วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2562

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน 2019



สารวัดวันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน 2019
สมโภชนักบุญเปโตรและเปาโล


พี่น้องที่รัก...
        วันอาทิตย์นี้ สมโภชนักบุญเปโตรและเปาโล“เราจะตั้งพระศาสนจักร และไม่มีวันอำนาจชั่วร้ายจะชนะพระศาสนจักรได้” พระวาจาและศีลศักดิ์สิทธิ์คือเครื่องมือสำคัญซึ่งบรรดาผู้ร่วมงานของพระองค์ใช้เพื่อการทำงานสืบต่อเนื่องจนมาถึงทุกวันนี้ มิสซังสยาม 350 ปีกับชุมชนของเซนต์หลุยส์มากกว่า 60 ปี และยังคงอาศัยพระวาจาและศีลศักดิ์สิทธิ์เลี้ยงดูประชากรของพระองค์
        ตั้งแต่กรกฎาคม ปี 2018 จนถึงสิ้นสุดมิถุนายน 2019 วัดเซนต์หลุยส์มีกิจกรรมเตรียมเฉลิมฉลอง 350 ปี มีทั้งประสบความสำเร็จ สำเร็จบ้างและไม่สำเร็จบ้าง อาจเป็นเพราะการประชาสัมพันธ์หรือการมีส่วนร่วม หรือการทำความเข้าใจหรือการประสานงานยังไปไม่ถึงกัน และสุดท้ายยังเป็นเพียงแค่ตัวอักษรหนังสือยังไม่ออกมาเป็นกิจกรรม
        เมื่อ 15 พฤษภาคม 2019 มีมิสซาเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่สามพราน และ4 มิถุนายน 2019 ครบ 350 ปีมิสซังสยามตรงวันที่อยุธยา มีเปิดห้องนิทรรศการและสนทนาเรื่องราวที่สำคัญ และจะมีเหตุการณ์ที่จัดกันไปอีกมากมาย  พี่น้องเริ่มรู้สึกตัวเองอย่างไรบ้าง
        ครบ 350 ปีต้องมีการก้าวต่อไป ขีดเขียนเวลาอีก 50 ปี เพื่อให้คนหนุ่งสาวทำงานมองไปข้างหน้าเพื่อวันหนึ่งจะแลเหลียวหลังทบทวน เหมือนขณะนี้ที่หลายภาคส่วนกำลังทำกัน
        วัดเซนต์หลุยส์ ก้าวไปข้างหน้า แต่ละวันแต่ละเดือน เริ่มกรกฎาคม 2019-ธันวาคม 2019
        เดือนกรกฎาคมล้อมรอบแท่นพระบ้านใกล้เรือนเคียง บ้านเรือนเคียงกันพบปะเยี่ยมเยียนสวดด้วยกันบ้าง ไม่ต้องเยอะ เฉพาะญาติๆหรือเพื่อนสนิท สักครั้งหนึ่งก็ยังดี ใช้แท่นพระเป็นสถานที่นัดพบ เรียบง่ายและสามารถทำได้เลย ไม่ต้องอะไรมาก จัดพระแท่นเรียบร้อย นัดรวมตัว เชิญพระสงฆ์ก็ครบเครื่องเรื่องล้อมรอบพระแท่นบ้านใกล้เรือนเคียง
        เดือนสิงหาคมเราจะรำลึกนึกถึงบรรพชนมิชชันนารี ก่อนฉลองวัด จะนำพาพี่น้องไปเยี่ยมบรรดามิชชันนารีผู้ก่อร่างสร้างเซนต์หลุยส์ทั้งที่ดิน โรงพยาบาล วัดและโรงเรียน ก่อนวันฉลองวัดเซนต์หลุยส์ในปีนี้ เช่นพระคุณเจ้าเวย์ พระคุณเจ้าหลุยส์โชแรง พระคุณเจ้าลังเยร์ เพื่อรำลึกถึงท่านในคำภาวนา
        เดือนกันยายน  พระวาจาหล่อเลี้ยงชีวิต เพื่อพระคัมภีร์
        เดือนตุลาคม สายประคำนำทางชีวิตเพื่อความศรัทธาต่อแม่พระ
        เดือนพฤศจิกายน พระกระแสเรียกเพื่อบำรุงชีวิตเณรและเด็กเยาวชน
        เดือนธันวาคม เฉลิมฉลองพระทรงบังเกิด เพื่อมอบความสุขให้แก่กัน
        พ่อเขียนด้วยตัวอักษรอีกครั้งหนึ่ง เพื่อหวังว่าจะได้กิจกรรมเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
        นับตั้งแต่วันจันทร์ที่ 1 นี้เป็นต้นไป เริ่มสอนคำสอนตั้งแต่ 8.00 -12.00 น.และรับศีลมหาสนิทครั้งแรกในวันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม การรับศีลกำลังจะไปรับในเดือนมกราคม ปี 2020 พร้อมเด็กนักเรียนอื่นๆ

