วันศุกร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2560

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 16 เมษายน 2017

พี่น้องที่รัก
                สุขสันต์วันปัสกาครับ
                Happy Easter
                พระเยซูเจ้าทรงกลับคืนชีพแล้ว จงชื่นชมยินดีเถิด
                The Lord is risen.
                อัลเลลูยา อัลเลลูยา อัลเลลูยา

                วันวันนี้เป็นวันฉลองสมโภชที่สำคัญที่สุดในแก่นแท้ของความเชื่อของเราคริสตชน ความเชื่อที่ว่าพระเยซูเจ้าทรงกลับเป็นขึ้นมาจากความตาย ความเชื่อในความจริงประการนี้นำความหวังที่ยิ่งใหญ่มาสู่เรามนุษย์ทุกคน เพราะความเชื่อนี้เติมเต็มความปรารถนาของเรา ทำให้เรามนุษย์ที่กระหายถึงการดำรงชีวิตที่ไม่มีสิ้นสุดบรรลุถึงความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่นี้ได้ โดยอาศัยพระพลานุภาพยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าทรงบันดาลให้พระเยซูกลับคืนชีพนี้แหละ พระองค์จะทรงบันดาลชีวิตใหม่ให้กับเรามนุษย์ได้ ในยามที่เราต้องจบชีวิตจากสังขารที่เสื่อมสลายได้ของเรานี้เอง
                พ่อมั่นใจว่าความเชื่อในธรรมล้ำลึกประการนี้เป็นแรงบันดาลใจให้คนทุกยุคทุกสมัย ยึดมั่นในคำสอนขององค์พระผู้เป็นเจ้า และดำเนินชีวิตอยู่ในพระธรรมที่พระองค์ประทานให้ โดยผ่านทางคำสอนของพระเยซูเจ้าพระบุตรแต่เพียงพระองค์เดียวของพระองค์ ที่ได้ลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์ และดำเนินชีวิตอยู่ท่ามกลางเรา เพื่อประทานแนวทางการดำเนินชีวิต ที่จะนำพาเรามนุษย์ไปสู่ชีวิตนิรันดรได้สำเร็จ
                ขอให้การสมโภชปัสกาอีกครั้งในปีนี้ได้ย้ำเตือนถึงความเชื่อประการนี้ และ บันดาลความชื่นชมยินดีในจิตใจของเราอย่างยิ่งอีกครั้งหนึ่ง
                ขอพระเยซูผู้กลับคืนพระชนม์ชีพประทานสันติสุขให้กับพี่น้องทุกท่านเทอญ อัลเลลูยา อัลเลลูยา อัลเลลูยา

พ่อสุพจน์
................................................................................................

