วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2563

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2020


การไม่รู้จักพระคัมภีร์ คือการไม่รู้จักพระคริสตเจ้า” (นักบุญเยโรม)
พี่น้องที่รัก
       พ่อได้ประกาศแนวทางการอภิบาลพิเศษช่วงนี้ หลายฉบับเพื่อการดูแลช่วยกัน เช่น การร่วมพิธีกรรมประจำวันและเสาร์อาทิตย์ รวมทั้งสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ การเรียนคำสอนภาคฤดูร้อน การใช้ศาลาหลุยส์มารีย์ และการใช้ห้องประชุม ขอได้ติดตามจากการประชาสัมพันธ์ของวัดด้วย
        ขอขอบคุณในความร่วมมือจากพี่น้องที่ได้ช่วยกันทำตามคำแนะนำของแผนกสุขภาพอนามัยภายใต้คำประกาศของสภาพระสังฆราชคาทอลิกไทย และยังแนะนำสิ่งที่ควรมีในการมาร่วมมิสซาในวัดของเรา พ่อยินดีรับฟังแต่ควรเป็นการสร้างสรรค์มากกว่าทำลาย การคิดร้ายต่อบุคคลอื่นอันตรายต่อไวรัสที่กำลังเกิดขึ้นอีก
        เราต้องอยู่ให้เป็น อยู่ให้ได้และอยู่อย่างมีสุขกายสบายใจ
        พ่อขอใช้คำสอนนี้“การไม่คิดร้ายเป็นลาภอันประเสริฐ”,“อย่าเห็นแก่ตัว”และ“จงรักกันและกัน
        ขอยกระดับเรื่องการอยู่กันให้ได้
        มือสะอาด”เจ้าหน้าที่ของวัดได้ทำความสะอาดมากเท่าที่จะทำได้คือโต๊ะ ม้านั่ง หนังสือเพลง จัดเติมเจลล้างมือแบบเซ็นเซอร์บริการให้กับผู้มาวัด บางครั้งอาจไม่ทั่วถึง ก็ขอให้ทุกคนควรมีเจลมือถือ(ส่วนตัว)ซึ่งสามารถหาซื้อหรือพกพามาเอง จะช่วยได้อย่างดีเยี่ยม การรับศีลมหาสนิทด้วยมือ มือต้องสะอาด แต่บางคนหยิบอะไรหลายอย่างจนลืมไปว่าตัวเองได้ล้างมือก่อนเข้าวัดมาแล้ว ดังนั้น จึงควรมีเจลของตนเองบ้าง
        หนังสือเพลง”อาจจะต้องปรับตัวเองใช้มือถือบ้างเพื่อดูบทเพลงที่ทางวัดเปิดอีกหนึ่งทางเลือก หรือใครใช้แล้ว โปรดเก็บที่เดิมยังชั้นวางหนังสือข้างกำแพงวัด
       เงินถวาย”บางคนอาจsensitiveเรื่องความสะอาด สามารถถวายเงินหลังรับศีลได้ ผ่านทางตู้รับเงินของวัด ผ่านถุงเงินถวายอีกครั้งหนึ่ง
        การร่วมพิธีกรรมที่นั่งรวมกันจนแออัด ขอให้ใช้ม้านั่งด้านนอกวัดได้” บริการตนเอง ใช้แล้วเก็บที่เดิม หากจำเป็นจริงๆในช่วงสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ อาจต้องใช้พื้นที่โล่งของโรงเรียนเพื่อการประกอบพิธี ซึ่งทางวัดจะแจ้งให้ทราบเมื่อถึงใกล้เวลาดังกล่าว
        การเรียนคำสอนของเด็กๆ”เพื่อการเตรียมรับศีลมหาสนิทครั้งแรกและกำลัง ประเพณีที่เราปฏิบัติจนเคยชิน ขอปรับการเรียนการสอนแบบมีทางเลือก ชอบแบบไหนก็เลือกเอา ดูคำแนะนำจากพ่อวีรยุทธ
        ทั้งหมดนี้ ถ้าร่างกายแข็งแรง สุขภาพจิตดี จะช่วยเป็นกำลังสำคัญให้กับผู้เจ็บป่วยให้เข้มแข็งได้
         
