วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน 2012


สวัสดีครับพี่น้องที่รัก
            ตามที่พี่น้องได้ให้ความกรุณาบริจาคเงินเพื่ออารามคาร์แมล เจโลรัป ออสเตรเลีย เพื่อช่วยเหลือทางอารามจัดปรับปรุงห้องพยาบาลเพื่อดูแลซิสเตอร์ที่ป่วยหนักไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้นั้น พ่อได้โอนเงินไปยังบัญชีของอารามเรียบร้อยแล้ว และ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพ่อได้รับอีเมล์จากอารามคาร์แมล เจโลรัป ที่ออสเตรเลีย ส่งข้อความมาขอบคุณพี่น้องความว่า "เราขอขอบคุณสำหรับเงินบริจาคที่ได้ส่งมาให้ พร้อมกับรายชื่อของผู้บริจาค และ จุดประสงค์คำภาวนาต่างๆ เราจะระลึกถึงท่านในคำภาวนาประจำวันของเราเสมอ ต้องขออภัยด้วยที่ล่าช้าในการตอบจดหมาย เพราะซิสเตอร์คริสตินา สมาชิกคนหนึ่งของเราต้องล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งในระยะสุดท้าย เธอคงจะกลับไปหาพระเจ้าในไม่ช้านี้ ตอนนี้พวกเราค่อนข้างยุ่งกับการตระเตรียมหลายสิ่งหลายอย่าง และ ต้องดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดด้วย โปรดภาวนาเพื่อซิสเตอร์และพวกเราในมิสซา และ ในคำภาวนาเสมอๆด้วย ขอพระเจ้าโปรดตอบแทนน้ำใจดีของคุณพ่อและสัตบุรุษทุกๆท่าน ขอพระองค์โปรดประทานพระพรให้ร้อยเท่าพันทวีในชีวิตนี้ และ ในชีวิตหน้าที่จะมาถึง ลงชื่อ ซิสเตอร์ เบเนดิกตา  ป.. เราจะจัดส่งรูปของห้องพยาบาลที่ได้รับการปรับปรุงใหม่มาให้ดูทันทีเมื่อดำเนินการสำเร็จแล้ว ว่ามีหน้าตาอย่างไร หวังว่าคงอีกไม่นาน"
            พ่อก็ขอถือโอกาสนี้ ขอบคุณพี่น้องทุกๆท่านที่มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสนับสนุนให้กับซิสเตอร์ที่ต้องจากบ้านไปไกล เพื่อดำเนินชีวิตตามกระแสเรียกที่พระเจ้าประทานให้ พ่อเชื่อว่าความเอื้ออาทร และน้ำใจที่เรามีให้กับกันและกัน จะเป็นกำลังใจให้ทุกๆคนสามารถปฏิบัติหน้าที่ของเราแต่ละคนจนสำเร็จตามพระประสงค์ของพระเจ้าครับ

พ่อสุพจน์
...................................................................................................................................................................