คุณพ่อชาญชัย  ทิวไผ่งาม

บอกกล่าว เล่าเรื่อง
                         
“จดหมายเปิดผนึก”
สวัสดีท่านทั้งหลายขอเป็นตัวแทนส่งจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้มายังท่านทั้งหลายในช่วงชีวิตที่ยังมีเรี่ยวมีแรงทำอะไรได้อยู่
สำหรับผู้ที่กำลังอยู่ในวัยเรียนทุกคน คุณคงกำลังสนุก กำลังมีไฟ กำลังอยากทำอะไร ลองอะไรใหม่ๆ เป็นต้นในช่วงชีวิตวัยรุ่นของคุณ จงใช้ชีวิตให้คุ้มค่าอย่างมีสติ อย่างรอบคอบ อย่างไม่สร้างภาระหรือความเดือดร้อนให้ใคร ชีวิตไม่ได้สมหวังไปทุกเรื่อง ไม่ได้ผิดหวังไปทุกอย่าง อย่าเอาแค่เรื่องหนึ่งเรื่องใดมาทำลายทั้งชีวิต มีทุกข์ มีสุข เรียนรู้เป็นบทเรียนด้วยความเข้าใจ ล้มบ้าง ลุกบ้าง นอนสักพัก และเดินต่อไปและลองออกจากหน้าจอมาสู่หน้าจริงกับคนรอบตัวมากขึ้น
สำหรับหนุ่มสาวผู้อยู่ในวัยทำงานทั้งหลาย คุณเป็นวัยที่กำลังมีไฟมีพลัง มีฝันมากมายที่ตั้งใจทำให้เป็นจริง อยากให้คุณรักษาไฟในการทำงาน ไฟในการใช้ชีวิตให้ติดอยู่อย่างสม่ำเสมอ เพราะหลายๆ เรื่องที่คุณประสบพบเจอในแต่ละวัน ไม่ว่าที่บ้านหรือที่ทำงาน มันมักพรากความมีชีวิตชีวา มักพรากไฟของความกระตือรือล้นให้มอดไป มากกว่านั้นในขณะที่คุณรักษาไฟในการใช้ชีวิตไว้ได้ อย่าลืมว่าชีวิตไม่ได้มีแค่เรื่องงาน แต่ชีวิตมันยังมีเรื่องอื่นๆให้ทำให้สนใจอีกมากมาย อย่าลืมที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องอื่นๆ อย่างสมดุล มีเวลาดูแลสุขภาพกายด้วยการออกกำลังกายบ้าง พักผ่อนบ้าง สุขภาพใจด้วยการเสริมเติมพลังทางใจบ้าง มีเวลาให้พระบ้างในแต่ละวัน หลายครั้งเราก็มักบอกว่าเราไม่มีเวลา รอมีเวลาเดี๋ยวจะไปวัด รอมีเวลาเดี๋ยวจะสวดและก็ยัง รอ รอ รอและอย่าลืมใส่ใจและมีเวลากับคนรอบตัวเพิ่มขึ้นอีกหน่อย
สำหรับผู้เจริญด้วยวัยวุฒิทุกท่าน ท่านคือพระในบ้าน ท่านคือกำลังใจของลูกๆหลานในบ้าน ท่านคือคัมภีร์สารพัดนึกที่มีชีวิตที่ลูกๆหลานๆจะพึ่งพา เป็นเสาหลักให้คนหนุ่มคนสาวพึ่งพิง อย่าให้ขวบปีที่เพิ่มขึ้นทำให้จิตใจห่อเหี่ยวทำให้หมดพลังในชีวิต แต่กลับเพิ่มเติมด้วยความเกรี้ยวกราด ด้วยอารมณ์ ด้วยคำบ่นด่าแต่ตรงกันข้ามขวบปีที่เพิ่มขึ้น น่าจะเป็นพลังเสริม เป็นแรงบวกให้ลูก ๆ หลานที่กำลังเติบโตมีพลังกาย พลังใจ ในการใช้ชีวิต ผ่านทางคำปลอบโยน เวลาผิดหวัง ผ่านทางคำแนะนำเวลาไม่มีทางออก ผ่านทางแบบอย่างชีวิต เวลาที่มองมา ผ่านทางความเชื่อศรัทธาเวลาที่ไขว้เขว
เติบโตไปกับช่วงวัยที่เพิ่มขึ้นอย่างมีความสุข เพราะความสุขในชีวิตคือการได้เติบโตและเห็นคนอื่นเติบโตขึ้น 
(แรงบันดาลใจการเขียนจากบทความจดหมายถึงวัย24)
                                                                                                                       
