วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 31 กรกฏาคม 2016

พี่น้องที่รัก
                ความท้อแท้ประสบได้กับทุกคน แต่ที่สำคัญคือ "ท้อได้แต่ห้ามยอมแพ้" ใครกำลังเหนื่อยล้า อ่อนแรง หรือ หมดกำลังใจ ลองปฏิบัติตาม 20 ข้อง่ายๆนี้นะครับ พ่ออ่านเจอในโซเชียลมีเดีย เห็นว่ามีข้อคิดดีเลยเอามาฝากกันครับ
                1. รู้สึกเหนื่อยก็พักบ้าง รู้สึกหนักก็วาง
                2. อย่ามัวแต่สนใจคำดูถูกของคนอื่น จนลืมความฝันที่ตั้งไว้
                3. เราทำทุกอย่างไม่ได้ แต่เลือกทำสิ่งที่สำคัญได้
                4. หันกลับมามอง คนที่ดูแลเรามาทั้งชีวิต
                5. ออกไปท่องเที่ยว พบกับคนที่ไม่รู้จักและสนุกกับมัน
                6. บอกตัวเองเสมอว่า การที่เราลำบากวันนี้นั้นเป็นกำไรชีวิต
                7. คนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกคือคนที่เจอความผิดพลาดและความล้มเหลวมากกว่าคนอื่น
                8. พยายามออกห่างจากคนมองโลกในแง่ร้าย เพราะมันติดต่อกันได้ และจะทำให้คุณตกต่ำลงไปด้วย
                9. บอกกับตัวเองว่า "มันก็แค่วันแย่ๆอีกวัน พรุ่งนี้เริ่มใหม่"
                10. แบ่งปันสิ่งดีๆกับผู้อื่น รับรอยยิ้มเล็กๆน้อยๆ มาเติมแรงใจ
                11. โทรหาคนรู้ใจ และระบายทุกสิ่งทุกอย่างให้เขาฟัง
                12. ความอดทนเป็นคุณสมบัติของนักสู้
                13. ยิ่งปัญหามันยากเท่าไร ความสำเร็จยิ่งใหญ่เท่านั้น
                14. ถึงแม้จะผิดพลาด แต่อย่าลืมว่าคุณก็มีข้อดี
                15. ยิ้มให้กับตัวเองในเวลาท้อใจ
                16. อ่านหนังสือ ผ่อนคลาย จากความเหนื่อยล้า
                17. หางานอดิเรกใหม่ๆ ทำ
                18. ความผิดพลาดคือการเรียนรู้ คนที่ไม่เคยพลาด คือคนที่ไม่เคยทำอะไร
                19. ทุกปัญหามักมีคนที่เคยเจอมาก่อน ขอความช่วยเหลือจากเขา
                20. ทบทวนปัญหาที่พบเจอ เรียนรู้ แก้ไขและอยู่กับมันโดยไม่ท้อ

                สู้ๆนะทุกคน
                (ข้อความข้างต้นนำมาจาก SkillLane)

พ่อสุพจน์
...........................................................................................................................................................


ข้างบัลลังก์นักบุญหลุยส์ : โดราเอม่อน
                พระวรสารวันนี้ ทำให้ผมนึกถึงโดราเอม่อน
                เชื่อว่า คนวัยยี่สิบกลางๆ สามสิบต้นๆ หรือมากกว่านั้น คงรู้จัก
กับโดราเอม่อนถึงตรงนี้ บางคนอาจจะกำลังเถียงอยู่ในใจว่า ผม ฉัน
หนู ไม่ใช่อายุเท่านั้นก็รู้จักโดเรม่อนที่ผมกำลังพูดถึง ไม่ใช่เจ้าแมว
เหมียวหุ่นยนต์จาก ศตวรรษที่ 21 อันมีเพื่อนชื่อ โนบิตะ ชิซูกะ ไจแอนท์
หรือซูเนโอะ แต่ คือ โดราเอม่อนที่เป็นกล่อง กล่องละห้าบาทข้างใน
กล่องจะมีช็อคโกแล็ตเคลือบขนมปังลูกกลม ๆ ที่ซื้อมาแต่ไม่กิน เพราะ
เรารู้ว่า สิ่งที่มีมีค่ากว่า คือ สติ๊กเกอร์
                สติ๊กเกอร์นี้ ได้ภาพไม่ครบส่วน เพราะต้องนำไปปะติดปะต่อกับส่วนอื่นอีก เพื่อจะได้ภาพเต็ม โดยจะต้องนำไปแปะ
ไว้ในสมุดสะสมเล่มขนาดสองหน้าเอสี่ต่อกัน ถึงจะได้เป็นเรื่องเป็นราว เรื่องราวที่ให้สะสมกัน ก็ต้องเป็นเรื่องยอดฮิตอย่าง
ดราก้อนบอล แซด, เซนต์เซย่า, ซามูไรทรูเปอร์ ฯลฯ โดยเมื่อรวบรวมได้ครบเล่มแล้ว ก็สามารถนำไปแลกรางวัลได้ และบ่อย
ๆ ก็อาจจะต้องรวบรวมให้ได้มากกว่าหนึ่งเล่ม เพื่อจะได้นำไปแลกรางวัลที่ใหญ่กว่า
ของรางวัลล่อตาล่อใจเด็ก ๆ อย่างพวกเราในยุคสมัยนั้น ก็มีทั้งเครื่องเกมส์แฟมมิคอม เกมส์บอย เสื้อหรือ
ผลิตภัณฑ์ของหนังเรื่องนั้น ๆ ที่มีมูลค่ามากหน่อยก็มีพวกซาวน์อะเบ้าท์ หรือวอล์คแมน ที่ดึงดูดให้เด็กน้อยหนุ่มใหญ่ใน
สมัยนั้นต้องลงทุนลงแรงกับการเก็บสะสมชิ้นส่วนต่าง ๆ ของสติ๊กเกอร์จนเต็มเล่ม แทนที่จะเก็บสะตุ้งสตางค์เพื่อไปซื้อสินค้า
เหล่านั้นโดยตรงเลย
               
