วันศุกร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2560

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน 2017

พี่น้องที่รัก
                สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์มาถึงอีกครั้งหนึ่งแล้ว พิธีกรรมในระหว่างสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์นี้เชิญชวนคริสตศาสนิกชนทุกคนให้หันมาจับจ้องอยู่ที่พระมหาทรมาน การสิ้นพระชนม์ และ การกลับคืนพระชนม์ชีพของพระเยซูเจ้า ซึ่งเป็นพระธรรมล้ำลึกประการสำคัญที่สุดประการหนึ่งในความเชื่อของเราคริสตชน
                วันอาทิตย์ใบลาน เป็นวันที่เราระลึกถึงการเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างเปิดเผยของพระเยซูเจ้า พระเยซูประทับบนหลังลาเดินทางผ่านเข้าสู่เมืองหลวงท่ามกลางความยินดีของประชาชนที่โบกกิ่งไม้ต้อนรับพระองค์เยี่ยงวีรบุรุษของชาติที่กลับจากการศึกสงคราม พลางกล่าวร้องต้อนรับพระองค์ด้วยคำว่า โฮซานนา พวกเขาหวังว่าพระองค์จะมานำการปลดแอกจากการกดขี่ของชาวโรมันที่ปกครองพวกเขาอยู่ในเวลานั้น แต่พระเยซูแสดงให้พวกเขาเห็นอย่างชัดเจนว่า พระองค์มาอย่างสันติ สัญลักษณ์ที่เด่นชัดก็คือพระองค์มาบนหลังลา ไม่ใช่ม้าหรือสัตว์อื่นที่ใช้ในการศึกสงคราม พระองค์ต้องการมานำพาปวงชนไปสู่ความเป็นอิสระจากการกดขี่ ครอบงำของบาปซึ่งเป็นผลมาจากความมุ่งร้ายของปีศาจที่มีต่อเรามนุษย์
                วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ เป็นวันที่เราระลึกถึงการทานอาหารค่ำครั้งสุดท้ายของพระเยซูกับบรรดาศิษย์ พิธีกรรมในวันนี้เชิญชวนเราให้ระลึกถึงการตั้งศีลมหาสนิทให้เป็นอาหารหล่อเลี้ยงวิญญาณของเรา ในพิธีวันนี้ยังมีการล้างเท้าตัวแทนของพี่น้องคริสตชนจำนวน 12 คน ที่ได้รับการเชิญให้มาสวมบทบาทของอัครสาวกทั้ง 12 ของพระเยซู เพื่อให้พระสงฆ์ทำพิธีล้างเท้าให้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการรับใช้ที่พระเยซูได้ปฏิบัติต่อศิษย์ของพระองค์ หลังจากพิธีบูชาขอบพระคุณสิ้นสุด ก็จะมีการตั้งศีลมหาสนิทเพื่อให้คริสตชนอยู่ร่วมภาวนาต่อหน้าศีลมหาสนิท ตามคำเชิญของพระเยซูที่ร้องขอให้ศิษย์ผู้ใกล้ชิดกับพระองค์ได้อยู่เป็นเพื่อนพระองค์ในยามที่พระองค์เข้าไปภาวนาในสวนเกทเสมนี
                วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นวันที่เราระลึกถึงเหตุการณ์ที่พระเยซูถูกจับ ถูกพิพากษารับทนทรมาน แบกกางเขน และ ตรึงตายบนไม้กางเขน และถูกนำไปฝังไว้ในพระคูหา พระองค์สิ้นพระชนม์เป็นเครื่องบูชาถวายแด่พระเจ้าเพื่อชดเชยชำระบาปของมวลมนุษย์ทั้งมวล พิธีกรรมในวันนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่การนมัสการไม้กางเขน พี่น้องคริสตชนจะมีโอกาสเข้ามากราบนมัสการกางเขนที่ได้ตรึงพระเยซู กางเขนที่เป็นเครื่องมือในการประหัตประหาร ได้กลับมาเป็นสัญลักษณ์ของการช่วยให้รอดพ้นจากบาปโทษทั้งมวล
                วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นวันที่เราระลึกถึงการเสด็จกลับคืนพระชนม์ชีพของพระเยซูเจ้าจากความตาย พระบิดาเจ้าได้บันดาลให้พระเยซูกลับฟื้นคืนชีพจากความตาย เราจึงเฉลิมฉลองความจริงประการนี้อย่างยิ่งใหญ่ เพราะพระเยซูทรงชนะความตาย ชนะบาป นำความหวังยิ่งใหญ่มาสู่เรามนุษย์ทุกคน พิธีกรรมในวันนี้ประกอบด้วย พิธีแสงสว่าง และ การจุดเทียนปัสกา พิธีเสกน้ำ และ พิธีโปรดศีลล้างบาปผู้สมัครเป็นคริสตชนที่ผ่านขั้นตอนการเรียนคำสอนมาอย่างดีแล้ว พิธีบูชาขอบพระคุณในวันนี้จึงเป็นพิธีที่เน้นความสง่างาม ด้วยการขับร้องเพลง การย่ำระฆัง การประดับประดาตกแต่ง เพื่อเฉลิมฉลองธรรมล้ำลึกแห่งการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้าอย่างยิ่งใหญ่
                วันอาทิตย์ปัสกาคือวันสมโภชการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้า เป็นวันเริ่มต้นเทศกาลปัสกาซึ่งมีระยะเวลายาวนาน 50 วันซึ่งจะสิ้นสุดลงในวันสมโภชพระจิตเจ้า เพื่อเฉลิมฉลองการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้า เทศกาลนี้จึงเป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดและเป็นหัวใจของความเชื่อของเราคริสตชน
                พ่อเชิญชวนพี่น้องทุกท่านให้ร่วมใจไปกับพิธีกรรมในช่วงสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์นี้อย่างตั้งใจ เปิดใจของเรารับฟังพระวาจาของพระเจ้าที่เชิญชวนเราให้ก้าวไปบนเส้นทางแห่งการไถ่บาปของพระเยซู อยู่เคียงข้างพระองค์ในทุกๆเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพระองค์ เพื่อเราจะเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความรักยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าพระบิดาประทานให้กับเรามนุษย์ทุกคน เพื่อเราจะเข้าถึงธรรมล้ำลึกแห่งการไถ่กู้ที่ดำเนินต่อเนื่องมาและจะดำเนินต่อไปเพราะความรักของพระเจ้าไม่มีวันสิ้นสุด
พ่อสุพจน์
........................................................................................................

สวัสดีครับพี่น้อง
            วันอาทิตย์ใบลาน(คาทอลิก) หรือ วันอาทิตย์ทางตาล(โปรเตสแตนต์)หรือ วันอาทิตย์ใบปาล์ม (อังกฤษ: Palm Sunday) เป็นวันสมโภชสำคัญวันหนึ่งในศาสนาคริสต์ตรงกับวันอาทิตย์ก่อนปัสกา เป็นวันฉลองเหตุการณ์ที่ระบุบันทึกในพระวรสารทั้งสี่ฉบับ (มาระโก 11:1 -11 , มัทธิว21:1 -11,
