วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2013


พี่น้องที่รัก
            การฉลองวัดเซนต์หลุยส์ของเราเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี มีสัตบุรุษมาร่วมฉลองกันมากมายเหมือนทุกๆปี ในปีนี้ได้มีการเพิ่มเต็นท์บริเวณหน้าบ้านพักพระสงฆ์อีกสองหลัง ก็ปรากฏว่ามีผู้มาร่วมฉลองนั่งกันเต็ม นับเป็นภาพที่น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่งที่เห็นผู้คนจากที่ต่างๆ เดินทางมาร่วมฉลองวัดของเราคับคั่ง พ่อก็อดปลื้มใจแทนนักบุญหลุยส์ไม่ได้ ในปีนี้ก็ต้องบอกว่าพระเจ้าทรงจัดทุกสิ่งเอาไว้อย่างลงตัว ในระหว่างพิธีฝนฟ้าก็เป็นใจ ไม่มีฝนตกลงมารบกวนทั้งในค่ำวันเสาร์ และวันภาคเช้าของวันอาทิตย์ รวมถึงในระหว่างการรับประทานอาหารหลังจากเสร็จพิธีแล้วด้วย เพียงแต่ภาคบ่ายระหว่างการจัดการแข่งขันกีฬาของเด็กช่วยมิสซา และ ฟุตซอลคู่พิเศษระหว่างพระสงฆ์กับนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์ มีฝนตกลงมารบกวนกิจกรรมบ้าง แต่การจัดการแข่งขันกีฬาก็สามารถแข่งขันจนสำเร็จลุล่วงไปได้
            พ่อต้องขอขอบคุณทุกๆฝ่ายที่มีส่วนร่วมจัดเตรียมการฉลองวัดในครั้งนี้เป็นอย่างมาก ก่อนอื่นที่ลืมไม่ได้ต้องขอบคุณพระเจ้าที่โปรดให้การจัดงานฉลองวัดของเราผ่านไปอย่างสวยงามราบรื่น ขอขอบพระคุณพระคุณเจ้าฟรังซิสเซเวียร์เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ที่ได้กรุณามาเป็นประธานในพิธีอย่างสง่างาม ภาพที่พระคุณเจ้าทักทายสัตบุรุษ และบรรดาเด็กๆ เป็นภาพที่น่ารักประทับใจพวกเราจริงๆ ต้องขอขอบคุณพระสงฆ์ นักบวชชายหญิง และ พี่น้องสัตบุรุษทุกท่านที่มาร่วมใจกันสรรเสริญพระเจ้าในวันฉลองศาสนนามของท่านนักบุญหลุยส์อย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ ขอขอบคุณ คณะกรรมการสภาภิบาล คณะนักขับร้อง เด็กช่วยมิสซา ผู้อ่านพระคัมภีร์ ผู้ถือถุงทาน นักเรียนจากโรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชยการที่มาช่วยกันแบกบุษบก นักเรียนจากโรงเรียนเซนต์หลุยส์ศึกษา คณะพลมารี องค์กรทุกองค์กรของวัด โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ และพี่น้องที่มีจิตศรัทธาจัดหาอาหารเที่ยงมาเลี้ยงสัตบุรุษที่รับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย อิ่มหนำกันทั่วหน้า ทั้งอิ่มบุญ อิ่มใจ และ อิ่มท้องว่างั้นเถอะ ที่ลืมไม่ได้ก็ต้องขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่ของวัดและโรงเรียนเซนต์หลุยส์ศึกษา ที่เหน็ดเหนื่อยกันทั่วหน้าในการจัดเตรียมงานในรายละเอียดต่างๆ ซึ่งจะแจกแจงอย่างละเอียดตรงนี้คงมีพื้นที่ไม่พอเป็นแน่ สุดท้ายถ้ายังมีข้อขาดตกบกพร่องประการใด พ่อขอน้อมรับไว้แต่เพียงผู้เดียว พ่อจะพยายามแก้ไขปรับปรุงในโอกาสต่อๆไปครับ
คุณพ่อ สุพจน์
..........................................................................................................
เราเชื่ออะไร
เราอยู่ในโลกนี้เพื่อจุดประสงค์อะไร

เราอยู่ในโลกนี้เพื่อรู้จักและรักพระเจ้า เพื่อกระทำสิ่งดีตามน้ำพระทัยของพระองค์ และเพื่อสักวันหนึ่งจะได้อยู่ในสวรรค์
การเป็นมนุษย์ หมายถึงการมาจากพระเจ้า และกลับไปหาพระเจ้า พระองค์ทรงสร้างเรามาจาก “ส่วนที่ล้นออกมาจากความรักของพระองค์” ทรงปรารถนาจะแบ่งปันความชื่นชมยินดีมิรู้สิ้นของพระองค์แก่เรา ผู้เป็นสิ่งสร้างแห่งความรักของพระองค์

พระเจ้าทรงจัดวางการแสวงหา และการพบพระองค์ไว้ในหัวใจของเรา นักบุญออกัสตินกล่าวว่า “พระองค์ทรงสร้างเรามาเพื่อพระองค์ และหัวใจของเราไม่อาจสงบลงได้หากยังมิได้พักผ่อนในพระองค์” จึงเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะแสวงหาพระเจ้า พบกับความจริงและความสุข บุคคลจะเป็นตัวของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อเขาได้พบกับพระเจ้า

การรู้จักพระเจ้าที่มองไม่เห็น เป็นความท้าทายอันยิ่งใหญ่สำหรับจิตใจมนุษย์ เพราะหลายคนกลัว จึงถอยห่างออกไป ส่วนเหตุผลอื่นว่าทำไมบางคนจึงไม่ต้องการรู้จักพระเจ้า ทั้งนี้เพราะเมื่อรู้จักแล้ว เขาต้องเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขา ใครก็ตามที่กล่าวว่า คำถามเรื่องพระเจ้านั้นไม่สำคัญ ก็เพราะว่าคำตอบที่ได้นั้น ไม่ทำให้ชีวิตของเขาเป็นเรื่องง่าย 
      “ผู้ใดแสวงหาความจริงก็แสวงหาพระเจ้า ไม่ว่าเขาจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม”
นักบุญ เอดิธ สไตน์



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น