วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 2013


สวัสดีครับพี่น้องที่รัก
            วันนี้เป็นวันฉลองพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ ตามประเพณีการฉลองดั้งเดิม วันฉลองนี้จะมีขึ้นตรงกับวันที่ 40 ภายหลังจากวันฉลองการกลับคืนชีพของพระเยซู ซึ่งถ้าจะนับกันจริงๆแล้วในปีนี้จะตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม แต่เพื่อความสะดวกของสัตบุรุษจึงได้มีการเลื่อนวันฉลองมาตรงกับวันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม ความหมายของวันฉลองวันนี้ก็ตรงกับชื่อของวันฉลองนั่นเอง แต่สิ่งที่พ่ออยากจะกล่าวถึงคือ วันฉลองวันนี้ช่วยให้เรามองเห็นอะไรที่สำคัญบ้าง
            ประการแรก เราทราบว่า ภารกิจของพระเยซูบนโลกนี้สำเร็จลงแล้ว
            การลงมาบังเกิดของพระเยซูในโลกนี้ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับโลก เช่นเดียวกับการสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนม์ชีพของพระองค์ ทั้งสามเหตุการณ์ถือว่าเป็นสิ่งที่ประวัติศาสตร์จะต้องจารึกเอาไว้ เช่นเดียวกับการเสด็จสู่สวรรค์ของพระเยซู ถือว่าเป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่สำคัญยิ่งใหญ่ ที่เปลี่ยนโฉมหน้าของโลกของเรา เพราะพระองค์เสด็จกลับไปหาพระบิดา พระองค์ได้เคยกล่าวเอาไว้แล้วว่าวันเวลานี้จะมาถึง และบัดนี้วันเวลานี้ก็มาถึงแล้ว พระเยซูได้ให้บทสอนที่ล้ำค่ากับเรากล่าวคือ ทุกสิ่งที่พระองค์ได้กระทำบัดนี้สำเร็จสมบูรณ์แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีภารกิจใดๆต้องซ่อมเสริมอีก ไม่ต้องมีเอกสารใดๆรับรองอีก ไม่ต้องกล่าวคำใดๆเพิ่มเติมอีก ทุกสิ่งได้สำเร็จเสร็จสิ้นแล้ว
            ประการที่สอง เราเฉลิมฉลองพิธีบูชาขอบพระคุณ หรือ พิธีศีลมหาสนิทเพื่อรอการเสด็จกลับมาของพระองค์
            พิธีบูชาขอบพระคุณช่วยเตือนใจเราแต่ละคนให้ระลึกถึงการสิ้นพระชนม์ การกลับคืนพระชนม์ชีพของพระเยซู พระคัมภีร์บอกกับเราว่า "ตราบใดที่ท่านรับประทานปังนี้ และ ดื่มถ้วยนี้ ท่านก็ประกาศถึงการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ จนกว่าพระองค์จะเสด็จกลับมาอีก" ดังนั้นพิธีบูชาขอบพระคุณจึงเป็นส่วนของการประกาศถึงการเสด็จสู่สวรรค์ของพระองค์เรื่อยไป ในขณะเดียวกันเรายังรอคอยเรื่อยไปสำหรับการเสด็จกลับมาของพระองค์  การเป็นพยานยืนยันถึงการสิ้นพระชนม์และการเสด็จกลับคืนชีพของพระเยซูของเรานั้นก็เป็นการยืนยันถึงความสำคัญของการเสด็จสู่สวรรค์ของพระองค์อีกด้วย
            ประการที่สาม เราต้อนรับการมาประทับอยู่ขององค์พระจิตเจ้า