สวัสดีครับพี่น้อง
            วันสมโภชปัสกาเป็นวันฉลองแห่งชีวิต พระคริสตเจ้าได้ทรงกลับคืนชีพจริงแท้ อัลเลลูยาอัลเลลูยา หมายถึง  จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด หรือขอพระเจ้าจงทรงพระเจริญ  เป็นถ้อยคำที่มีอยู่ในบทภาวนาและบทเพลงของเทศกาลนี้ คำ อัลเลลูยานี้แทนความยินดีของคริสตชน การสิ้นพระชนม์ของพระคริสตเจ้าไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่เป็นชัยชนะ และเรามีส่วนในชัยชนะของพระเยซูเจ้าเหนือการทรมานและความตาย ด้วยการรู้ว่าชีวิตนิรันดรกับพระคริสตเจ้าจะเป็นของเรา  ข้าพเจ้ารอวันที่ผู้ตามจะคืนชีพและคอยชีวิตในภพหน้า” (บทข้าพเจ้าเชื่อฯ)
            ความทุกข์ทรมานของพระผู้ไถ่ เป็นความรอดพ้นของมนุษยชาติ  เหตุที่พระองค์ทรงปรารถนาสิ้นพระชนม์เพื่อเรา ก็เพราะทรงมีพระประสงค์ให้เราผู้เชื่อในพระองค์ มีชีวิตนิรันดร์ และเมื่อถึงกำหนดเวลา พระองค์ได้ทรงพอพระทัย  กลับเป็นทุกอย่างเหมือนกับเรามนุษย์ ยกเว้นบาป เพื่อให้เราสามารถรับนิรันดรภาพ เป็นมรดกตาม พระสัญญาและเจริญชีวิตกับพระองค์ตลอดไปนี่แหละเป็นพระหรรษทานที่เราได้รับจากธรรมล้ำลึกแห่งสวรรค์เป็นพระคุณที่เราได้รับในโอกาสสมโภชปัสกา วันสมโภชที่น่าปรารถนาที่สุดประจำปี  นี่คือการเริ่มต้นของคนที่กำลังเกิดใหม่ด้วยน้ำแห่งศีลล้างบาป เป็นน้ำที่ให้ชีวิต   เป็นน้ำจากบ่อน้ำของพระศาสนจักร เกิดใหม่อย่างทารกไร้เดียงสา เสียงร้องของทารก  นั้นก็บ่งชัดถึงมโนธรรมที่สะอาด บิดาผู้บริสุทธิ์ มารดาผู้สงบเสงี่ยม   ปกครองครอบครัวใหม่ซึ่งมีจำนวนนับไม่ถ้วน เกิดมีชีวิตใหม่ด้วยความเชื่อ เมื่อเด็กเหล่านี้ ออกจากบ่อเกิดพระหรรษทาน แสงเทียนลุกสว่างไสว ใกล้ต้นไม้แห่งความเชื่อ การสมโภชปัสกานำพระหรรษทานและความศักดิ์สิทธิ์จากสวรรค์มาสู่มนุษย์   โดยการฉลองธรรมล้ำลึกปัสกานี้เนืองๆ เขาก็จะได้รับทิพยาหารจากศีลศักดิ์สิทธิ์  และได้รับการเลี้ยงดูจาก    ทรวงอกของพระศาสนจักร เป็นสมาชิกของหมู่ คณะและจะนมัสการพระเจ้าหนึ่งเดียว ในพระตรีเอกภาพ  ขับร้องเพลงสดุดีที่ เหมาะกับเทศกาลนี้ พร้อมกับประกาศว่า  นี่เป็นวันที่พระเจ้าทรงสถาปนาขึ้นให้ เราชื่นชมยินดีกันเถิดวันนี้เป็นอะไรเป็นวันที่พระเยซูคริสตเจ้าเอง เป็นพระวจนาถผู้เนรมิตความสว่าง พระองค์ได้ตรัสถึงพระองค์เองว่า เราเป็นแสงสว่างของกลางวัน   ผู้ใดเดินในแสงสว่างของกลางวันนี้จะไม่สะดุด”   พระวาจานี้หมายความว่า  ผู้ใดติดตามพระคริสตเจ้าในทุกสิ่ง   จะเดินตามทางของพระองค์จนบรรลุถึงพระ บัลลังก์แห่งความสว่างนิรันดร์มนุษย์ต้องการรู้ว่า ชีวิตการเป็นอยู่หลังความตามเป็นอย่างไร”  “ผู้ตายกลับคืนชีพได้อย่างไรและ พวกเขาจะมีร่างกายแบบไหนใน(1คร.15: 35)     นักบุญเปาโล กล่าวว่า คำถามเหล่านี้ไร้สาระและเสริมว่า เมล็ดที่ท่านหว่านจะไม่งอก ขึ้นจนกว่ามันจะเน่าเปื่อย เมื่อท่านหว่าน ท่านไม่ได้หว่านต้นไม้ที่เจริญเติบโตเต็มที่ แต่เป็นเพียงเมล็ดข้าวสาลีหรือเมล็ด พืชอื่น พระเจ้าประทานร่างแก่เมล็ดพืชอย่างที่ทรงพอพระทัยและประทานผลแก่แต่ละเมล็ด”(1 คร 15: 36-38)
          ข้าแต่พระเจ้า วันนี้พระองค์โปรดให้พระบุตรชนะความตาย เปิดประตูสวรรค์ให้ข้าพเจ้าทั้งหลายเสียใหม่ ขอโปรดให้ข้าพเจ้าทั้งหลายที่สมโภชพระคริสตเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพ ได้รับการฟื้นฟูเปลี่ยนแปลงโดยพระจิตเจ้าและกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์ด้วยเถิด