ปลัดวัดสาทร

วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2562

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2019


สารวัดวันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2019
สมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า

พี่น้องที่รัก...
        วันอาทิตย์นี้ สมโภชพระกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้ามิสซา รอบ 10.00 น.จะเป็นมิสซาอัญเชิญศีลมหาสนิทรอบวัด(แห่)เพื่อร่วมชุมนุมและนมัสการศีลมหาสนิทพร้อมเพรียงกัน
        บริเวณหน้าวัดพระจิตเจ้า หน้าศาลาหลุยส์มารีย์ และพระแท่นใหญ่ของวัดเซนต์หลุยส์เชิญชวนเราโมทนาคุณพระเยซูเจ้าในศีลมหาสนิทและรับพรอย่างสง่า ณ บริเวณทั้งสามแห่ง ก่อนจะรับพร เราจะร่วมขบวนแห่และสวดภาวนาด้วยกัน สวดถวายกิจการแห่งเมตตาธรรมสำหรับโรงพยาบาล ณ พลับพลาหน้าวัดพระจิตเจ้าในโรงพยาบาล  สวดภาวนาเพื่อบรรดามิชชันนารีและบรรพชนที่ล่วงลับของวัด ณ บริเวณโถงหน้าศาลาหลุยส์มารีย์ และสุดท้านพระแท่นใหญ่ในวัดเพื่อชุมชนของวัดเซนต์หลุยส์ โอกาสเฉลิมฉลอง 350 ปีมิสซังสยามหรือการเริ่มต้นงานความรักซึ่งเป็นพระวรสารของชาวไทย
        ในโอกาสนี้เขอพระเยซูเจ้าทรงเลี้ยงดูบรรดาเด็กและเยาวชนของวัด ให้เขาเจริญเติบโตและกลายเป็นศิษย์ของพระเยซูเจ้า นำความรักและสันติสุขมาสู่บ้านและกับเพื่อนผู้อื่น
        ขอคุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครอง สอนเขาเตรียมตัวมาวัด แก้บาปและรับศีลอย่างดี อีกทั้งดูแลเด็กๆที่ยังไม่ถึงเกณฑ์รับศีล ชี้แนะนำและสอนให้เขารู้จักศีลมหาสนิท เพื่อสักวันหนึ่งเขาจะได้เจริญเติบโตและสามารถรับศีลมหาสนิทเหมือนกับบุคคลอื่นๆได้  บางทีลูกหลานถาม ถือเป็นโอกาสที่ดี “นี่คืออะไร” คำตอบนี่คือพระเยซูเจ้าที่พระองค์เลี้ยงดูเราผ่านทางอาหารศักดิ์สิทธิ์ “อยากกินมั่ง” “แบ่งให้หนูสิ” ก็ต้องอธิบายผ่านทางครูคำสอน หรือผู้ใหญ่ที่ค่อยๆแนะนำ บางคนสอนลัดไปแบ่งให้เด็กทานเลย เรื่องนี้ไม่สามารถทำได้อย่างเด็ดขาด เพราะศีลมหาสนิทเป็นเรื่องที่ผู้รับต้องรู้และเข้าใจว่านี่คืออะไรและมีผลอย่างไร
