วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน 2016

พี่น้องที่รัก
                หลายคนไม่คุ้นเคยกับคำว่า พ่อทูนหัว แม่ทูนหัว ว่าคืออะไร มีความหมายอย่างไร? ทำไมต้องมีพ่อแม่ทูนหัวด้วย วันนี้จึงอยากกล่าวถึงเรื่องนี้สักนิดนึง ตามคำสอนของพระศาสนจักรคาทอลิก ศีลศักดิ์สิทธิ์ สองศีล ที่ผู้รับศีลถูกกำหนดให้มี พ่อทูนหัว หรือ แม่ทูนหัว คือ ศีลล้างบาป และ ศีลกำลัง ในเอกสารของพระศาสนจักร Casti Connubiiกล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่า "บุตรคือพระพรที่พระเจ้าประทานให้ จงอบรมให้การศึกษากับเขา บิดามารดามีหน้าที่ในการอบรมสั่งสอนเขาทั้งทางด้านกาย ใจ และ วิญญาณ พ่อแม่ทูนหัวมีหน้าที่ในการช่วยเหลือในภารกิจดังกล่าวด้วย"
                ด้วยเหตุนี้ ทั้งพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด และ พ่อแม่ทูนหัว จึงมีหน้าที่ช่วยกันอบรมเด็กที่เกิดมาให้เขาดำเนินชีวิตใกล้ชิดกับพระเจ้า ซึ่งหน้าที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเมื่อผ่านพิธีการรับศีลล้างบาปแล้วก็จบลง แต่พ่อแม่ทูนหัวที่ดีสมควรที่จะทำตามข้อแนะนำต่อไปนี้
                1.ภาวนาให้กับลูกทูนหัวของเราเสมอ หมั่นภาวนาเพื่อเขา อธิษฐานขอพระเจ้าโปรดชี้นำช่วยเราเพื่อเราจะได้ให้คำแนะนำช่วยสนับสนุนลูกทูนหัวของเราอย่างเหมาะสม การสวดภาวนาจะช่วยให้พ่อแม่ทูนหัวสามารถเป็นแบบอย่างของชีวิตภาวนาได้ จงภาวนาให้กับเขาราวกับว่าเขาเป็นบุตรของเราเอง
                2.ทำความรู้จักคุ้นเคยกันเสมอ การไม่ติดต่อพูดคุย ทักทายกับลูกทูนหัวเลย ภายหลังพิธีรับศีลศักดิ์สิทธิ์ผ่านไปแล้ว ก็เท่ากับว่าเราเดินจากชีวิตของเขาไปแล้ว นั่นหมายความว่าบทบาทการเป็นพ่อแม่ทูนหัวก็จบลงไปด้วยเช่นกัน จงเป็นดั่งแม่ที่หมั่นพร่ำสอน จงเป็นดั่งพ่อที่ไม่เคยลืมส่งข้อความอวยพรในวันสำคัญของเขา เช่นนี้แหละชีวิตของพ่อแม่ทูนหัวจะมีอิทธิพลต่อลูกทูนหัวในทางที่ดี
                3.เป็นแบบอย่างที่ดี จงพยายามสุดความสามารถเพื่อแสดงให้ลูกทูนหัวเห็นว่า ไม่ว่าอะไรจะผ่านเข้ามาในชีวิตเรา ไม่ว่าจะต้องฟันฝ่าอุปสรรคความยากลำบากขนาดไหน ท่านไม่เคยละทิ้งแผนการณ์ของพระเจ้าที่ทรงมีต่อชีวิตของท่าน แสดงให้เขาเห็นว่าเขาก็ควรที่จะมีความมานะในชีวิตเช่นเดียวกัน หาโอกาสที่จะเชิญชวนเขาสวดภาวนา หรือ ไปวัดร่วมกันบ้าง
                4.ความเอาใจใส่เล็กน้อยเป็นสิ่งที่ไม่พึงละเลย หาโอกาสที่จะแสดงความเอาใจใส่กับลูกทูนหัวบ้าง เช่นหาบทภาวนาดีๆมาให้ ส่งข้อความแสดงความยินดีกับเขาในโอกาสสำคัญต่างๆเป็นต้น โทรศัพท์พูดคุยในบางครั้งบางคราว
                5.ชื่นชมยินดีกับเขาในจุดเด่นที่เขามี แม้ว่าสังคมโลกจะนิยมชมชอบ คนเรียนเก่ง บุคลิกดี แต่เราก็ยังสามารถหาจุดเด่นอื่นๆมาชื่นชมในตัวของลูกทูนหัวได้ เช่นรอยยิ้มที่สวยงาม ความใจดีใจกว้าง พยายามชี้ให้เขาเห็นว่าสิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดในชีวิตของบุคคลก็คือ ฤทธิ์กุศล ความเชื่อ ความไว้ใจ และ ความรักในพระเจ้า จงจำไว้ว่า แต่ละคนก็มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละคน พระเจ้ามอบพระพรพิเศษให้แต่ละคนแตกต่างกัน ช่วยเขาให้มองเห็นสิ่งดีในตัวเขาและพัฒนาสิ่งนั้นให้ก้าวหน้า
                6.จงทำให้เขารู้ว่า ท่านมีความยินดีที่ได้มีโอกาสได้เป็นพ่อแม่ทูนหัวของเขา
                7.เหนือสิ่งอื่นใด จงพยายามให้เขารำลึกถึงพระเจ้าอยู่เสมอ ไม่ว่าท่านจะพูดหรือทำสิ่งใด จงเตือนใจเขาให้มองเห็นหนทางของพระเจ้าในชีวิตของเขาอยู่เสมอ
                คำแนะนำข้างต้นเป็นแนวทางที่ช่วยเราสามารถทำหน้าที่พ่อแม่ทูนหัวได้อย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น หวังว่าบทบาทของการเป็นพ่อแม่ทูนหัวที่เอาใจใส่ต่อลูกทูนหัวของเราอย่างแท้จริงจะช่วยส่งเสริมสนับสนุนชีวิตคริสตชนของเขาให้มั่นคงถาวรสืบไป