คุณพ่อชาญชัย  ทิวไผ่งาม



"พระทรงอดทน เพื่อทรงพิสูจน์ว่ารักเรา"
"ชาวอิสราเอลกำลังกระหายน้ำมาก จึงบ่นตำหนิโมเสสว่า “ทำไมท่านจึงพาพวกเราออกจากอียิปต์ จะให้พวกเรา ลูก ๆ และฝูงสัตว์ของเราอดน้ำตายหรือ”..... สถานที่แห่งนั้นจึงได้ชื่อว่ามัสสาห์และเมรีบาห์ เพราะชาวอิสราเอลได้ต่อว่าและทดลองพระยาห์เวห์โดยถามว่า “พระยาห์เวห์สถิตกับเราหรือไม่”  (อพย 17:3,7)
           ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน บางครั้งก็ไม่ได้ราบรื่นไปทุกอย่าง  หลายครั้งเราพบว่าเราถูกผู้คนปฏิเสธ ไม่ยอมรับน้ำใจเรา ไม่เข้าใจความปรารถนาดีที่เรามีให้  ผู้คนก็ให้คำนิยามว่า "ต่างคนต่างจิตต่างใจ"
          เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้า กับชนชาติอิสราเอล ประชากรของพระองค์ เราพบเรื่องทำนองเดียวกัน  พวกเขาบ่นว่าพระองค์ พวกเขาลืมพระเมตตารักยิ่งใหญ่ที่พระมอบให้มากมาย พวกเขาปฏิเสธความรักของพระ
พระเยซูเจ้าตรัสว่า "แต่​ผู้​ที่​ดื่ม​น้ำ​ซึ่ง​เรา​จะ​ให้​นั้น จะ​ไม่​กระหาย​อีก​เลย น้ำ​ที่​เรา​จะ​ให้​เขา จะ​กลายเป็น​ธาร​น้ำ​ใน​ตัว​เขา ไหล​ริน​เพื่อ​ชีวิต​นิรันดร”..... เขา​กล่าว​กับ​หญิง​ผู้​นั้น​ว่า “​เรา​มี​ความ​เชื่อ​ไม่ใช่​เพราะ​คำพูด​ของ​ท่าน​อีก​แล้ว เรา​เอง​ได้​ยิน​และ​รู้​ว่า​พระองค์​เป็นพระผู้ไถ่ของโลกโดยแท้จริง”  (ยน 4:14,42)
          ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน คนหนึ่งเป็นผู้ให้คนหนึ่งเป็นผู้รับ ให้และรับตามประสามนุษย์  อาจจะให้ต่อกันด้วยความเคลือบแคลงแฝงผลประโยชน์  หรือหากบริสุทธิ์ใจจริง ก็อาจสะดุดล้มลง ท้อและถอยหากถูกปฏิเสธน้ำใจที่หวังดี หากถูกตอกกลับมาและเจ็บปวด  มีโอกาสสูงที่จะช้ำใจ ผิดหวัง และหยุดทำดีหยุดที่จะแบ่งปัน
"พี่น้อง เมื่อได้เป็นผู้ชอบธรรมด้วยความเชื่อแล้ว เราย่อมมีสันติกับพระเจ้า เดชะพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา..... ยากที่จะหาคนที่ยอมตายเพื่อคนชอบธรรม บางครั้งอาจจะมีคนยอมตายแทนคนดีจริง ๆ ได้  แต่พระเจ้าทรงพิสูจน์ว่าทรงรักเรา เพราะพระคริสตเจ้าสิ้นพระชนม์เพื่อเราขณะที่เรายังเป็นคนบาป"  (รม 5:1,7-8)
          ความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้ให้และผู้รับ โดยผู้ให้เป็นพระที่เมตตา รัก และให้ชีวิต  ไม่ว่ามุมมองของเรา เราจะมองความรักของพระ รักและขอบพระคุณพระมากน้อยเพียงใด หรือบางครั้งอาจจะท้อ และต่อว่าพระในความทุกข์ ความยากยากลำบากที่กำลังเผชิญอยู่
          แต่จงมั่นใจเถิด ในมุมมองและสายพระเนตรของพระ พระรักเราเสมอ ห่วงใยใส่ใจเราเสมอ "เพื่อทรงพิสูจน์ว่าทรงรักเรา พระคริสตเจ้าสิ้นพระชนม์เพื่อเราขณะที่เรายังเป็นคนบาป".