ลูกา 19:28 , ยอห์น12:12 -19 ) ในโอกาสที่พระเยซูเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเลมก่อนรับพระมหาทรมาน โบสถ์คาทอลิกจะแจกใบลานที่ผูกกับกางเขนในโอกาสนี้แต่ในบางท้องถิ่นที่ไม่มีใบปาล์มก็จะแจกใบไม้อย่างอื่นที่มีในท้องถิ่น ถ้าเช่นนั้นก็จะเรียกตามใบไม้ที่แจกเช่น วันอาทิตย์ช่อไม้" สำหรับที่ที่แจกช่อไม้เป็นต้น หรือเรียกอย่างกว้างๆ ว่า วันอาทิตย์กิ่งไม้” (Branch Sunday)
     เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างสง่านั้น พระองค์ทรงแวะไปที่หมู่บ้านเบธานีและเบทฟายีบนภูเขามะกอกเทศ และพระวรสารของนักบุญยอห์น ยังได้กล่าวเสริมอีกว่าพระองค์ได้ทรงร่วมรับประทานอาหารกับลาซารัส พร้อมกับมารธาและมารีย์น้องสาวด้วย ในขณะที่พระวรสารสหทรรศน์(3 ฉบับแรก)ได้เล่าว่าพระเยซูเจ้าได้ทรงส่งสาวกของพระองค์สองท่าน โดยมิได้เอ่ยชื่อว่าเป็นใคร ให้ไปจัดหาลูกลาซึ่งยังไม่มีผู้ใดขึ้นไปขี่ มาให้พระองค์ตัวหนึ่ง และถ้าหากมีใครถามว่าจะเอาลูกลาไปทำไม ก็ให้บอกว่าเจ้านาย(พระเยซูเจ้า)ต้องการใช้ แต่จะส่งกลับคืนให้ทันทีหลังจากที่ใช้มันเสร็จแล้ว พอได้ลูกลามา พวกสาวกก็เอาเสื้อคลุมของตนมาปูบนหลังลูกลา แล้วนั้นพระเยซูเจ้าก็เสด็จทรงลูกลาตัวนั้นเข้ากรุงเยรูซาเล็ม พระวรสารได้เล่าต่อไปว่าพระองค์ได้ทรงลูกลาเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างไร ประชาชนจำนวนมากได้ปูเสื้อคลุมของตนบนทางเดิน บางคนก็ตัดกิ่งไม้มาวางบนทางเดิน ประชาชนทั้งที่เดินไปข้างหน้าและที่ตามมาข้างหลัง ต่างโห่ร้องว่า โฮซานนา แด่โอรสของกษัตริย์ดาวิด ขอถวายพระพรแด่ผู้มาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า โฮซานนา ณ สวรรค์สูงสุด” (สดด.118: 25-26) ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าพระเยซูเจ้าได้เสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มทางประตูไหน นักพระคัมภีร์หลายๆท่านบอกว่าน่าจะเป็นทาง ประตูทอง” (Golden Gate) เพราะชาวยิวส่วนหนึ่งเชื่อว่าพระแมสสิยาห์จะต้องเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มผ่านทางประตูนี้
          เป็นธรรมเนียมที่มักจะปฏิบัติกันในประเทศตะวันออกกลางโบราณ ที่จะปูคลุมทางเดินสำหรับผู้ที่ประชาชนคิดว่าเหมาะสมที่จะได้รับเกียรติสูงสุดนั้น ให้เดินผ่านบนทางเดินที่ว่านี้ เช่นในหนังสือพงศ์กษัตริย์ฉบับที่ ๒ (9: 13) ได้เล่าว่าเจ้าชายเยฮู โอรสของกษัตริย์เยโฮซาฟัท ก็ได้รับการปฏิบัติเช่นนี้เหมือนกัน พระวรสารสหทรรศน์และพระวรสารของนักบุญยอห์น ก็ได้เล่าว่าประชาชนชาวยิวได้ให้เกียรติพระเยซูเจ้าแบบนี้เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม พระวรสารสหทรรศน์ได้เล่าเรื่องเฉพาะที่พวกชาวยิวเอาเสื้อผ้าและเสื่อมาปูบนถนนให้พระเยซูเจ้าทรงเดิน ในขณะที่นักบุญยอห์นได้พูดถึงเป็นการเจาะจงว่าพวกเขาได้ใช้ใบปาล์มโบกไปมาโห่ร้องถวายเกียรติแด่พระองค์