พ่อสุพจน์
...............................................................................................................................................
ข้างบัลลังก์นักบุญหลุยส์ : ยุคลักลั่น ณ สมัยย้อนแย้ง

เราเบื่อการแก้บาปรับศีล แต่เราอยากไปสวรรค์ 
เราอยากมีลูกหลานดูแลเรายามแก่เฒ่า แต่เรามีลูกคนเดียว 
เราประกาศความรัก แต่ในใจมีแต่ความเกลียดชัง 
เราอยากให้ใครยกเราสูงขึ้น แต่เรากลับกดคนอื่นให้ต่ำลง 
เราชอบความเป็นส่วนตัว แต่เรายุ่งเรื่องชาวบ้าน 
เราขี้เกียจแต่หนุ่ม  ดันอยากสบายตอนแก่ 
เราอยากมีสุขภาพดี แต่กินเหล้าสูบบุหรี่อยู่ทุกวัน 
เราอยาก...อยาก อยาก อีกสารพัดแปดแสนสิ่ง 
แต่เรา... กลับลักลั่นย้อนแย้ง มึนมึนงงงง เหมือนคนเดินผิดทาง 

เปาโลบอกชาวเธสะโลนิกาว่า “อย่าย้อนแย้ง”  
อยากกินก็ต้องออกแรง ก็ต้องทำงาน 
ถ้าไม่อยากทำงาน ก็ไม่ต้องกิน 

อย่าขี้เกียจ สำคัญ คือ การงานตนมีพึงทำ_ก็ทำ 
การงานตนมี_ไม่ทำ ไปยุ่งกับเรื่องของชาวบ้าน_ไม่พึงทำ 

ทำหน้าที่ของตนดีดี ทำหน้าที่ของตนอย่างสงบ 
อย่าดีด้วยปาก แต่จงดีด้วยการทำ 
#PARADOX 
#ลักลั่นย้อนแย้ง 

บาทหลวงบางกอก 

วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน 2016

พี่น้องที่รัก
                วันนี้มีเรื่องมาฝากกันสั้นๆ อีกเรื่องครับ เรื่องนี้มีชื่อว่า ***สั้น***
               
                เวลาหนึ่งวันนั้นแสนสั้น
                 ยังไม่ทันโอบกอดช่วงเช้า ก็ได้เวลาโบกมืออำลาช่วงเย็นแล้ว
               
                เวลาหนึ่งปีนั้นแสนสั้น
                ยังไม่ทันพินิจพิเคราะห์ สีสันสดใสของฤดูกาลใบไม้ผลิ ก็ได้เวลาสัมผัสสีขาวโพลนของหิมะแล้ว

                เวลาหนึ่งชั่วอายุคนนั้นแสนสั้น
                ยังไม่ทันรื่นเริงกับชีวิตวัยสดใส ก็ได้เวลาใกล้อาทิตย์อัสดงแล้ว

                มนุษย์เรามักจะรู้สึกว่า เวลามันผ่านไปเร็วจนน่าใจหาย กว่าจะรู้เดียงสา ก็มักสายเสียแล้ว
                ทำให้เราต้องรู้จัก หวงแหน
                หวงแหนความรักรูปแบบต่างๆ บนเส้นทางชีวิตที่เราประสพพบ
                จากเหล่าญาติสนิท จากมิตรสหาย จากเพื่อนร่วมงาน จากเพื่อนร่วมเรียน....
                เพราะถ้ามันผ่านไปแล้ว มักไม่มีวันหวนกลับมาอีก