            ภายหลังการเสด็จสู่สวรรค์ของพระเยซูไม่นานนัก เกิดการเปลี่ยนแปลงทางจิตวิญญาณขนานใหญ่ในหมู่คริสตชน บรรดาสานุศิษย์ของพระเยซูที่ขลาดกลัว กลับกลายเป็นผู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้น เปี่ยมล้นไปด้วยพรแห่งการรักษา ประกาศข่าวดี และ กระทำกิจการที่สร้างความประทับใจให้กับผู้คนมากมาย ถามว่าอะไรที่นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ คำตอบคือ องค์พระจิตเจ้า พระเยซูได้ทรงสัญญาว่า พระองค์จะส่งพระจิตเจ้ามายังพวกเขา เป็นการแสดงให้เห็นว่าพระเจ้าทรงประทับอยู่ในผู้ที่มีความเชื่อ การเสด็จมาของพระจิตเจ้านั้นเป็นเหตุการณ์สืบต่อเนื่องมาจากการเสด็จสู่สวรรค์ของพระเยซู และจากนี้ไปด้วยการประทับอยู่ของพระจิตเจ้าในชีวิตของเรา เราต่างก็ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญในการออกไปสร้างศิษย์ให้กับพระเยซูโดยพลังที่พระองค์มอบให้กับเรา
            ประการที่ 4 เราได้เรียนรู้จักบทบาทในการเป็นพระมหาสงฆ์ของพระเยซู
            ถ้าไม่มีการเสด็จสู่สวรรค์ของพระเยซู ก็คงไม่มีการที่พระเยซูทรงวอนขอเพื่อเรา (รม 8:34) นักบุญเปาโลเขียนเอาไว้ว่า "พระองค์ประทับอยู่เบื้องขวาของพระเจ้า พระองค์ทรงวอนขอเพื่อเราทุกคน" เป็นเรื่องน่ายินดีที่เราทราบว่า พระคริสตเจ้าทรงวิงวอนขอเพื่อเราเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า
            ประการที่ 5 เรารอคอยการเสด็จกลับมาของพระคริสตเจ้า
            เมื่อพระเยซูเสด็จสู่สวรรค์ พระองค์ทรงสัญญาว่าพระองค์จะเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ช่วงเวลาที่เรามีชีวิตอยู่นี้จึงเป็นเวลาที่เรารอคอยการเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่งของพระองค์ ถ้อยคำแรกที่ได้รับการบันทึกไว้ภายหลังการเสด็จสู่สวรรค์ของพระเยซูนั้นเป็นถ้อยคำจากบรรดาเทวดาที่มาเฉลิมฉลองเหตุการณ์นี้ "พระเยซู ผู้ที่ได้จากท่านไปยังสวรรค์ จะเสด็จกลับมาอย่างที่ท่านได้เห็นพระองค์เสด็จไปสู่สรวงสวรรค์นั้นแหละ" ถ้อยคำนี้เป็นคำสัญญาที่บรรเทาใจเราเสมอไปในชีวิตประจำวันของเราอีกทั้งยังดลใจให้เราได้ประกาศข่าวดีนี้ไปยังเพื่อนพี่น้องอีกด้วย
            ประการที่6 เรามองล่วงหน้าไปยังสถานที่ที่พระองค์ทรงจัดเตรียมไว้ให้กับเรา (ยน 14:2-3)
            พระเยซูเคยตรัสเอาไว้ว่า "เรากำลังไปเตรียมที่ให้ท่าน และ เมื่อเราไป และเตรียมที่ให้ท่านแล้ว เราจะกลับมารับท่านไปอยู่กับเราด้วย เพื่อว่าเราอยู่ที่ใด ท่านทั้งหลายจะอยู่ที่นั่นด้วย" พระเยซูเสด็จสู่สวรรค์เพื่อไปเตรียมที่สำหรับเรา แม้ว่าเราไม่ทราบถึงการเตรียมของพระองค์นั้นว่าเป็นอย่างไร แต่อย่างน้อยเราก็มั่นใจว่าเรามีความหวังยิ่งใหญ่ที่รอเราอยู่
