วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม 2016

พี่น้องที่รัก
                การก่อสร้างศาลาเอนกประสงค์และการปรับปรุงศาลาหลุยส์มารี ได้ดำเนินการมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว ตามที่พ่อเคยเรียนพี่น้องว่า โครงการนี้มีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงสถานที่สำหรับการสวดภาวนาอุทิศให้กับผู้ล่วงลับที่วัดเซนต์หลุยส์ของเรา ได้ให้การบริการในด้านนี้กับพี่น้องคริสตชนต่อเนื่องกันมาเป็นเวลานานแล้ว อีกทั้งการตกแต่งภายในศาลาที่ใช้งานมานานกว่าสามสิบปี ก็เกิดความชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลารวมทั้งมีปลวกเข้ามากัดกินโครงสร้างไม้ภายในเสียหายไปบางส่วน ดังนั้น พ่อจึงคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราสมควรจะปรับปรุงสถานที่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น และเมื่อทำแล้วก็อยากทำให้ดีๆ ไปเสียทีเดียวเลย จึงคิดจะติดเครื่องปรับอากาศภายในศาลา และปรับปรุงบริเวณทางเดินเชื่อมต่อระหว่างวัด โรงเรียน กับถนนหนทางภายนอกด้วย ศาลาอเนกประสงค์จะมีประโยชน์มากในการจัดกิจกรรมต่างๆ ของทางวัดและโรงเรียนของวัด โดยที่ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องฟ้าฝนจะมาขัดจังหวะ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่สามารถรองรับแขกผู้มาร่วมพิธีสวดอุทิศแด่ผู้ล่วงลับได้มากยิ่งขึ้น ในกรณีที่มีการตั้งศพสวดหลายศพพร้อมกัน ดังนั้น จึงใช้งบประมาณการก่อสร้างและการปรับปรุงสถานที่ค่อนข้างสูงถึง 16 ล้านบาท พ่อเองก็ยอมรับว่าวัดของเรายังขาดแคลนปัจจัยและทุนทรัพย์อีกเป็นจำนวนมาก แต่ก็วางใจในพระเจ้าว่าพระองค์จะจัดหาหนทางเพื่อสนับสนุนค้ำจุนเรา อีกทั้งยังหวังในความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องทุกท่านที่จะช่วยจุนเจือเพื่อให้โครงการนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ จะส่งผลประโยชน์มากมายกับผู้คนในภายภาคหน้า
                โครงการนี้คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างแล้วเสร็จก่อนเดือนธันวาคมปีนี้ เมื่อการก่อสร้างและปรับปรุงศาลารวมถึงสถานที่บริเวณภายนอกแล้วเสร็จ วัดเซนต์หลุยส์จะมีสถานที่จัดงานพิธีสวดอุทิศให้กับผู้ล่วงลับ ที่มีความพร้อมในการอำนวยความสะดวกเพื่อต้อนรับผู้มาร่วมไว้อาลัยให้กับผู้ล่วงลับ และผู้มาร่วมพิธีสวดอุทิศได้พร้อมสมบูรณ์กว่าเดิม สถานที่โอ่โถง สว่าง แลดูสะอาด สวยงาม มีการกั้นเป็นสัดส่วนสำหรับสถานที่ตั้งศพและสถานที่นั่งของผู้มาร่วมพิธี อีกทั้งการติดเครื่องปรับอากาศจะเอื้ออำนวยให้บรรยากาศการสวดภาวนาดำเนินไปอย่างสงบราบรื่น ชวนศรัทธา ไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนแต่เดิม มีทางลาดขึ้นลงสะดวกสำหรับผู้ใช้เก้าอี้ล้อเลื่อนที่มาร่วมพิธี ในกรณีที่มีผู้มาร่วมพิธีจำนวนมากเกินกว่าที่จะเข้าไปในศาลาได้หมด ก็สามารถจัดเก้าอี้เสริมภายนอกในบริเวณศาลาเอนกประสงค์โดยไม่ต้องกางเต็นท์กันแดดกันฝนเหมือนแต่ก่อน
                ช่วงเวลานี้พ่อกับสภาภิบาลกำลังปรึกษาหารือ หาวิธีการที่เหมาะสม เพื่อที่จะดำเนินการเรี่ยรายบอกบุญ เปิดโอกาสให้ผู้มีจิตศรัทธา รวมถึงหมู่มิตรของครอบครัวของพี่น้องช่วยกันบริจาคในกิจการกุศลครั้งสำคัญของวัดเราในครั้งนี้ด้วย เมื่อทุกอย่างมีแนวทางและรายละเอียดพร้อมแล้วพ่อขออนุญาตใช้เนื้อที่ในสารวัดตรงนี้เพื่อเรียนประชาสัมพันธ์กับพี่น้องในเรื่องนี้ในครั้งต่อๆไปครับ

พ่อสุพจน์
...............................................................................................................


