปถัมภ์ของวัดนั้นๆ ซึ่งวัดของเราก็มีนักบุญหลุยส์ หรือ พระเจ้าหลุยส์ที่ 9 กษัตริย์แห่งประเทศฝรั่งเศส เป็นองค์อุปถัมภ์ ท่านนักบุญได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างเอาใจใส่จากพระมารดา ซึ่งมีนามว่า พระราชินี บลองซ์ เดอ คาสเตีย อิทธิพลของการปลูกฝังความเชื่อจากแม่ผู้มีความศรัทธามั่นคงในพระศาสนาเป็นผลให้ พระเจ้าหลุยส์ดำรงชีวิตเป็นคริสตชนที่ยึดมั่นในหลักธรรมที่พระเจ้าทรงสอน และแน่นอนที่สุดชีวิตของผู้ที่แน่วแน่มั่นคงในคำสอนของพระเจ้า แม้ว่าจะอยู่ในฐานะกษัตริย์ที่ปกครองประเทศ ก็ไม่ทำให้ท่านหันเหไปจากหนทางแห่งคุณงามความดี ซึ่งเป็นที่น่าชื่นชมยิ่งนัก เพราะหาได้ยากยิ่งนักที่จะพานพบกษัตริย์ที่ไม่หลงไหลไปกับอำนาจ คำสรรเสริญ การยกย่อง การเอาอกเอาใจ ของผู้คนทั้งที่หวังดี และ ไม่หวังดี พระเจ้าหลุยส์ได้อุทิศตนทำทุกสิ่งเพื่อพสกนิกร ดำรงไว้ซึ่งทศพิธราชธรรม และ เชิดชูศาสนา ทำให้ต่อมาท่านได้รับการขนานนามยกย่องว่าท่านคือนักบุญของพระศาสนจักรคาทอลิก นี่จึงเป็นข้อคิดสำหรับเราๆท่านๆว่า การให้ความสำคัญในการปลูกฝัง ถ่ายทอดความเชื่อของพ่อแม่ไปสู่รุ่นลูกนั้นเป็นสิ่งที่ทุกครอบครัวต้องสืบสานมรดกล้ำค่านี้ไปสู่รุ่นต่อไปให้ได้ ครอบครัวทุกครอบครัวต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้
โอกาสฉลองวัดเซนต์หลุยส์ของเราในปีนี้ พ่อถือโอกาสนี้ต้อนรับสัตบุรุษจากวัดต่างๆที่มาร่วมฉลองวัดของเรา และขอขอบคุณพี่น้องสัตบุรุษวัดเซนต์หลุยส์ทุกท่าน ที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุน และ ช่วยเหลือการจัดการฉลองวัดของเราทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งด้วยกำลังกาย และ ด้วยกำลังคำภาวนา เพื่อให้งานฉลองวัดของเราสำเร็จเป็นไปเกิดผลเป็นพระพรของพระเจ้าที่หลั่งไหลมาสู่เราทุกคนทั่วหน้าด้วยเถิด ขอนักบุญหลุยส์ กษัตริย์ องค์อุปถัมภ์ของวัดของเราได้เสนอวิงวอนพระเจ้าเพื่อเราทุกคนเทอญ

                                                                                                                        คุณพ่อสุพจน์
............................................................................................................

คำภาวนาสองบท
            เรือลำหนึ่งจมลงในทะเลในขณะที่มีลมพายุ มีชายสองคนเท่านั้นที่สามารถว่ายไปถึงเกาะเล็กๆได้
            ผู้รอดชีวิตทั้งสองคนไม่รู้ว่าจะทำอะไร ต่างเห็นเหมือนกันว่า ไม่มีอะไรดีไปกว่าการสวดภาวนาต่อพระเจ้า ด้วยความใคร่รู้ว่าคำภาวนาของใครจะศักดิ์สิทธิ์กว่า เขาจึงตกลงแบ่งพื้นที่กันและแยกกันอยู่คนละฝั่งของเกาะ
            สิ่งแรกที่เขาสวดภาวนาคือขออาหาร เช้าวันรุ่งขึ้นชายคนแรกเห็นต้นไม้ในเขตของเขามีผลมากมาย เขากินผลไม้เพื่อบรรเทาความหิว ชายอีกคนไม่เห็นผลไม้บนต้นไม้ในเขตของตนเลย
            หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป ชายคนแรกรู้สึกเหงามาก เขาจึงสวดขอภรรยา วันรุ่งขึ้นมีเรืออีกลำอับปาง ผู้รอดชีวิตมีคนเดียว คือหญิงสาวซึ่งว่ายน้ำมาที่บริเวณชายฝั่งในเขตของชายคนแรก เขาได้เธอเป็นภรรยา ส่วนอีกด้านหนึ่ง ชายคนที่สองยังไม่มีอะไรเลย
            ต่อมาชายคนแรกภาวนาขอให้เขามีลูก มีบ้าน และเสื้อผ้า วันรุ่งขึ้น เขาได้รับทุกอย่างตามที่เขาภาวนาขอ ชายคนที่สองยังไม่ได้รับอะไรอีกเช่นเคย ในที่สุด ชายคนแรกสวดภาวนาขอให้มีเรือเพื่อเขาและครอบครัวจะได้ออกจากเกาะไป รุ่งเช้า เขาก็พบเรือลำหนึ่งจอดที่ใกล้ๆฝั่ง ชายคนแรกตัดสินใจเดินทางไปจากเกาะ โดยเขาจะทิ้งชายคนที่สองไว้ที่เกาะแต่เพียงลำพัง เนื่องจากคำภาวนาของชายคนที่สองไม่เกิดผลเลย ชายคนแรกจึงคิดว่าชายคนที่สองเป็นคนไม่มีค่าพอจะได้รับพระพรอะไร
            ขณะที่เขาจะขึ้นเรือและทิ้งชายคนที่สองไว้ เขาได้ยินเสียงจากสวรรค์ “ทำไมเจ้าทิ้งเพื่อนของเจ้าไว้” ชายคนแรกตอบ “พระพรของข้าพระองค์เป็นของข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์เป็นผู้ภาวนา เมื่อคำภาวนาของชายอีกคนไม่ได้รับคำตอบเลย เขาก็ไม่สมควรได้รับพระพรใด”
            “เจ้าเข้าใจผิด” เสียงจากสวรรค์ตำหนิเขา “ชายคนที่สองมีคำภาวนาเพียงอย่างเดียวที่ทำให้เราตอบคำภาวนาของเขา และถ้าไม่ใช่เพราะคำภาวนาของเขา เจ้าก็จะไม่ได้รับพระพรเลย”
            ชายคนแรกถาม “เขาสวดภาวนาขออะไรหรือข้าพระองค์ถึงต้องเป็นหนี้บุญคุณเขา” พระเจ้าตรัสว่า “เขาภาวนาขอให้คำภาวนาของเจ้าเป็นจริง”

                                                           คัดจากหนังสือเมล็ดพันธุ์แห่งปรีชาญาณเล่ม3

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น