                                นกขุนทอง

วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2563

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2020


การไม่รู้จักพระคัมภีร์ คือการไม่รู้จักพระคริสตเจ้า” (นักบุญเยโรม)
พี่น้องที่รัก
       พ่อได้พิมพ์แนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า COVID-19กับการร่วมพิธีกรรมที่วัดเซนต์หลุยส์และศาลาหลุยส์มารีย์ กรุงเทพฯแปะไว้ ตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว เพื่อยกระดับกันก่อนแก้ไว้ดังนี้:
 1. ผู้ที่มีอาการคล้ายหวัด เป็นไข้ ไอ จาม เจ็บคอฯลฯ ให้สวดภาวนาอยู่กับบ้านแทนจนกว่าหายเป็นปกติ และควรไปหาหมอ เมื่อมีอาการไม่ดีขึ้น
 2. สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาเพื่อป้องกันผู้อื่นและเข้าใจกันด้วยดี อยู่ให้เป็นเพราะอยู่ด้วยกัน
 3. กำหนดพื้นที่พิเศษสำหรับผู้ที่มีอาการหวัด ให้นั่งแยกที่นั่งนอกวัด
4. รับศีลมหาสนิทด้วยมือในช่วงนี้ หากอยู่บ้านรับด้วยความปรารถนา พระเจ้ารักเราเสมอ
 5. ด้านนอกวัดมีการถ่ายทอดเสียงออกมาและโปรดร่วมมิสซาอย่างสำรวมมีพระสงฆ์เชิญศีลด้านสนามหญ้า
 6. เจ้าหน้าที่ได้ทำความสะอาดวัดด้วยน้ำยาและเช็ดด้วยALCOHOL70 % ทุกรอบมิสซา
 7. ทำความสะอาดมือก่อนเข้าวัด ด้วยเจลล้างมือ (เว้นจุ่มน้ำเสกระยะนี้) บางคนมีพกพาส่วนตัวมา
 8. ในห้องน้ำสาธารณะของวัด โปรดรักษาความสะอาดก่อนและหลังเจ้าหน้าที่ของวัดทำอย่างสมำเสมอ
 9. ควรแนะนำความรู้ด้วยข่าวที่สร้างสรรค์ หลีกเลี่ยงข่าวเท็จทุกประเภทและควรเสนอข่าวที่ดีต่อกัน
10. ขอให้ติดตามการประชาสัมพันธ์ข่าวจากทางวัดและสังฆมณฑลอย่าติดกับข่าวไลน์มากเกินไป
        ขอขอบคุณข้อเสนอทางวิชาการจากชมรมเวชบุคคลคาทอลิกแห่งประเทศไทยและแผนกสุขภาพอนามัยในกรรมาธิการฝ่ายสังคม(คาริตัสไทยแลนด์) ที่ช่วยทำให้เราพร้อมอยู่เสมอ
คุณพ่อชาญชัย  ทิวไผ่งาม


"การกลับใจ, กลับมาหาพระ และกลับออกไปส่งต่อพระเมตตาพระองค์"