ข้างบัลลังก์นักบุญหลุยส์ : สิบสองกระบุงที่เหลือ

อาทิตย์นี้ สมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า
ฉลองเนื้อและเลือดของพระเยซูเจ้า ที่ได้พลีถวายเป็นยัญบูชาแทนเรามนุษย์

#เนื้อและเลือดนี้ได้กลายเป็นศีลมหาสนิท

ยุคนึงสมัยนึง เราคริสตชนเคยถูกตราหน้า
ว่าเป็นพวกป่าเถื่อน เพราะเป็นพวกกินเลือดกินเนื้อมนุษย์
พวกเขาไม่รู้ พวกเขาไม่เข้าใจ จึงจับเราไปทรมาน
พวกเขาจึงเบียดเบียน ข่มเหง และฆ่า เพราะเราเชื่อในพระคริสต์องค์นี้
พระคริสต์พระเจ้าผู้ทรงสละเนื้อและเลือดของพระองค์
ให้เป็นอาหาร เพื่อหล่อเลี้ยงเรา ให้เรามีชีวิต

เปาโลบอกกับชาวโครินธ์ว่า เขาได้ส่งต่อสิ่งนี้กับคริสตชนแล้ว
คือ ปังและเหล้าองุ่น เนื้อและเลือด พระวรกายและพระโลหิต
ทุกครั้งที่กินปังนี้ และดื่มจากถ้วยนี้ คริสตชนได้ประกาศว่า
เพราะความรัก พระองค์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่เราทั้งหลายให้รอดแล้ว

เนื้อและเลือดนี้ จึงไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเพราะเพียงแค่คิดถึงพระองค์
แต่เนื้อและเลือดนี้ เป็นการประกาศธรรมล้ำลึกที่พระองค์ได้ทรงมอบไว้
เนื้อและเลือดนี้ จึงไม่ใช่แค่สิ่งสมมติ อ้างอิง สิ่งคล้ายแทนพระองค์
แต่เนื้อและเลือดนี้ เป็นพระวรกายและพระโลหิตของพระองค์ที่ทรงมอบไว้
เนื้อและเลือดนี้ จึงไม่ใช่แค่ความป่าเถื่อน ถ่อยทารุณ กินเนื้อคน อย่างที่เขาคิด
แต่เนื้อและเลือดนี้ เป็นความรัก รักที่ยิ่งใหญ่ สุดพรรณนาเพื่อเรามนุษย์

เนื้อและเลือดนี้ มีมากมายและเพียงพอ ดังเช่น สิบสองกระบุงที่เหลืออยู่
เป็น สิบสองกระบุงที่เหลืออยู่เพื่อคนทั้งหลายที่ยังไม่ได้ลิ้มรส ให้ได้ลิ้มรสด้วย
สิบสองกระบุงที่เหลืออยู่คือ หน้าที่ที่เรารับสืบต่อจากอัครสาวกทั้งสิบสอง
เพื่อไปเลี้ยงดูคนที่หิวโหย ไปเยี่ยมเยียนคนเจ็บป่วย ไปดูแลคนยากจน ฯลฯ
เพื่อไปให้กำลังใจคนสิ้นหวัง ไปนำทางคนมืดบอด ไปพาเขามาสู่ชีวิตและความจริง ฯลฯ
สิบสองกระบุงที่เหลืออยู่จึงอยู่แบบมีความหมาย จึงอยู่แบบไม่เหลือทิ้ง จึงอยู่เพื่อมนุษย์ทุกคน