                อายุ 20 ขึ้นไป ถิ่นกำเนิด หรือ ต่างถิ่น ก็คล้ายคลึงกัน ไปถึงไหนก็ปรับตัวได้
                อายุ 30 ขึ้นไป กลางคืน หรือ กลางวัน ก็คล้ายคลึงกัน ไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนสักกี่วันกี่คืน ก็ไม่เป็นไร
                อายุ 40 ขึ้นไป ระดับการศึกษาสูง หรือ ต่ำก็คล้ายคลึงกัน เผลอๆ คนมีการศึกษาน้อยกว่ายังสามารถหาเงิน ได้มากกว่า
                อายุ 50 ขึ้นไป สวย หรือ ขี้เหร่ ก็คล้ายคลึงกัน จะสวยแค่ไหน รอยย่น รอยตีนกา ฝ้ากระก็เต็มใบหน้า          เหมือนกัน
                อายุ 60 ขึ้นไป ตำแหน่งใหญ่ หรือ เล็ก ก็คล้ายคลึงกัน พอเกษียณแล้วต่างก็ไร้ตำแหน่งเหมือนกัน
                อายุ70 ขึ้นไป บ้านหลังใหญ่โต หรือ เล็ก ก็คล้ายคลึงกัน ไขข้ออักเสบ เดินเหินไม่สะดวก คงต้องการเนื้อ   ที่ในบ้านแค่นิดเดียว
                อายุ 80 ขึ้นไป เงินมาก หรือ เงินน้อย ก็คล้ายคลึงกัน โอกาสใช้จ่ายจะมีสักกี่มากน้อย
                อายุ 90 ขึ้นไปผู้ชาย หรือ ผู้หญิง ก็คล้ายคลึงกัน เพราะเรื่องนั้นมันจบไปนานแล้ว
                อายุ 100 ขึ้นไป นอน หรือ ลุก ก็ คล้ายคลึงกัน เพราะลุกขึ้นมาก็ไม่รู้จะทำอะไร
                ชั่วชีวิตหนึ่งของคุณ หรือ ของใครก็ตาม ก็คงไม่แตกต่างกันมากน้อยสักแค่ไหน ปลงให้ตก มองให้เข้าใจ   เพ่งให้ทะลุ ชีวิตก็แค่นี้เอง
                (ที่มา : เป็นบทกลอนของรัสเซียชื่อว่า “สั้น” ชื่อผู้แต่งไม่ปรากฏ)

                ครับชีวิตเรามันสั้นจริงๆ!!!

พ่อสุพจน์
..............................................................................................................

ข้างบัลลังก์นักบุญหลุยส์ : สมโภชนักบุญทั้งหลาย

ใครใครก็เป็นนักบุญได้ 
เราได้รับการเรียกมาให้ดำเนินชีวิตอย่างศักดิ์สิทธิ์ 
เราได้รับการเรียกมาให้เป็นนักบุญ 

“นักบุญ” ที่ว่า อาจไม่ได้อยู่ในสาระบบของการสมโภช ฉลอง หรือระลึกถึง 
แต่แม้ไม่ได้อยู่ในสาระบบนักบุญบนโลก แต่เราก็เชื่อว่า 
ใครก็ตามที่กลับไปอยู่กับพระบนสวรรค์ ท่านเหล่านั้นล้วนเป็นนักบุญ 

นักบุญจึงมีหลากหลาย หลายสถานะ และหลายรูปแบบ 
เป็นพ่อเป็นแม่ เป็นลูกเป็นหลาน เป็นคนชราหรืออาวุโส  
เป็นหนุ่มเป็นสาว เป็นชายเป็นหญิง เป็นคนเก่งและไม่เก่ง 
หลายสาขาอาชีพ หลายคนเรารู้จัก และอีกหลายคนที่เราไม่รู้จัก 

ชีวิตของบรรดานักบุญจึงเป็นแบบอย่างให้กับเรา 
ชีวิตของบรรดานักบุญจึงเป็นกำลังใจให้กับเรา 
ชีวิตของบรรดานักบุญจึงเป็นพยานชีวิตของผู้ติดตามพระให้กับเรา 

ท่านเหล่านั้นก็เคยเป็นมนุษย์เหมือนกับเรา เคยกินเดินนั่งนอน 
เคยใช้ชีวิตบนโลกนี้ เคยทำบาป เคยกลับใจ เคยตกลงในบาปอีก 
เคยเริ่มต้นใหม่ เคยหกล้ม เคยอ่อนแอ เคย... อีกสารพัดแปดแสนสิ่ง 
ในเมื่อท่านที่ผ่านชีวิตมาบนโลกนี้แบบเรา ยังเป็นนักบุญได้ 
การเป็นนักบุญให้ได้คงไม่ยากเกินกำลังมนุษย์แบบเรา 

อาศัยความรักและพระเมตตาของพระเจ้า 
การพยายามดำเนินชีวิตอย่างศักดิ์สิทธิ์ ติดตามพระ 
ไม่ช้าก็เร็ว เราคงได้อยู่กับพระ ได้อยู่ร่วมกับบรรดานักบุญอย่างแน่นอน 


บาทหลวงบางกอก