ถ้าใครที่พอจะมีสตางค์มากหน่อย ก็คงพอจะเก็บรวบรวม เก็บเล็กผสมน้อยด้วยเงินของตัวเองได้ เพื่อจะรวบรวมให้
ได้สติ๊กเกอร์มาเต็มเล่ม แต่ถ้าไม่มีเงินมากพอจะซื้อสะสมเองได้จนเต็มเล่ม ก็ต้องอาศัยวิธีการแลกเปลี่ยนสติ๊กเกอร์กับเพื่อน
บ้าง หรือการพนันขันต่อ ใช้วิธีแข่งขันกันแบบเด็ก ๆ อย่างเป่ากบ เล่นเขี่ย(ไพ่) เล่นดินน้ำมัน เล่นลูกข่าง แข่งบอล ฯลฯ โดยมี
สติ๊กเกอร์เป็นเดิมพัน เพื่อจะได้เพิ่มจำนวนสติ๊กเกอร์ ให้มีมากพอจนได้มาปะแปะจนครบเต็มเล่ม
                อันที่จริง ในเวลานี้ เมื่อมานั่งคิดทบทวนดูถึงประสบการณ์ของตัวเองในวันที่มีอายุเท่านั้น ก็ขำตัวเองว่า ทำไมเราไม่
เก็บรวบรวมเงินค่าขนมไปเรื่อย ๆ ให้ได้สตางค์พอจะไปซื้อของเหล่านั้น แทนที่จะใช้จ่ายไปทีละห้าบาทสิบบาทแบบเสี่ยง
โชค ไปซื้อโดราเอม่อนกล่องละห้าบาท แล้วก็รอลุ้น ภาวนาให้ได้สติ๊กเกอร์ในใบที่เรายังไม่มีเพื่อจะได้สะสมให้เต็มเล่มแบบ
นั้น จะอย่างไรก็แล้วแต่ ด้วยวัน, วัย, และเวลาตอนนั้น วิธีคิดแบบเด็กน้อย ก็ทำให้เราคิดได้แค่นั้น ว่านี่คือวิธีที่ดีที่สุด ที่ได้
ผลดีที่สุด แต่จนแล้วจนรอด เท่าที่จำได้ ผมและเพื่อน ๆ ในวัยเดียวกัน เพื่อนแถวบ้าน และเพื่อนในโรงเรียน ก็ไม่มีใครสะสม
ได้จนเต็มเล่มทันได้แลกรางวัล ก็วันหมดเขตจะมาถึงกันสักคน จนเราเคยคุยกันว่า บริษัทผู้ผลิต อาจจะเก็บสติ๊กเกอร์บาง
ใบไม่ปล่อยมันออกมาจนกระทั่งวันที่มันหมดเขตกำหนดแลกรางวัลแน่ ๆแต่ถึงกระนั้น พอมีโดราเอม่อนกล่องใหม่ รูปเล่ม
เรื่องใหม่ให้สะสมมาอีก เราก็ควักเงินออกจากกระเป๋ามาซื้อมันอีกจนได้ (เจ็บแต่ไม่จำ ผิดหวังแต่ไม่หมดหวังจริง ๆ สิเรา)
                คำพระวันนี้ ก็พูดเรื่องแบบนี้ เราสะสมหลายสิ่ง เราอดออมหลายอย่าง เราหวังว่า มันจะมีพอ มันจะมีเหลือ สิ่งที่เรา
สะสมจะพาเราไปพบความสุขสบายในบั้นปลายบนโลกนี้ เพราะเมื่อลงทุน โลกนี้ก็ให้ผลตอบแทนทันที จนเราเลือกสะสม
สติ๊กเกอร์แทนที่จะสะสมเงินเพื่อซื้อของรางวัล สติ๊กเกอร์กะเงิน อะไรมีค่ากว่ากัน โลกนี้หรือโลกหน้า, ชีวิตนี้หรือชีวิตนิรันดร
ที่เราต้องการ ผมคิดถึงประสบการณ์ของโดราเอม่อน แล้วก็ถามกับตัวเองว่า เป้าหมายแท้จริง รางวัลแท้จริง ชีวิตแท้จริง
ของเราอยู่ที่ไหน ประสบการณ์ในวัยเด็กได้สอนอะไรเราบ้างหรือเปล่านะ หรือว่าผมยังย่ำอยู่บนความคิดเดิม ๆ วิธีปฏิบัติ
แบบเดิม ๆ และเชื่อว่า ถ้าทำแบบนั้น เราจะได้ผลลัพธ์ใหม่?
ผมถามตัวเอง???
จริงของโดราเอม่อน

บางหลวงบางกอก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น