บาทหลวงบางกอก

วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม 2016

พี่น้องที่รัก
เมื่อวันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พ่อกับสภาภิบาลและผู้ติดตามบางส่วนจำนวน 34 ท่านได้เดินทางไปแสวงบุญที่วัดนักบุญยอแซฟอยุธยา โอกาสปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรม ช่วงนั้นเป็นช่วงที่อากาศร้อนอบอ้าวมากทั้งวันติดต่อกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ปรากฏว่าเช้าวันเดินทางอากาศเย็นสบาย อุณหภูมิในเช้าวันนั้นเวลา 9 นาฬิกา วัดได้ 28 องศาเซลเซียสถือว่าเป็นวันที่พระโปรดสำหรับเราจริงๆ ในท่ามกลางฤดูร้อน ซึ่งปีนี้ความร้อนอยู่ในระดับทำลายสถิติในรอบหลายสิบปีเลยก็ว่าได้ เราออกเดินทางด้วยรถบัสไปยังวัดนักบุญยอห์นบัปติสตา เจ้าเจ็ด ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพ่อเอง พ่อเจ้าวัดคือคุณพ่อสุรนันท์ กวยมงคล ได้ออกมาต้อนรับเราอย่างเป็นกันเองพร้อมกับเล่าความเป็นมาของวัดเจ้าเจ็ด นำสวดภาวนา จากนั้นคณะของเราได้เข้าไปเยี่ยมเยียนบิดามารดาของพ่อ ซึ่งอยู่ในวัยสูงอายุแล้วที่บ้านของพ่ออยู่ใกล้ๆ กับวัด พ่อได้มีโอกาสต้อนรับทุกท่านด้วยข้าวต้มร้อนๆ เป็นอาหารเช้า จากนั้นเราจึงออกเดินทางไปยังวัดนักบุญยอแซฟอยุธยา คุณพ่อทวีศักดิ์ กิจเจริญ เจ้าอาวาสมาเป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณ คุณพ่อได้เล่าประวัติการเข้ามาของมิสชันนารีที่เข้ามาเผยแผ่ศาสนา ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีมีใจความพอสังเขปว่า คณะบาทหลวงยุคแรกที่เข้ามาเป็นบาทหลวงคณะดอมินิกันชาวโปรตุเกส เข้ามาพร้อมกับชาวโปรตุเกสที่มาติดต่อค้าขายในสมัยอยุธยา ต่อมาได้มีการสร้างวัดขึ้น 3 แห่ง บริเวณหมู่บ้านโปรตุเกส ดูแลโดยนักบวชคณะดอมินิกัน คณะเยสุอิต และคณะฟรังซิสกัน มิชชันนารียุคแรกเน้นที่จะให้การอภิบาลต่อชาวต่างชาติที่นับถือศาสนาคาทอลิกอยู่แล้ว ต่อมาในปี ค.ศ. 1662 คณะมิชชันนารีต่างประเทศแห่งกรุงปารีส ได้เดินทางมาถึงอยุธยาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยมีเป้าหมายจะเดินทางต่อไปยังประเทศญี่ปุ่นและจีน แต่ในที่สุดก็ปักหลักอยู่ที่อยุธยาเพื่อจะทำการเผยแผ่ศาสนา และได้สร้างวัดขึ้นที่บริเวณวัดนักบุญยอแซฟอยุธยาแห่งนี้ วัดหลังปัจจุบันนับเป็นวัดหลังที่ 4 แล้ว วัดนักบุญยอแซฟอยุธยาแห่งนี้ จึงเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของการทำงานของธรรมทูตที่ยังคงปรากฏเป็นประจักษ์พยานสืบเนื่องมาจากสมัยอยุธยา และความสำคัญอีกประการหนึ่งคือ เป็นวัดที่สังฆมณฑลกรุงเทพ กำหนดให้เป็นวัดแสวงบุญในปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรม เมื่อเสร็จพิธีมิสซาแล้ว เรารับประทานอาหารเที่ยงที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ให้ ทุกคนอิ่มบุญและอิ่มท้องกันทั่วหน้า ต้องแสดงความขอบคุณอย่างสูงมายังคุณพ่อทวีศักดิ์มา ณ ที่นี่ด้วย เมื่อทานอาหารเสร็จ คณะของเราเดินทางต่อไปยังโบราณสถานหมู่บ้านโปรตุเกส ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากวัดนักบุญยอแซฟอยุธยามากนัก ที่นั่นเราได้เยี่ยมเยียนสักการสถานนักบุญเปโตรและเปาโล ที่ได้รับการขุดแต่งบูรณะสักการสถานโดยกรมศิลปากรและการสนับสนุนจากมูลนิธิกุลเบงเกียนประเทศโปรตุเกส ตามประวัติกล่าวว่าชุมชนโปรตุเกสแห่งนี้ในยามที่มีผู้คนอาศัยสูงสุดนับจำนวนคนได้ถึง สองถึงสามพันคนเลยทีเดียวคงเป็นชุมชนชาวตะวันตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงศรีอยุธยา ชาวโปรตุเกสได้อาศัยอยู่ในบริเวณนี้จนถึง พ.ศ. 2310 และทิ้งร้างไปภายหลังการเสียกรุงศรีอยุธยา รวมอายุของชุมชนยาวนาน 217 ปี หลังจากนั้น คณะของเราได้ออกเดินทางไปยังหมู่บ้านญี่ปุ่น ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตรงข้ามฝั่งแม่น้ำ ทำให้เราทราบว่า บริเวณตรงข้ามฝั่งแม่น้ำนั้น เป็นสถานที่อยู่อาศัยของชุมชนชาวญี่ปุ่นขนาดใหญ่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ประมาณว่ามีคนอาศัยที่นี่ 1,500 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวญี่ปุ่นที่นับถือศาสนาคาทอลิกประมาณ 700 คน เนื่องด้วยชาวคริสต์ในญี่ปุ่นถูกเบียดเบียนเป็นเวลานานในช่วงประมาณปลายศตวรรษที่ 16 ชาวญี่ปุ่นที่นับถือศาสนาคริสต์จำต้องลี้ภัยเบียดเบียนออกไปอาศัยอยู่ต่างประเทศ และที่กรุงศรีอยุธยาก็มีชาวญี่ปุ่นที่นับถือศาสนาคริสต์มาอาศัยอยู่ที่บริเวณหมู่บ้านญี่ปุ่นแห่งนี้เป็นจำนวนมากด้วย
จากการเดินทางไปแสวงบุญครั้งนี้ คณะของเราได้รับทั้งพระพรโอกาสปีศักดิ์สิทธิ์ และยังได้เรียนรู้ประวัติความเป็นมาแรกเริ่มของการเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในดินแดนแหลมทองของเราแห่งนี้ด้วย ทำให้ทุกคนต่างภาคภูมิใจในความพากเพียรพยายามของบรรดามิชชันนารีในยุคสมัยนั้น ที่เห็นว่านี่เป็นมรดกฝ่ายจิตใจที่มีคุณค่าสูงสุดที่พึงได้รับการสืบสานต่อเนื่องไปจนชั่วฟ้าดินสลาย