ในธรรมประเพณีของชนชาวยิว กิ่งใบปาล์มเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ และเพราะเหตุนี้ ภาพที่ฝูงชนกำลังต้อนรับพระเยซูเจ้าพลางโบกกิ่งปาล์มไปมาและเอาเสื้อผ้าของตนมาปูเป็นทางเดินให้กับพระองค์สำหรับเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มนั้น ก็เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของพระองค์ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นพระแมสสิยาห์อย่างแท้จริง
          “เราจงปูที่แทบพระบาทขององค์พระเยซูเจ้า ไม่ใช่ด้วยเสื้อผ้าหรือกิ่งไม้ที่มีชีวิตน่าดูอยู่เพียงไม่กี่ชั่วโมง แล้วก็ต้องเหี่ยวแห้งไป แต่ให้เราเอาตัวของเราเองที่สวมใส่พระหรรษทานหรือที่ดีกว่านั้นคือให้สวมใส่พระคริสต์ทั้งหมด เราที่ได้รับศีลล้างบาปในพระคริสตเจ้าแล้ว ต้องใช้ตัวเองเป็นเสื้อผ้าปูที่แทบพระบาทของพระองค์ บัดนี้ความสกปรกของบาปได้รับการชำระล้างแล้ว ด้วยน้ำที่นำความรอดพ้นแห่งศีลล้างบาป และเราได้กลับขาวสะอาดเหมือนขนแกะ ฉะนั้นเราจะนำอะไรมาถวายแด่พระองค์ผู้ทรงพิชิตความตายแค่ใบลานเท่านั้นหรือ? จงถวายสิ่งที่เหมาะสมอย่างแท้จริงกับชัยชนะของพระองค์ คือนำจิตวิญญาณของเราไปต้อนรับแทนกิ่งไม้ ให้เราร่วมร้องเพลงกับเด็กที่ออกมาต้อนรับพระองค์ พลางร้องว่า ขอถวายพระพรแด่ผู้มาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า สาธุการแด่กษัตริย์ของอิสราเอล


คพ.พงษ์เกษม

วันเสาร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2560

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน 2017

พี่น้องที่รัก
            ตามธรรมประเพณีของพระศาสนจักร วันฉลองสมโภชท่านนักบุญยอแซฟ คือวันที่ 19 ของเดือนมีนาคม ซึ่งปีนี้วันสมโภชของท่านก็พึ่งผ่านพ้นไปเมื่อสองสามอาทิตย์ที่ผ่านมา หลายครั้งเราภาวนาวอนขอพระเจ้าผ่านทางนักบุญต่าง ๆ สิ่งที่จะนำมาเสนอพี่น้องในวันนี้ก็คือ ขอพี่น้องอย่าลืมที่จะภาวนาวอนขอผ่านทางท่านนักบุญยอแซฟด้วย เพราะนักบุญยอแซฟเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์แห่งความรอด ท่านเป็นภัสดาของพระนางมารีย์ เป็นผู้เลี้ยงดูพระเยซูเจ้าด้วยตัวเอง ท่านยังมีบทบาทเป็นผู้คอยปกป้องครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ให้พ้นจากภัยอันตราย ดังนั้นถือได้ว่านักบุญยอแซฟเป็นนักบุญที่มีความสำคัญไม่น้อย พ่อจึงเชิญชวนให้พี่น้องสวดบทภาวนาต่อไปนี้
            บทวิงวอนนักบุญยอแซฟ
            โปรดระลึกเถิด ข้าแต่นักบุญยอแซฟ ภัสดาผู้บริสุทธิ์ยิ่งของพระนางมารีย์และผู้ปกป้องที่รักของลูก แต่ไหนแต่ไรมา ไม่เคยได้ยินเลยว่าผู้ที่มาขอพึ่งท่านวอนขอความช่วยเหลือจากท่าน ถูกท่านทอดทิ้ง โดยไม่ได้รับการปลอบใจ ด้วยความไว้วางใจดังนี้ ลูกจึงมาขอพึ่งท่านด้วยใจร้อนรน ลูกขอมอบตัวเองไว้กับท่าน