คพ.พงษ์เกษม

วันศุกร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2560

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน 2017

พี่น้องที่รัก
                สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์มาถึงอีกครั้งหนึ่งแล้ว พิธีกรรมในระหว่างสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์นี้เชิญชวนคริสตศาสนิกชนทุกคนให้หันมาจับจ้องอยู่ที่พระมหาทรมาน การสิ้นพระชนม์ และ การกลับคืนพระชนม์ชีพของพระเยซูเจ้า ซึ่งเป็นพระธรรมล้ำลึกประการสำคัญที่สุดประการหนึ่งในความเชื่อของเราคริสตชน
                วันอาทิตย์ใบลาน เป็นวันที่เราระลึกถึงการเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างเปิดเผยของพระเยซูเจ้า พระเยซูประทับบนหลังลาเดินทางผ่านเข้าสู่เมืองหลวงท่ามกลางความยินดีของประชาชนที่โบกกิ่งไม้ต้อนรับพระองค์เยี่ยงวีรบุรุษของชาติที่กลับจากการศึกสงคราม พลางกล่าวร้องต้อนรับพระองค์ด้วยคำว่า โฮซานนา พวกเขาหวังว่าพระองค์จะมานำการปลดแอกจากการกดขี่ของชาวโรมันที่ปกครองพวกเขาอยู่ในเวลานั้น แต่พระเยซูแสดงให้พวกเขาเห็นอย่างชัดเจนว่า พระองค์มาอย่างสันติ สัญลักษณ์ที่เด่นชัดก็คือพระองค์มาบนหลังลา ไม่ใช่ม้าหรือสัตว์อื่นที่ใช้ในการศึกสงคราม พระองค์ต้องการมานำพาปวงชนไปสู่ความเป็นอิสระจากการกดขี่ ครอบงำของบาปซึ่งเป็นผลมาจากความมุ่งร้ายของปีศาจที่มีต่อเรามนุษย์
                วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ เป็นวันที่เราระลึกถึงการทานอาหารค่ำครั้งสุดท้ายของพระเยซูกับบรรดาศิษย์ พิธีกรรมในวันนี้เชิญชวนเราให้ระลึกถึงการตั้งศีลมหาสนิทให้เป็นอาหารหล่อเลี้ยงวิญญาณของเรา ในพิธีวันนี้ยังมีการล้างเท้าตัวแทนของพี่น้องคริสตชนจำนวน 12 คน ที่ได้รับการเชิญให้มาสวมบทบาทของอัครสาวกทั้ง 12 ของพระเยซู เพื่อให้พระสงฆ์ทำพิธีล้างเท้าให้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการรับใช้ที่พระเยซูได้ปฏิบัติต่อศิษย์ของพระองค์ หลังจากพิธีบูชาขอบพระคุณสิ้นสุด ก็จะมีการตั้งศีลมหาสนิทเพื่อให้คริสตชนอยู่ร่วมภาวนาต่อหน้าศีลมหาสนิท ตามคำเชิญของพระเยซูที่ร้องขอให้ศิษย์ผู้ใกล้ชิดกับพระองค์ได้อยู่เป็นเพื่อนพระองค์ในยามที่พระองค์เข้าไปภาวนาในสวนเกทเสมนี
                วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นวันที่เราระลึกถึงเหตุการณ์ที่พระเยซูถูกจับ ถูกพิพากษารับทนทรมาน แบกกางเขน และ ตรึงตายบนไม้กางเขน และถูกนำไปฝังไว้ในพระคูหา พระองค์สิ้นพระชนม์เป็นเครื่องบูชาถวายแด่พระเจ้าเพื่อชดเชยชำระบาปของมวลมนุษย์ทั้งมวล พิธีกรรมในวันนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่การนมัสการไม้กางเขน พี่น้องคริสตชนจะมีโอกาสเข้ามากราบนมัสการกางเขนที่ได้ตรึงพระเยซู กางเขนที่เป็นเครื่องมือในการประหัตประหาร ได้กลับมาเป็นสัญลักษณ์ของการช่วยให้รอดพ้นจากบาปโทษทั้งมวล
                วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นวันที่เราระลึกถึงการเสด็จกลับคืนพระชนม์ชีพของพระเยซูเจ้าจากความตาย พระบิดาเจ้าได้บันดาลให้พระเยซูกลับฟื้นคืนชีพจากความตาย เราจึงเฉลิมฉลองความจริงประการนี้อย่างยิ่งใหญ่ เพราะพระเยซูทรงชนะความตาย ชนะบาป นำความหวังยิ่งใหญ่มาสู่เรามนุษย์ทุกคน พิธีกรรมในวันนี้ประกอบด้วย พิธีแสงสว่าง และ การจุดเทียนปัสกา พิธีเสกน้ำ และ พิธีโปรดศีลล้างบาปผู้สมัครเป็นคริสตชนที่ผ่านขั้นตอนการเรียนคำสอนมาอย่างดีแล้ว พิธีบูชาขอบพระคุณในวันนี้จึงเป็นพิธีที่เน้นความสง่างาม ด้วยการขับร้องเพลง การย่ำระฆัง การประดับประดาตกแต่ง เพื่อเฉลิมฉลองธรรมล้ำลึกแห่งการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้าอย่างยิ่งใหญ่
                วันอาทิตย์ปัสกาคือวันสมโภชการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้า เป็นวันเริ่มต้นเทศกาลปัสกาซึ่งมีระยะเวลายาวนาน 50 วันซึ่งจะสิ้นสุดลงในวันสมโภชพระจิตเจ้า เพื่อเฉลิมฉลองการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้า เทศกาลนี้จึงเป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดและเป็นหัวใจของความเชื่อของเราคริสตชน
                พ่อเชิญชวนพี่น้องทุกท่านให้ร่วมใจไปกับพิธีกรรมในช่วงสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์นี้อย่างตั้งใจ เปิดใจของเรารับฟังพระวาจาของพระเจ้าที่เชิญชวนเราให้ก้าวไปบนเส้นทางแห่งการไถ่บาปของพระเยซู อยู่เคียงข้างพระองค์ในทุกๆเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพระองค์ เพื่อเราจะเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความรักยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าพระบิดาประทานให้กับเรามนุษย์ทุกคน เพื่อเราจะเข้าถึงธรรมล้ำลึกแห่งการไถ่กู้ที่ดำเนินต่อเนื่องมาและจะดำเนินต่อไปเพราะความรักของพระเจ้าไม่มีวันสิ้นสุด
พ่อสุพจน์
........................................................................................................