สวัสดีครับพี่น้องที่รัก
ประชาชนชาวไทยเราโชคดีที่มีพระมหากษัตริย์ที่นับว่าเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจให้กับทุกคนได้ และสิ่งนี้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของทั้งโลก ที่ต่างชื่นชมพระบารมี และปรารถนาจะทำดี หรือทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลด้วย ดังนั้น คาทอลิกไทยโดยการนำของสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย จึงได้จัดให้มีงานคอนเสิร์ตเทิดไท้มหาราชา มหาราชินี เมื่อวันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน  ที่ผ่านมา ณ หอประชุมทรีนีตี้ร.ร.เซนต์โยเซฟคอนแวนต์ และหลายคนที่ได้ไปร่วมงานต่างก็ชื่นชมไปกับการจัดงานอย่างมีคุณภาพ ความร่วมมือขององค์กรคาทอลิกต่างๆ เพื่อให้งานนี้สำเร็จไป
            เป็นครั้งแรกในชีวิตที่พ่อได้เข้าไปมีส่วนในการดำเนินงานครั้งนี้ และก็ภาคภูมิใจมากที่ได้เห็นงานออกมาดี หลายคนต่างชื่นชมและได้มีส่วนในการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพ่อแห่งแผ่นดินพระองค์นี้ จึงอยากจะขอเล่าให้ผู้ที่ไม่มีโอกาสได้ไปฟังและซึมซับบรรยากาศฟังคร่าวๆ
            ในช่วงเริ่มต้นงานก็เป็นการอาศิรวาทและวจนพิธีกรรมโดยพระคุณเจ้าเกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ส่วนนี้แสดงออกถึงความเป็นคาทอลิกที่จะขาดพระวาจาไปไม่ได้เลย หลังจากนั้นก็มีพิธีกรได้ออกมากล่าวนำเข้าสู่ภาคต่างๆ ของงานเพื่อให้เห็นถึงสายสัมพันธ์และพระมหากรุณาธิคุณต่อคาทอลิกไทยของเรา โดยแบ่งออกเป็นสี่ภาคดังนี้
1) “องค์อุปถัมภกการศึกษา”ภาคนี้ได้บทสัมภาษณ์คุณแม่บุญประจักษ์ (อายุครบ 100 ปี) กล่าวถึงเรื่องวัยเยาว์ที่พระองค์ท่านได้เรียนที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย ชี้ให้เห็นถึงบทบาทของมิชชันนารีกับงานด้านการศึกษาภายใต้ร่มพระบารมี
2) “ศาสนา ธ เกื้อกูล”ภาคนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างพระศาสนจักรและพระมหากษัตริย์ไทย ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน นับว่าเป็นความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง พ่อประทับใจพระดำรัสของในหลวงที่เคยตรัสไว้กับพระสันตะปาปายอห์นที่ 23 มาก ที่ว่า “บ้านเมืองของเรานี้มีอิสระในการนับถือศาสนา มีคาทอลิกอยู่ก็มา และเป็นพลเมืองที่ดีด้วย นั่นแสดงให้เห็นว่า หากใครยึดมั่นในหลักศาสนาแล้ว เขาทั้งหลายล้วนเป็นคนดี”
3) “ทรงผูกสายสัมพันธ์”ภาคนี้มีพระคาร์ดินัลของเราได้มาเล่าเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่พระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 เสด็จเยือนเมืองไทย และสายสัมพันธ์ระหว่างกันในรัชกาลปัจจุบัน
4) “ทุกวันชื่นชมพระบารมี”แสดงถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชวงศ์ที่ทรงเกื้อกูลศาสนาคาทอลิกตลอดมา จึงได้มีบทสัมภาษณ์พิเศษตัวแทนคาทอลิกไทยที่ชื่นชมในทุกหยาดเหงื่อ ทุกความอุทิศตนทุ่มเทที่ทรงมีของปวงชนชาวไทย และคุณหญิงปัทมา ในนามตัวแทนคาทอลิกไทยได้กล่าวคำสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและคำมั่นสัญญาจะเป็นประชาชนที่ดี จะทำเพื่อสืบสานความดีที่พระเจ้าอยู่หัวได้ทรงริเริ่มไว้นี้สืบไป
ต้องขอบอกว่าพ่อชื่นชมกับทีมงาน ทั้งนักร้องรับเชิญ อันได้แก่ คุณหญิงปัทมา, อ.มานิตย์,คุณจอห์น นูโว, คุณเพชร KPN, คุณศิโยน, นักขับร้อง BANGKOK CANTATE, นักขับร้องประสานเสียงเฉพาะกิจ ยังมี อ.อภิสิทธิ์ วงศ์โชติ ผู้อำนวยเพลง, อ.ศรินทร์ จินตนเสรี ผู้ฝึกซ้อมหลักที่ทุ่มเทให้กับงานนี้มาก และ ดร.อภิชาต ผู้ดำเนินรายการ ที่ได้ร้อยเรียงทั้งสี่ภาคนี้ให้สอดประสานกันอย่างลงตัว ร่วมกับบทเพลงต่างๆ และการแสดงจินตลีลาอีก 2 ชุดที่มาสร้างสีสันให้งานครั้งนี้ งานนี้เราคัดเลือกเฉพาะที่เป็นคาทอลิกเท่านั้นจริงๆ นะครับ
หลายเสียงต่างพูดกันหลังงานนี้ว่า “อยากให้มีงานอย่างนี้อีก” “เราพบกันใหม่ปีหน้านะ” และต่างๆ นานา “ยอดเยี่ยมจริงๆ ครับ” สำหรับใครที่ไม่มีโอกาสได้รับฟังบทเพลงอันไพเราะพร้อมการบรรเลงของวงออเคสตร้าครั้งนี้ ลองติดตามดูนะครับ น่าจะมีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ให้ได้รับชมรับฟัง และแสดงความจงรักภักดีไปพร้อมกับชาวคาทอลิกไทยทุกคนครับ
สุดท้ายนี้ ไม่ลืมที่จะกล่าวว่า คริสตชนเราก็มีกษัตริย์ที่ครองจิตใจและจิตวิญญาณของเราอยู่ด้วย นั่นคือองค์พระเยซูเจ้าที่พวกเรามาฉลองกันวันอาทิตย์นี้ แม้เป็นวันสิ้นปีพิธีกรรมแล้ว แต่สายสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระองค์ยังคงมีไปต่อเนื่อง ขอเพียงเราไม่ปฏิเสธพระองค์ก่อน ขอพระเจ้าทรงครอบครองจิตใจพี่น้องทุกคน
                                                                                           คุณพ่อปลัดองค์เล็ก

วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2012


สวัสดีครับพี่น้องที่รัก
            เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพ่อพูดถึงการสวดภาวนาแบบยกจิตใจขึ้นหาพระเจ้าในชั่วขณะที่เราอยากจะสนทนากับพระองค์โดยพลัน ตามวิธีการของนักบุญเทเรซาแห่งพระกุมารเยซู ซึ่งเป็นวิธีการในการภาวนาแบบง่ายๆในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องใช้เวลามากมาย เราจะภาวนาแบบฉับพลันนี้ที่ไหนก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ นับว่าช่วยทำให้ชีวิตภาวนาและ ชีวิตประจำวันของเราสามารถดำเนินควบคู่ไปด้วยกันได้อย่างสนิทสนมกลมกลืน เราสามารถนำหลักการภาวนาแบบนี้ไปประยุกต์ใช้ได้ในทุกสถานะการณ์ของชีวิต อาทิ เมื่อทำงานสำเร็จ เราก็มองไปยังรูปพระแล้วบอกกับพระองค์ "ขอบคุณพระองค์นะ" หรือ เมื่อเราเหน็ดเหนื่อย พบความยากลำบากในการทำงาน เราก็ยกสายตาขึ้นสู่ที่สูงแล้วบอกกับพระองค์ว่า "โอย วันนี้ฉันพบอุปสรรคเยอะจังเลยนะพระองค์" หรือ ในยามที่เราพบกับความผิดหวังเพราะสาเหตุใดๆก็ตาม เราก็บอกกับพระองค์ว่า "ตอนนี้เศร้าใจ ขอพระองค์บรรเทาใจด้วย" หรือ ในยามที่เรากังวลใจกับอนาคตที่ยังไม่แน่นอน เราก็ภาวนากับพระองค์สั้นๆว่า "ขอฝากความหวังไว้กับพระองค์ แต่ถ้าน้ำพระทัยของพระองค์เป็นอย่างไร ก็ขอน้อมรับ"
            จะเห็นได้ว่า ไม่ยากเลยที่จะภาวนา ในชีวิตจริง เพียงแต่การภาวนาเช่นนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ เรามีความสัมพันธ์ที่ดีใกล้ชิด มิตรภาพแนบแน่นต่อกัน เราต้องไม่คิดว่า พระเจ้าอยู่ห่างไกลจากเรา พระองค์สูงส่งจนกระทั่งเราเอื้อมไม่ถึง แต่พระองค์อยู่ใกล้กับเรามากกว่าที่เราคิด ถ้าเราเคยแก้ตัวว่า ไม่มีเวลาสวดภาวนาเลย หรือ ยังหาโอกาสเหมาะๆสวดภาวนาไม่ได้ คำแก้ตัวนี้คงล้าสมัยไปซะแล้ว

พ่อสุพจน์
...................................................................................................................................................................