        ผู้ใหญ่ก็ต้องรู้ด้วยว่าการรับศีลมหาสนิทได้นั้นต้องอยู่ในสถานะพระหรรษทานคือปราศจากบาป(หนัก)หากมีต้องแก้บาปก่อน หากยังแต่งงานไม่เรียบร้อยคือไม่ได้ประกอบพิธีสมรสในวัดก็ต้องรอเวลาเพื่อจัดการตัวเองให้แต่งงานเข้าวัดเข้าวาให้เรียบร้อยก่อน ในเวลาเดียวกันการร่วมมิสซาวันละหลายๆครั้ง ควรรับศีลมหาสนิทเพียงหนึ่งครั้งหรือสองครั้งเท่าที่จำเป็นเพราะการรับศีลมหาสนิทนั้น พระศาสนจักรให้รับศีลครั้งที่สองได้แต่ต้องเหมาะสมจริงๆ  สมัยก่อนรับได้วันละครั้งเท่านั้น สมัยนี้บางคนไปร่วมมิสซาสำคัญๆก็อนุญาตให้รับได้อีกหนึ่งครั้ง ถ้าเป็นพระสงฆ์อนุญาตถวายมิสซาได้ในวันธรรมดาสองครั้ง ถ้าเป็นวันอาทิตย์ก็สามครั้งเท่าที่จำเป็นๆจริง เพื่อการอภิบาลสัตบุรุษ  เมื่ออธิบายเช่นนี้แล้วก็ต้องทำความเข้าใจกับตัวเองและอธิบายกับคนที่ยังทำอะไรไม่ถูกต้องให้ถูกต้อง
        อนึ่ง เมื่อรับศีลมหาสนิทตอบรับอาแมนแล้ว ควรรับใส่ปากทันที! ณ ที่รับตรงจุดนั้น ไม่สามารถแบ่งหรือหักปังศีลมหาสนิทเสกแบ่งให้คนอื่นทาน  เพราะป้องกันการทำทุรจารคือสิ่งที่ไม่เหมาะสม  หรือนำกลับไปบูชาที่บ้านตัวเอง  เป็นข้อห้ามเด็ดขาด!
        กรณีผู้ยังไม่ได้เป็นคาทอลิก รวมถึงคริสตนนิกายอื่นๆก็ไม่สามารถรับศีลมหาสนิทได้ เหตุผลคือทัศนะความเชื่อต่อศีลมหาสนิมไม่เหมือนและยังมีข้อความเชื่อที่แตกต่างกันด้วย                           
คุณพ่อชาญชัย  ทิวไผ่งาม




บอกกล่าว เล่าเรื่อง
                        “เห็นอะไรในภาพนี้” (ลองมองก่อนที่จะอ่าน)
           
                                        .