            พระเจ้าทรงช่วย​เรา​ให้​รอด​พ้น และ​ทรง​เรียก​เรา​ให้​เป็น​ผู้​ศักดิ์สิทธิ์  ไม่ใช่​เพราะ​สิ่ง​ที่​เรา​ทำ แต่​เพราะ​พระ​ประสงค์​และ​พระ​หรรษ​ทาน​ของ​พระองค์ พระองค์​ประทาน​พระ​หรรษ​ทาน​นี้​แก่​เรา​แล้ว​ใน​พระคริสต​เยซู​.....ผู้​ทรง​ทำลาย​ความ​ตาย และ​ทรง​นำ​ชีวิต​และ​ความ​ไม่​รู้จัก​ตาย​ให้​ปรากฏ​อย่าง​ชัด​แจ้ง​โดย​ทาง​ข่าว​ดี   (2ทธ 1:9-10)
          พระทำเช่นนี้กับเราเสมอ ไม่ว่ากับเราที่เป็นลูกที่ดีน่ารัก หรือลูกล้างผลาญก็ตาม  พระเริ่มด้วยรักต่อเราเสมอ แทนที่จะดุว่าให้ร้ายเรา ทั้งที่เราก็เป็นลูกล้างผลาญจริงจริง
          พระทรงช่วยเราให้รอดพ้น และทรงเรียกเราให้เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่เพราะสิ่งที่เราทำ แต่เพราะรักเราจริงจริง อย่างที่นักบุญเปาโลบอกเราเตือนใจเรานั้นแน่นอน  นี่เอง เป็นการยืนยันให้เราได้พบหัวใจเปี่ยมรักที่พระทรงมีให้เราเสมอ

            พระเจ้าตรัสแก่อับรามว่า “จงออกจาก.....จงไปยัง.....เราจะทำให้ท่านเป็นชนชาติใหญ่ จะอวยพรท่าน จะทำให้ท่านมีชื่อเสียงเลื่องลือ ท่านจะนำพระพรมาให้ผู้อื่น" .....อับรามจึงออกเดินทางตามที่พระยาห์เวห์ตรัส  (เทียบปฐก 12:1-4ก)
          หากเรายอมรับฟังเสียงเรียกของพระ หากแม้เราพลาดหรือผิดพลั้งไป แต่ยอมกลับมาฟังเสียงของพระอีกครั้ง  เราจะพบว่า หัวใจรักของพระมีให้เราเสมอ มีพระพรสำหรับเราเสมอ  และยังพบอีกว่า พระ ปรารถนาใช้เราเป็นสะพานนำรักของพระองค์ส่งต่อให้กับพี่น้องรอบข้าง "เราจะทำให้ท่านเป็นชนชาติใหญ่ จะอวยพรท่าน จะทำให้ท่านมีชื่อเสียงเลื่องลือ ท่านจะนำพระพรมาให้ผู้อื่น"
            พระเยซูเจ้าทรงพาเปโตร ยากอบ และยอห์นน้องชายไปบนภูเขาสูงที่ปราศจากผู้คน  แล้วพระวรกายของพระองค์ก็เปลี่ยนไปต่อหน้าเขา ..... ขณะที่เปโตรกำลังพูดอยู่นั้น มีเมฆสว่างจ้าก้อนหนึ่งปกคลุมพวกเขาไว้ เสียงหนึ่งดังจากเมฆนั้นว่า “ท่านผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เราพึงพอใจยิ่งนัก จงฟังท่านเถิด”  เมื่อได้ยินดังนั้น ศิษย์ทั้งสามคนซบหน้าลงกับพื้นดิน มีความกลัวอย่างยิ่ง พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาใกล้ ทรงสัมผัสเขา ตรัสว่า “จงลุกขึ้นเถิด อย่ากลัวเลย”  (มธ 17:1-2,5-9)
           จงมั่นใจในพระเมตตารักของพระเสมอ จงมั่นใจในบ้านของเรา พระเตรียมความรักและการอภัยไว้เพื่อต้อนรับเราเสมอ
           กลับมาหาพระเถิด ฟังเสียงพร่ำเรียกของพระ ซึมซับความรักเมตตาที่เต็มเปี่ยมในหัวใจพระองค์  และกลับออกไปส่งต่อพระเมตตารักนี้ให้แก่กันและกันต่อไป
                                                      นกขุนทอง