สวัสดีครับพี่น้องที่รักทุกท่าน
             วันนี้มาต่อกันที่ภาควจนพิธีกรรมซึ่งเป็นส่วนของภาคของพระวาจาของพระเจ้า ประกอบด้วย บทอ่านจากพระคัมภีร์หนึ่งหรือสองบท เพลงคั่นระหว่างบทอ่าน พระวรสาร การเทศน์เตือนใจ การประกาศยืนยันความเชื่อ และบทภาวนาเพื่อมวลชน ซึ่งภาควจนพิธีกรรมนี้พระศาสนจักรไม่ได้คิดค้นขึ้นมาเอง แต่นำมาจากการปฏิบัติของชาวยิวในพันธสัญญาเดิมที่ถือปฏิบัติกันในโรงธรรม
            การรับฟังบทอ่านจากพระคัมภีร์และการเทศน์เตือนใจของพระสงฆ์เป็นการแสดงให้เห็นว่าพระเป็นเจ้าทรงตรัสกับประชากรของพระองค์และทำให้เราทราบถึงธรรมล้ำลึกแห่งการช่วยให้รอดของพระองค์ พระองค์ทรงหล่อเลี้ยงวิญญาณของเราด้วยพระวาจาของพระองค์ และรวมถึงการแสดงถึงการประทับอยู่ของพระคริสตเจ้าท่ามกลางประชาสัตบุรุษ ดังนั้นในพิธีกรรมจะต้องแสดงออกให้เห็นถึงการแสดงความเคารพอย่างยิ่งต่อพระวรสารเป็นพิเศษกว่าบทอ่านจากพระคัมภีร์ด้วยการยืนฟังและพนมมืออย่างสำรวม
            การเทศน์เตือนใจเป็นการหล่อเลี้ยงชีวิตคริสตชนจะต้องเป็นการอธิบายบางแง่ในบทอ่านจากพระคัมภีร์ โดยคำนึงถึงธรรมล้ำลึกที่กำลังฉลองในวันนั้นๆ การเทศน์เตือนใจมีลักษณะพิเศษแตกต่างกว่าการเทศน์ในรูปแบบอื่น เช่น การเทศน์สอนเพื่อให้คนกลับใจ การสอนคำสอน การเทศน์เตือนใจนี้เป็นการอธิบายและโน้มน้าวจิตใจผู้ฟังให้ปฏิบัติตามพระวาจาของพระเจ้าที่ตรัสกับเราทางบทอ่านจากพระคัมภีร์ที่ได้รับฟังในวันนั้น
            การประกาศยืนยันความเชื่อไม่ใช่เพียงการท่องบทข้อความเชื่อของคริสตชนแต่เพียงอย่างเดียวแต่เป็นการประกาศยืนยันถึงความเชื่อความศรัทธาที่เรามีต่อพระเป็นเจ้าแต่เพียงผู้เดียว และความหวังที่จะมีส่วนร่วมพร้อมกับพระคริสตเจ้าในการกลับคืนชีพและชีวิตนิรันดร จึงมักจะมีการประกาศยืนยันความเชื่อในทุกวันอาทิตย์และวันสมโภชหรือวันฉลองสำคัญๆ
            บทภาวนาเพื่อมวลชนหรือการภาวนาของมวลชนนี้มักมีจุดประสงค์เพื่อความต้องการของพระศาสนจักร เพื่อผู้ประสบทุกข์ เพื่อผู้ปกครองบ้านเมืองและประโยชน์สุขของโลก และเพื่อชุมชนของวัดนั้นๆ เป็นที่น่าสังเกตว่าในบทภาวนานี้สัตบุรุษจะมีบทบาทโดยเฉพาะ เพราะเป็นหน้าที่ของคริสตชนที่จะต้องภาวนาเพื่อมนุษยโลก ดังนั้นบทภาวนาจึงมาจากความต้องการของสัตบุรุษโดยรวมเพื่อภาวนาวอนขอต่อพระเจ้าให้พระองค์ทรงสดับฟังคำภาวนาของมวลสัตบุรุษโดยพระสงฆ์ทำหน้าที่กล่าวนำและสรุปคำภาวนาของมวลชนต่อพระเจ้า
            ดังนั้นในภาควจนพิธีกรรมนี้จึงทำให้สัตบุรุษได้รับฟังพระวาจาของพระเจ้าเพื่อนำมาปฏิบัติในชีวิตประจำวันของเรา และพร้อมกับการเสนอคำภาวนาต่อพระเจ้าเพื่อขอพรจากพระองค์สำหรับเพื่อช่วยเหลือเราให้ซื่อสัตย์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเราได้อย่างดี ฉะนั้นจึงเป็นสิ่งดีที่เราจะตั้งใจรับฟังพระวาจาของพระเจ้าเสมอๆ เพื่อจะได้นำมาเป็นแนวทางสำหรับการเจริญชีวิตของเราแต่ละคน
                                                                                                                                    คุณพ่อศวง