เด็กน้อยคนหนึ่งในชั่วโมงศิลปะ คุณครูมอบหมายให้วาดภาพหนึ่งภาพในกระดาษขาวที่จะแจก โดยวาดให้สวยที่สุดเท่าที่จะทำได้                 เด็กน้อยคนนี้เมื่อได้รับกระดาษก็รู้สึกไม่พอใจและหงุดหงิดมาก เพราะกระดาษที่เธอได้รับมันไม่ขาวแบบของเพื่อน แต่มันมีจุดดำ ซึ่งคงจะเลอะหมึกปากกาอยู่กลางกระดาษ เธอได้แต่โวยวายและบ่นว่าผลงานของเธอจะด้อยกว่าเพื่อนแน่ๆ เพราะกระดาษของเธอมันไม่ขาวสะอาดเหมือนคนอื่นและจะทำให้ผลงานที่ออกมามันด้อยลงไป
เห็นอะไรในกระดาษ พ่อนำภาพกระดาษของเด็กคนนั้นมาให้พี่น้องลองมอง เห็นอะไรในรูปที่นำมา เวลาที่นำภาพนี้มาให้ทุกคนได้มอง เกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ทุกคนจะมองเห็นจุดดำๆ ที่อยู่กลางกระดาษ ซึ่งเป็นสิ่งที่เรามองเห็นได้ชัดเจนที่สุดอย่างไม่ต้องบอกอะไร ผู้ที่นำเสนอภาพนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้คติสอนใจกับเราแต่ละคนว่า ธรรมชาติเรามักจะมองจุดดำในชีวิตของกันและกันจนพลาดที่จะมองสีขาว ซึ่งหลายครั้งมีอยู่มากกว่า พูดถึงตรงนี้เราจะคิดขึ้นมาทันทีว่า จริงๆแล้วจุดดำมันเล็กมากเลยถ้าเทียบกับพื้นที่สีขาวที่มีมากกว่าในกระดาษแผ่นนี้
            นี่เป็นธรรมชาติหนึ่งในชีวิตของเรา หลายครั้งเรามักมองเห็นข้อเสีย มองหาข้อด้อยของกันและกันจนพลาดที่จะมองเรื่องดีๆสิ่งดีๆที่มีอยู่ในชีวิตของกันและกัน ซึ่งหลายครั้งมันมีมากกว่าข้อเสียข้อด้อยที่เห็น เหมือนกับกระดาษขาวแผ่นนี้ ที่มีพื้นที่สีขาวอีกมากเมื่อเทียบกับจุดดำเพียงจุดเดียว แต่เราก็มักมองเห็นจุดดำนี้จนละเลยสีขาวซึ่งมีมากกว่า นี่เป็นธรรมชาติที่มีอยู่ในตัวของเรามนุษย์แต่ละคนอย่างปฏิเสธไม่ได้ เราให้ความสนใจมุ่งความสนใจไปที่ปัญหา ไปที่ความผิดพลาดตรงหน้า จนลืมเรื่องดี ๆ ที่มี จนพลาดเรื่องอื่นๆ ที่สำคัญกว่า
            บางทีลองมองข้ามจุดดำไปบ้างเราจะเห็นว่ามีพื้นที่สีขาวให้เราทำอะไรอีกมากมาย ชีวิตก็เช่นกัน ลองมองข้ามจุดดำ หลุมดำ จุดอ่อน ข้อด้อย ของกันและกัน และลองหันมามองหาจุดดี ข้อดี ของกันมากขึ้น เราจะพบว่าจริงๆแล้วทุกคนมีมุมที่น่ารัก มีมุมที่งดงามและมีพื้นที่ดีๆ ที่สามารถทำอะไรได้อีกมากมาย
            ทันทีที่คุณครูได้ยินเด็กคนนี้บ่นและโวยวาย คุณครูก็เอาปากกามาลากเส้นต่อจากจุดที่เลอะนั้นเป็นรูปดอกไม้ที่สวยงามกลางหน้ากระดาษเด็กน้อยยิ้มทันทีและเริ่มวาดรูปต่ออย่างมีความสุข 

ปลัดวัดสาทร