วันเสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2562

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน 2019



สารวัดวันอาทิตย์ที่ 8กันยายน 2019

สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา


พี่น้องที่รัก...
        เดือนกันยายนนี้ เราจะรักการอ่านพระวาจาของพระทุกวัน แบ่งปันบทสอนจากพระวาจาด้วยตัวอย่าง และขอบพระคุณพระเจ้าในพระวาจาที่สอนสั่ง
        “แบกกางเขนของตน ติดตามพระคริสต์ บุคคลนั้นคือศิษย์ของพระองค์”
        โปรแกรมเดือนนี้ หลังจากผ่านพ้นการฉลองวัดแล้ว การระลึกถึงบรรดามิชชันนารีผู้เริ่มต้นประกาศข่าวดีของพระเยซูเจ้าในชุมชนละแวกวัดเซนต์หลุยส์และที่อื่นๆ ซึ่งผ่านพ้นมาหลายร้อยปี ขอบคุณพระเจ้าที่ได้สัมผัสความรักของพระองค์ เรากำลังเดินทางต่อไปด้วยการแบกไม้กางเขนคือพันธกิจรักพระรับใช้เพื่อนมนุษย์ เพราะนี่คือศิษย์พระคริสต์ศิษย์ธรรมทูตในเวลาปัจจุบันให้การอ่านพระวาจาด้วยการแบกกางเขนของกันและกันจะทำให้ “ข่าวดี” กลายเป็นหนทางแห่งความสุขแท้จริง
        งานแพร่ธรรม สามารถทำได้แม้กระทั่งคนบ้านใกล้เรือนเคียง และออกนอกหมู่บ้านไกลโพ้น เริ่มจากเรื่องเล็กๆที่ไม่ควรมองข้ามจนกลายเป็นกิจเมตตาอันยิ่งใหญ่ คำพูดคำเขียนให้ดีและสวยงามอย่างไร ก็ไม่สำคัญเท่ากับความรักที่แสดงออกต่อบุคคลที่เราควรจะต้องรับรักเมตตาต่อเขาคนนั้น เขาอาจจะเป็นบุคคลในบ้าน บ้านใกล้เรือนเคียง คนร่วมงาน และคนที่กำลังร่วมพิธีมิสซาใกล้ๆกับเรานี่แหละ หันมาสนทนาเรื่องราวของพระคริสต์เหมือนกับศิษย์ที่เอมาอุส คุยกันจนจำพระองค์ได้ การคุยกันคือการมอบสันติสุขให้กับกันและกัน
        ไม้กางเขนคือพันธกิจรักเพื่อนผู้อื่น พระเจ้าสอนเรารักเพื่อนบ้าน พระองค์สอนเราด้วยไม้กางเขนและแบกให้เราจนถึงวันสุดท้าย ก็เพื่อให้ความรักที่มีต่อพระเจ้าปรากฏแจ้งให้เราเห็นกันตลอดไป
        การเข้าใจกัน การมองหน้ากันและรู้ใจกัน การหันหน้ามาร่วมงานกัน การหยิบยื่นน้ำใจดีต่อกัน และการคืนดีกัน เป็นไม้ “กางเขน” ที่ “กางแขน”ออกพร้อมมอบสันติสุขให้กับกันและกัน
        เมื่อเดินเข้ามาในวัด ให้มองที่กางเขนเพื่อยอมศิโรราบกราบนมัสการพระองค์ และก่อนจะเดินออกจากวัด ก็ให้มองและคุกเข่าอีกสักครั้ง เพื่อนำความรักอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าไปสู่ทุกคนที่ต้องการรับความรักผ่านทางชีวิตคริสตชน “ศิษย์พระคริสต์ ศิษย์ธรรมทูต”ของพระองค์
       
       
ขอพระอวยพร
คุณพ่อชาญชัย  ทิวไผ่งาม


"เหตุผลที่ฉันรักและเลือกหนทางพระ มากกว่าน้ำใจตน"