สวัสดีครับพี่น้อง
            วันอาทิตย์ใบลาน(คาทอลิก) หรือ วันอาทิตย์ทางตาล(โปรเตสแตนต์)หรือ วันอาทิตย์ใบปาล์ม (อังกฤษ: Palm Sunday) เป็นวันสมโภชสำคัญวันหนึ่งในศาสนาคริสต์ตรงกับวันอาทิตย์ก่อนปัสกา เป็นวันฉลองเหตุการณ์ที่ระบุบันทึกในพระวรสารทั้งสี่ฉบับ (มาระโก 11:1 -11 , มัทธิว21:1 -11,
ลูกา 19:28 , ยอห์น12:12 -19 ) ในโอกาสที่พระเยซูเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเลมก่อนรับพระมหาทรมาน โบสถ์คาทอลิกจะแจกใบลานที่ผูกกับกางเขนในโอกาสนี้แต่ในบางท้องถิ่นที่ไม่มีใบปาล์มก็จะแจกใบไม้อย่างอื่นที่มีในท้องถิ่น ถ้าเช่นนั้นก็จะเรียกตามใบไม้ที่แจกเช่น วันอาทิตย์ช่อไม้" สำหรับที่ที่แจกช่อไม้เป็นต้น หรือเรียกอย่างกว้างๆ ว่า วันอาทิตย์กิ่งไม้” (Branch Sunday)
     เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างสง่านั้น พระองค์ทรงแวะไปที่หมู่บ้านเบธานีและเบทฟายีบนภูเขามะกอกเทศ และพระวรสารของนักบุญยอห์น ยังได้กล่าวเสริมอีกว่าพระองค์ได้ทรงร่วมรับประทานอาหารกับลาซารัส พร้อมกับมารธาและมารีย์น้องสาวด้วย ในขณะที่พระวรสารสหทรรศน์(3 ฉบับแรก)ได้เล่าว่าพระเยซูเจ้าได้ทรงส่งสาวกของพระองค์สองท่าน โดยมิได้เอ่ยชื่อว่าเป็นใคร ให้ไปจัดหาลูกลาซึ่งยังไม่มีผู้ใดขึ้นไปขี่ มาให้พระองค์ตัวหนึ่ง และถ้าหากมีใครถามว่าจะเอาลูกลาไปทำไม ก็ให้บอกว่าเจ้านาย(พระเยซูเจ้า)ต้องการใช้ แต่จะส่งกลับคืนให้ทันทีหลังจากที่ใช้มันเสร็จแล้ว พอได้ลูกลามา พวกสาวกก็เอาเสื้อคลุมของตนมาปูบนหลังลูกลา แล้วนั้นพระเยซูเจ้าก็เสด็จทรงลูกลาตัวนั้นเข้ากรุงเยรูซาเล็ม พระวรสารได้เล่าต่อไปว่าพระองค์ได้ทรงลูกลาเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างไร ประชาชนจำนวนมากได้ปูเสื้อคลุมของตนบนทางเดิน บางคนก็ตัดกิ่งไม้มาวางบนทางเดิน ประชาชนทั้งที่เดินไปข้างหน้าและที่ตามมาข้างหลัง ต่างโห่ร้องว่า โฮซานนา แด่โอรสของกษัตริย์ดาวิด ขอถวายพระพรแด่ผู้มาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า โฮซานนา ณ สวรรค์สูงสุด” (สดด.118: 25-26) ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าพระเยซูเจ้าได้เสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มทางประตูไหน นักพระคัมภีร์หลายๆท่านบอกว่าน่าจะเป็นทาง ประตูทอง” (Golden Gate) เพราะชาวยิวส่วนหนึ่งเชื่อว่าพระแมสสิยาห์จะต้องเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มผ่านทางประตูนี้
          เป็นธรรมเนียมที่มักจะปฏิบัติกันในประเทศตะวันออกกลางโบราณ ที่จะปูคลุมทางเดินสำหรับผู้ที่ประชาชนคิดว่าเหมาะสมที่จะได้รับเกียรติสูงสุดนั้น ให้เดินผ่านบนทางเดินที่ว่านี้ เช่นในหนังสือพงศ์กษัตริย์ฉบับที่ ๒ (9: 13) ได้เล่าว่าเจ้าชายเยฮู โอรสของกษัตริย์เยโฮซาฟัท ก็ได้รับการปฏิบัติเช่นนี้เหมือนกัน พระวรสารสหทรรศน์และพระวรสารของนักบุญยอห์น ก็ได้เล่าว่าประชาชนชาวยิวได้ให้เกียรติพระเยซูเจ้าแบบนี้เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม พระวรสารสหทรรศน์ได้เล่าเรื่องเฉพาะที่พวกชาวยิวเอาเสื้อผ้าและเสื่อมาปูบนถนนให้พระเยซูเจ้าทรงเดิน ในขณะที่นักบุญยอห์นได้พูดถึงเป็นการเจาะจงว่าพวกเขาได้ใช้ใบปาล์มโบกไปมาโห่ร้องถวายเกียรติแด่พระองค์
ในธรรมประเพณีของชนชาวยิว กิ่งใบปาล์มเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ และเพราะเหตุนี้ ภาพที่ฝูงชนกำลังต้อนรับพระเยซูเจ้าพลางโบกกิ่งปาล์มไปมาและเอาเสื้อผ้าของตนมาปูเป็นทางเดินให้กับพระองค์สำหรับเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มนั้น ก็เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของพระองค์ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นพระแมสสิยาห์อย่างแท้จริง
          “เราจงปูที่แทบพระบาทขององค์พระเยซูเจ้า ไม่ใช่ด้วยเสื้อผ้าหรือกิ่งไม้ที่มีชีวิตน่าดูอยู่เพียงไม่กี่ชั่วโมง แล้วก็ต้องเหี่ยวแห้งไป แต่ให้เราเอาตัวของเราเองที่สวมใส่พระหรรษทานหรือที่ดีกว่านั้นคือให้สวมใส่พระคริสต์ทั้งหมด เราที่ได้รับศีลล้างบาปในพระคริสตเจ้าแล้ว ต้องใช้ตัวเองเป็นเสื้อผ้าปูที่แทบพระบาทของพระองค์ บัดนี้ความสกปรกของบาปได้รับการชำระล้างแล้ว ด้วยน้ำที่นำความรอดพ้นแห่งศีลล้างบาป และเราได้กลับขาวสะอาดเหมือนขนแกะ ฉะนั้นเราจะนำอะไรมาถวายแด่พระองค์ผู้ทรงพิชิตความตายแค่ใบลานเท่านั้นหรือ? จงถวายสิ่งที่เหมาะสมอย่างแท้จริงกับชัยชนะของพระองค์ คือนำจิตวิญญาณของเราไปต้อนรับแทนกิ่งไม้ ให้เราร่วมร้องเพลงกับเด็กที่ออกมาต้อนรับพระองค์ พลางร้องว่า ขอถวายพระพรแด่ผู้มาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า สาธุการแด่กษัตริย์ของอิสราเอล


คพ.พงษ์เกษม