            โอ้ บิดาเลี้ยงของพระผู้ไถ่ โปรดอย่าปฏิเสธคำภาวนาของลูก แต่โปรดรับและตอบสนองคำภาวนาของลูกด้วยใจกรุณาปรานีด้วยเทอญ อาแมน
            นอกจากนี้ยังมีบทภาวนาอ้อนวอนนักบุญยอแซฟอีกบทหนึ่งดังต่อไปนี้
            ข้าแต่นักบุญยอแซฟผู้มีบุญ เราหนีร้อนมาพึ่งเย็น หลังแต่ได้ขอความคุ้มครองจากวิสุทธิภริยาของท่านแล้ว เราวางใจกันมาพึ่งท่านด้วย เดชะความรักสนิทสนมของท่าน ต่อพรหมจารีผู้นิรมลมารดาของพระเจ้า เดชะความรักเสน่หาฐานบิดาของท่านต่อพระเยซูกุมาร โปรดทอดสายตาเหลียวดูกองมรดก ที่พระเยซูเจ้าทรงหามาได้ด้วยพระโลหิตของพระองค์ ขอท่านโปรดใช้ฤทธิ์ค้ำจุน และปกป้องเราทุกคราวที่ต้องการด้วยเถิด
            โอ้องค์อภิบาลพระวิสุทธิวงศ์ผู้ปรีชารอบคอบ โปรดป้องกันเราผู้มีเกียรติเป็นน้องของพระเยซูคริสตเจ้า โอ้บิดาผู้รักลูก โปรดให้เราแคล้วคลาดจากเชื้อโรคความลุ่มหลง และความประพฤติเหลวไหล โอ้ผู้แกล้วกล้าในการกอบกู้ โปรดแผลงฤทธิ์จากสวรรค์ คอยโอบอุ้มเราในการต่อสู้กับอำนาจความมืดมนบนแผ่นดินนี้ ครั้งก่อนท่านได้ฉุดพระเยซูกุมารออกจากอันตรายอันอาจถึงแก่ชีวิต ก็ในบัดนี้ขอท่านช่วยพระศาสนจักรให้พ้นจากกลอุบายปัจจามิตร และปัดเป่าอันตรายทั้งปวงด้วยเถิด โปรดปกปักรักษาเราแต่ละคนเสมอไป อาศัยอุปการะคุณของท่าน เราจะได้ประพฤติตามแบบอย่างท่าน และจะได้เจริญชีวิตอย่างศักดิ์สิทธิ์ สิ้นชีพในความศรัทธาภักดี สมจะรับความบรมสุขนิรันดรในสวรรค์ด้วยเถิด อาแมน
            ข้าแต่นักบุญยอแซฟ โปรดช่วยวิงวอนเทอญ
            ยังมีบทภาวนาวอนขอนักบุญยอแซฟอีกหลายบททีเดียว คงไม่สามารถนำมากล่าวอ้างในที่แห่งนี้ได้หมด สิ่งที่พ่ออยากรื้อฟื้นเป็นพิเศษก็คือ ความศรัทธาต่อท่านนักบุญยอแซฟ เป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะเลือนหายไปในพระศาสนจักร ดังนั้นถ้าเราคริสตชนหันกลับมาพิจารณาเห็นความสำคัญของท่านนักบุญยอแซฟ ก็จะพบว่าการภาวนาวอนขอต่อท่านนักบุญยอแซฟเป็นเรื่องที่เราควรหันมาพึ่งท่านเสมอ ๆ ด้วยเช่นกัน
พ่อสุพจน์
........................................................................................................

สวัสดีครับพี่น้อง
            อะไรคือบาปที่นำไปสู่ความตายกิจการ 5:1–10 “แต่มีชายคนหนึ่ง ชื่ออานาเนียกับภรรยาชื่อสัปฟีรา ได้ขายที่ดินของตน และเงินค่าที่ดินส่วนหนึ่งเขายักเก็บไว้ ภรรยาของเขาก็รู้ด้วย และอีกส่วนหนึ่งเขานำมาวางไว้ที่เท้าของอัครทูต ฝ่ายเปโตรจึงถามว่า อานาเนีย เหตุไฉนซาตานจึงทำให้ใจของเจ้า เต็มไปด้วยการมุสาต่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ และทำให้เจ้าเก็บค่าที่ดินส่วนหนึ่งไว้ เมื่อที่ดินยังอยู่ก็เป็นของเจ้ามิใช่หรือ เมื่อขายแล้วเงินก็ยังอยู่ในอำนาจของเจ้ามิใช่หรือ มีเหตุอะไรเกิดขึ้นให้เจ้าคิดในใจเช่นนั้นเล่า เจ้ามิได้มุสาต่อมนุษย์แต่ได้มุสาต่อพระเจ้าเมื่ออานาเนียได้ยินคำเหล่านั้นก็ล้มลงตาย และเมื่อคนทั้งปวงทราบเรื่องก็พากันสะดุ้งตกใจกลัวอย่างยิ่ง พวกคนหนุ่มก็ลุกขึ้นห่อศพเขาไว้แล้วหามเอาไปฝัง หลังจากนั้นประมาณสามชั่วโมง ภรรยาของเขายังไม่ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงเข้าไป ฝ่ายเปโตรถามนางว่า เจ้าขายที่ดินได้ราคาเท่านั้นหรือจงบอกเราเถิดหญิงนั้นจึงตอบว่า ได้เท่านั้นเจ้าค่ะเปโตรจึงถามนางว่า ไฉนเจ้าทั้งสองได้พร้อมใจกันทดลองพระวิญญาณขององค์พระผู้เป็นเจ้าเล่า จงดูเถิด เท้าของพวกคนที่ฝังศพสามีของเจ้าก็อยู่ที่ประตู และเขาจะหามศพของเจ้าออกไปด้วยในทันใดนั้นนางก็ล้มลงตายแทบเท้าของเปโตร และพวกคนหนุ่มได้เข้ามาเห็นว่าหญิงนั้นตายแล้ว จึงได้หามศพออกไปฝังไว้ข้างสามีของนาง”1โครินธ์11:28-32 “ขอให้ทุกคนพิจารณาตนเอง แล้วจึงกินขนมปังและดื่มจากถ้วยนี้ เพราะว่าคนที่กินและดื่มโดยมิได้เล็งเห็นพระกายขององค์พระผู้เป็นเจ้า ก็กินและดื่มเป็นเหตุให้ตนเองถูกพิพากษาโทษ ด้วยเหตุนี้พวกท่านหลายคนจึงอ่อนกำลังและป่วยไข้ และบ้างก็ล่วงหลับไป แต่ถ้าเราพิจารณาตัวเราเอง เราคงไม่ต้องถูกทำโทษ เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทำโทษเรานั้น พระองค์ทรงตีสอนเรา เพื่อมิให้เราถูกทรงพิพากษาลงโทษด้วยกันกับโลก บาปที่นำไปสู่ความตายคือบาปที่เจตนากระทำต่อเนื่องและไม่ยอมกลับใจสารภาพ พระเจ้าทรงประสงค์ให้บุตรของพระองค์บริสุทธิ์จุดที่พระเจ้าไม่ทรงยอมให้ผู้เชื่อยังคงกระทำบาปอีกต่อไป เมื่อมาถึงจุดนั้น พระเจ้าอาจทรงเลือกที่จะเอาชีวิตของผู้เชื่อที่ดื้อดึงกระทำความบาปอีก ความตาย นี้เป็นความตายฝ่ายร่างกาย บ่อยครั้งพระเจ้าทรงชำระพระศาสนจักรของพระองค์ให้บริสุทธิ์โดยการพาเอาเหล่าคนที่จงใจไม่เชื่อฟังพระองค์ออกไปเสีย1โครินธ์5:5 “พวกท่านจงมอบคนนั้นไว้ให้ซาตานทำลายเนื้อหนังเสีย เพื่อให้จิตวิญญาณของเขารอด ในวันของพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นเวลาที่พระเจ้าทรงเลือกที่จะตัดสายสัมพันธ์ชีวิตของผู้เชื่อเนื่องจากความบาปที่ไม่สารภาพผิด การอธิษฐานเผื่อบุคคลที่ไม่ใส่ใจเรื่องนี้จะไม่ได้ผล พระเจ้าทรงดีและยุติธรรม และในที่สุดพระองค์จะทำให้เราเป็น พระศาสนจักรที่มีสง่าราศี ปราศจากตำหนิริ้วรอยหรือมลทินใด ๆ เลย แต่บริสุทธิ์และปราศจากตำหนิ พระเจ้าทรงเฆี่ยนตีบุตรของพระองค์เพื่อต่อไปถึงที่สุดนั้น พระเจ้าจะได้ทรงสงวนรักษาเราไว้ให้พ้นจากการเป็นคนใจแข็งกระด้าง ที่จะเป็นเหตุนำเราให้กระทำ บาปที่นำไปสู่ความตาย คือการมีชีวิตพระในตัวเราและตลอดไปในชีวิตแห่งการบังเกิดใหม่

คพ.พงษ์เกษม