            พี่น้องที่รัก การเฉลิมฉลองการเสด็จสู่สวรรค์ของพระเยซูนี้จึงเสริมสร้างคุณค่าทางใจให้กับเราเป็นอย่างมาก เพราะการรำลึกถึงพระธรรมล้ำลึกของพระองค์ประการนี้ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้กับความเชื่อของเราและช่วยให้การดำเนินชีวิตของเรามีความศรัทธาเพิ่มพูนยิ่งขึ้นในองค์พระเจ้าครับ
คุณพ่อสุพจน์

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 2013


สวัสดีครับพี่น้องที่รัก
            พ่อมาทำงานที่วัดเซนต์หลุยส์ได้ครบหนึ่งปีพอดี แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ไม่ยาวนานนัก แต่ก็มีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดและทำความรู้จัก ทักทาย กับพี่น้องที่นี่พอสมควร นอกเหนือจากพี่น้องที่มาร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณในวันเสาร์และวันอาทิตย์แล้วเป็นประจำแล้ว พี่น้องที่มาร่วมพิธีกรรมทุกๆวันเป็นประจำสม่ำเสมอ ก็มีไม่น้อย นอกเหนือจากนั้นก็เป็นเจ้าหน้าที่และบุคคลากรของวัดเซนต์หลุยส์นี่แหละ ที่พ่อพบปะเห็นหน้ากันอยู่เสมอๆทุกวัน บุคคลหนึ่งที่เป็นผู้ที่อยู่ในความสังเกตของพ่อเสมอคือ "ลุงเชิด" ด้วยความที่ลุงเชิดเป็นชายสูงอายุ ที่มีอายุถึง 86 ปีแล้ว แต่ก็ยังคงทำหน้าที่เป็นคนจัดวัดของเราเสมอมา นับตั้งแต่สมัยคุณพ่อลออ สังขรัตน์เป็นเจ้าอาวาส โดยส่วนตัวพ่อไม่ทราบประวัติ ปูมหลังเกี่ยวกับลุงเชิดมากนัก แต่สิ่งที่พ่อสังเกตเห็นและสะกิดใจพ่อทุกครั้งคือ เวลาพระสงฆ์เสกศีลบนพระแท่น ลุงเชิดจะคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อแสดงความเคารพอย่างสูงสุดของการประทับอยู่ของพระเยซูเจ้าในศีลมหาสนิทบนพระแท่น แม้ว่าขณะนั้นลุงเชิดจะเฝ้าติดตามพิธีกรรมอยู่ที่ห้องหลังวัดก็ตาม ลุงเชิดจะทำเช่นนี้เสมอ แสดงออกให้เห็นถึงความเชื่อที่แน่วแน่มั่นคงในองค์พระเจ้าอย่างที่ลุงเชิดมีตามประสาคริสตัง หน้าที่ประจำของลุงเชิดนอกเหนือจากการจัดเตรียมพระแท่น และ เครื่องใช้ในพิธีกรรม รวมไปถึงการตีระฆังประจำเวลาในแต่ละวันแล้ว ลุงเชิดยังเป็นเด็กช่วยมิสซาอยู่ข้างพระแท่นเสมอๆในมิสซาประจำวันเวลาเช้า ทำให้พ่อคิดอยู่ในใจเสมอเวลาที่พ่อถวายมิสซาเช้าประจำวัน และมีลุงเชิดคอยช่วยพิธีกรรมอยู่ข้างพระแท่นว่า วัดเซนต์หลุยส์อาจเป็นเพียงวัดเดียวในโลกกระมังที่มีเด็กช่วยมิสซาอายุมากที่สุด ในสมุดบัญชีศีลล้างบาปของวัดมีรายละเอียดบอกว่า "เปโตร เชิด ภู่ทอง" เกิดที่จังหวัดระนอง และได้รับศีลล้างบาป เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2519 โดยคุณพ่อลออ สังขรัตน์ ขณะที่ลุงเชิด มีอายุได้ 49 ปี แสดงว่าลุงเชิดเป็นคริสตังยืน แต่เดิมนับถือศาสนาพุทธ ลุงเชิดได้สมรสกับ โยนออฟอาร์ค ศิริวิไล พวงเพชรัตน์ ทำให้ลุงเชิดได้มีโอกาสมาเรียนคำสอน และ ได้เปิดใจรับความเชื่อในพระเจ้า นับแต่นั้นมาลุงเชิดก็ดำเนินชีวิตใกล้ชิดกับพระมาตลอด ลุงเชิดเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนเคยเป็นคนขับรถแท็กซี่ ต่อมาคุณพ่อลออชวนให้มาทำงานกับวัด ลุงเชิดก็ตัดสินใจมาทำงานอยู่กับวัดเรื่อยมา จากวันนั้นถึงวันนี้ ลุงเชิด ทำงานอยู่กับวัดเซนต์หลุยส์ของเรามากว่า 30 ปีแล้ว อยู่ภายใต้การดูแลของพ่อเจ้าอาวาสที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมารับหน้าที่ที่วัดเซนต์หลุยส์แห่งนี้ 9 องค์ คุณพ่อทวีศักดิ์ กิจเจริญ อดีตเจ้าอาวาสวัดของเรา เล่าให้พ่อฟังว่า ลุงเชิด สม่ำเสมอกับการปฏิบัติหน้าที่ทุกวัน ไม่เคยหยุดงานไปธุระที่ไหน ถ้าจะมีก็สักเพียง 1 วันต่อปีเท่านั้น  แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ รับผิดชอบ ต่อหน้าที่ที่ได้รับ เป็นอย่างดียิ่ง
            เมื่อสักสองสามเดือนที่ผ่านมา ลุงเชิด เกิดอาการเหนื่อยง่าย ไปหาหมอตรวจพบว่า มีเส้นเลือดสองเส้นตีบ จึงต้องรักษาด้วยการใส่บอลลูน ต่อมาไม่นานลุงเชิดเกิดอาการไอมากผิดปกติ จึงไปให้หมอตรวจรักษา หมอบอกเป็นโรคปอดติดเชื้อต้องเข้าโรงพยาบาล เมื่อค่อยยังชั่วก็กลับมาบ้านพักผ่อน แต่ดูเหมือนว่า อวัยวะในร่างกายของลุงเชิดจะพร้อมใจกันป่วย เพราะกลับมาได้ไม่นาน ลุงเชิดก็ไม่สบายอีกคราวนี้ลุงเชิดมีปัญหาที่ลำไส้ต้องเข้ารับการผ่าตัด และต้องพำนักอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเวลานานทีเดียว สิ่งที่ลุงเชิดบ่นเสมอคือ อยากกลับมาพักรักษาตัวที่บ้าน อยากมาทำงานที่วัดตามปกติ เป็นห่วงว่าคนอื่นต้องมาทำงานแทนตัวเอง พ่อได้แต่บอกกับลุงเชิดว่า ขอให้ลุงเชิดพักผ่อนให้หายดีเสียก่อนแล้วค่อยว่ากัน ลุงเชิดก็น้อมรับ เมื่อวันที่ 25เมษายน ดูเหมือนอาการของลุงเชิดจะดีขึ้นพอที่จะกลับบ้านได้ ลูกสาวคนเดียวของลุงเชิดที่อยู่ที่จังหวัดระนอง ก็ตัดสินใจมาพาลุงเชิดไปดูแลที่บ้านที่จังหวัดระนอง แต่ลุงเชิดก็มีโอกาสได้ไปนอนพักที่บ้านที่จังหวัดระนองกับลูกสาวได้เพียงคืนเดียว ลุงเชิดก็สิ้นใจในตอนเช้าของวันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2556
            ดูเหมือนชีวิตของลุงเชิด จะไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรในสายตาของผู้คนในสังคมทั่วไป แต่ในสายตาของพ่อ ลุงเชิด เป็นเหมือนคนปิดทองหลังพระ ทำงานอยู่หลังพระแท่น ความรับผิดชอบ ความเอาใจใส่ ความสม่ำเสมอ ของลุงเชิดต่างหาก ที่ทำให้ชีวิตธรรมดาๆของลุงเชิดมีคุณค่า ไม่น้อยกว่าใครๆ
            ขอพระเจ้าทรงประทานการพักผ่อนตลอดนิรันดรให้กับดวงวิญญาณของ เปโตร เชิด ภู่ทอง ด้วยเถิด
คุณพ่อสุพจน์
หมายเหตุ พิธีปลงศพของลุงเชิด จัดขึ้นที่วัดเซนต์หลุยส์ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2556 เวลา 9.00 . บรรจุศพ ณ สุสานวัดนักบุญเปโตร สามพราน