ประชาชน​จำนวน​มาก​กำลัง​เดิน​ไป​กับ​พระ​เยซู​เจ้า พระองค์​ทรง​หัน​พระ​พักตร์​มา​ตรัส​กับ​เขา​ทั้งหลาย​ว่า  “​ถ้า​ผู้ใด​ติดตาม​เรา​โดย​ไม่​รัก​เรา​มากกว่าบิดา​มารดา ภรรยา บุตร พี่​น้องชาย​หญิง และ​แม้กระทั่ง​ชีวิต​ของ​ตนเอง ผู้​นั้น​เป็น​ศิษย์​ของ​เรา​ไม่ได้  ผู้ใด​ไม่​แบก​กางเขน​ของ​ตน​และ​ติดตาม​เรา ผู้​นั้น​เป็น​ศิษย์​ของ​เรา​ไม่ได้”  (ลก14:25-27)
          คำที่น่าสนใจในพระวรสารสัปดาห์นี้ "ติดตามพระเยซูเจ้า รักพระองค์มากกว่าสิ่งอื่นใด" ไม่ได้หมายความว่า "พระห้ามเรารักสิ่งใดใดในโลกเลย"  แต่พระเน้นย้ำให้เราเอาใจใส่ "น้ำพระทัยพระองค์" เราจำเป็นต้องให้ "พระเป็นอันดับแรกในทุกสิ่งในชีวิตเรา"
          การ "ให้พระเป็นอันดับแรกในชีวิต" ย่อมต้องผ่านการ "เขี่ยชีวิตตนเอง ตัดสละน้ำใจตนเอง" เป็นเรื่องธรรมดา  แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายง่ายเลยที่เราจะฝ่าด่านนี้ไปได้ เพราะเราก็ย่อมต้องรักตนเองสนใจน้ำใจตนเอง และความยากมากมากในการ "เขี่ยชีวิตตนเอง ตัดสละน้ำใจตนเอง" ด้วยความยากลำบากนี้ ก็นับเป็นเรื่องเดียวกันกับพระวาจาของพระเยซูเจ้า ในเรื่อง "ตัดสละน้ำใจตนเอง แบก​กางเขน​ของ​ตน​และ​ติดตาม​เรา (พระเยซู)"
"มนุษย์ ผู้ใดเล่าจะล่วงรู้พระประสงค์ของพระเจ้าได้ ถ้าพระองค์ไม่ประทานพระปรีชาญาณให้เขาถ้าพระองค์ไม่ทรงส่งพระจิตศักดิ์สิทธิ์ลงมาจากเบื้องบน  วิถีทางของชาวโลกถูกดัดให้ตรงเช่นนี้ มนุษย์ได้รับการสั่งสอนให้รู้ถึงสิ่งที่พอพระทัย  เขาได้รับความรอดพ้นก็อาศัยพระปรีชาญาณนี้เอง”  (ปชญ 9:17-18)
          คำแนะนำของผู้รู้ ผู้มีประสบการณ์มากกว่าเรานัก ในหนังสือปรีชาญาณ มีคุณค่ากับชีวิตของเรามาก  ประสบการณ์ของพวกท่านเตือนสอนเราว่า พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่มากมายนัก เมื่อเปรียบเทียบกับเราที่ช่างเล็กน้อยนัก และมีข้อจำกัดมากมาย
          เราอาศัยพระปรีชาญาณของพระ คอยช่วยสอนเรา แนะนำเรา เติมเต็มข้อบกพร่องข้อจำกัดให้เรา เราจึงค่อยค่อยเติบโตขึ้น "วิถีทางของพระเจ้าช่างยิ่งใหญ่ เมื่อเปรียบกับมนุษย์ผู้มีความสามารถกระจิดริด"  จึงเป็นเหตุผลที่เรา เลือกที่จะเดินตามเสียงเรียกของพระ เลือกที่จะ "ตัดสละน้ำใจของตน แบก​กางเขน​ของ​ตน​และ​ติดตาม​เรา (พระเยซู)"  และวางใจในพระปรีชาญาณของพระองค์ วางใจว่าพระองค์ทรงรักเรา และจะเติมเราให้เต็มในสิ่งที่เราขาด
          พระปรีชาญาณสอนพ่อ นำทางพ่อ ให้เห็นผลอันชื่นบานที่จะตัดสละน้ำใจตนเอง ฟังเสียงพระ ให้น้ำพระทัยพระองค์เป็นอันดับแรกเสมอ และติดตามพระองค์  ผลนั้นคือ พระองค์จะทรงนำทางเรา เป็นพลังสำหรับเรา เติมเต็มในสิ่งที่ชีวิตคริสตชนของเราขาด ที่สำคัญ ทุกครั้งที่เราติดตามพระองค์ เราจะมีพระพรมากมายเหลือเพียงพอที่จะแบ่งปันให้สันติสุขกับพี่น้องรอบกายเรา

                                                        นกขุนทอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น