พ่อสุพจน์
.........................................................................................

ข้างบัลลังก์นักบุญหลุยส์ : UNLIMITED BEING

อาทิตย์นี้ สมโภชพระตรีเอกภาพ พระเจ้าของเรา
พระบิดา และพระบุตร และพระจิต

#พระเจ้าหนึ่งเดียวสามพระบุคคล

ความเชื่อในพระเจ้าเป็นเรื่องยากเกินเข้าใจ
สติปัญญาแบบมนุษย์ เรารู้ได้แบบจำกัด
สิ่งจำกัด(Limited being) ย่อมเข้าใจสิ่งไม่จำกัด(Unlimited Being) อย่างจำกัด
แต่เพราะพระผู้ไม่จำกัด ทรงเปิดเผยพระองค์ให้เราทราบ

ความเชื่อจึงเป็นของประทาน การรู้จักพระเจ้าจึงเป็นพระพร
พระบิดาเจ้าทรงเปิดเผยพระองค์เองให้เราได้รู้จักกับพระองค์
พระเยซูเจ้าทรงเปิดเผยถ้อยคำของพระเจ้าทางการประกาศของพระองค์
พระจิตเจ้าทรงทำให้เราเข้าใจในคำประกาศของพระองค์

สิ่งของมีค่าในโลกหลายสิ่ง มีค่าเพราะมันถูกจำกัด
เสื้อผ้าลิมิตเต็ดอิดิเชิ่น กระเป๋าลิมิตเต็ดอิดิเชิ่น
สินค้าลิมิตเต็ดอิดิเชิ่น ข้าวของลิมิตเต็ดอิดิเชิ่น
ความจำกัด ทำให้สิ่งของในโลก เป็นของหายาก
ของหายาก ทำให้ราคาเพิ่มขึ้น ทำให้มีมูลค่ามากขึ้น

บางที โลก ทัศนคติ อุดมคติแบบโลก ก็สอนเราว่า
ถ้าอยากมีตัวตน อยากมีที่ยืน อยากมีคุณค่า
ให้เราแสวงหาหลายสิ่งที่จำกัด เพื่อจะได้ทะลุความจำกัดที่เรามีและเป็น
การได้เป็นเจ้าของและครอบครองสิ่งจำกัดฝ่ายโลก
ทำให้เรารู้สึกว่า ได้มีตัวตน ได้มีที่ยืน ได้มีคุณค่า

ทั้งทั้งที่หากเราคิด ตริตรอง และพิจารณาอย่างดีแล้ว
เพื่อ Limited being จะเป็น Unlimited Being ได้
แท้จริง ไม่ใช่การได้แสวงหา การได้ครอบครอง การได้เป็นเจ้าของ สิ่งที่จำกัด
แต่เป็นการแสวงหา ปรารถนา ได้สัมผัส และอยู่ในสิ่งที่ไม่จำกัดต่างหาก

บาทหลวงบางกอก